
เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่โรงแรมเอส ดี อเวนิว เขตบางพลัด กรุงเทพฯ สภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมการขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติในงานสัมมนาวิชาการ “การขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างคนไทย 4.0” โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานวิชาการ
โดย พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีแนวคิดในการจัดการศึกษา คือ การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต โดยแบ่งเป็น 2 เรื่องหลัก คือ นโยบายที่เน้นหนักในการทำงาน และนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งมีความสอดคล้องกับการขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติ ดังนี้
1. การเป็นผู้เรียนรู้ เป็นผู้มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ และมีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต และมีสมรรถนะ
2. การส่งเสริมความเป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม เป็นผู้มีทักษะทางปัญญา ทักษะศตวรรษที่ 21 สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาระบบการศึกษา “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” (Anywhere Anytime) และการจัดทำแพลตฟอร์มการเรียนรู้ การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate)
3. พลเมืองที่เข้มแข็ง เป็นผู้มีความรักชาติ รักท้องถิ่น รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก มีจิตอาสา มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ
ดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวเปิดงานและ Exclusive Talk เรื่อง ชี้ทิศ คิดร่วมกัน สร้างสรรค์คนไทย 4.0 : DOE Thailand ว่า การขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติ ถือเป็นการทำงานขับเคลื่อนการศึกษาที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานการศึกษาของชาติที่นำไปสู่การจัดการศึกษาของชาติที่ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ อันเป็นคุณลักษณะของผู้เรียนที่ประกอบด้วย คุณธรรม ทักษะ และความรู้ที่จำเป็นบนฐานค่านิยมร่วม สู่กรอบผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา 3 ด้าน ได้แก่
1) ผู้เรียนรู้
2) ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม และ
3) พลเมืองที่เข้มแข็ง บนฐานคุณธรรมและค่านิยมร่วมของสังคม สร้าง “คนไทย 4.0” ที่มีคุณธรรม 5 ประการ คือ ซื่อสัตย์สุจริต พอเพียง มีวินัย รับผิดชอบ และมีจิตสาธารณะ ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญของการพัฒนาการศึกษาของชาติ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพนำไปสู่การสร้างคนไทยที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561
ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ คณะที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “กระทรวงศึกษาธิการกับการพัฒนากำลังคนตามมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่คนไทย 4.0” ถึงการพัฒนากำลังคนตามมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่คนไทย 4.0 ว่า ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ ศธ.ต้องดำเนินการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นผู้ที่มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งกายและใจ มุ่งบรรลุวิสัยทัศน์ของประเทศ และวิสัยทัศน์กระทรวงศึกษาธิการว่า “ภายในปี 2570 ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะที่จำเป็น พร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิตและปรับตัวสอดคล้องกับวิถีชีวิตโลกยุคใหม่” โดยกระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมและกำกับดูแลการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา ตลอดจนมุ่งสร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพตามความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่การพัฒนาในมิติของผู้เรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่จะเป็นกำลังหลักในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต
ที่มา ; เดลินิวส์
เกี่ยวข้องกัน
ก.ค.ศ.ถก ‘ภาวะผู้นำร่วม : กุญแจความสำเร็จการเรียนรู้แห่งอนาคต’
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้จัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการพัฒนาวิชาชีพครู ประจำปี พ.ศ.2567 (The OTEPC International Forum on Teaching Profession Development 2024) ภาวะผู้นำร่วม : กุญแจสู่ความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้แห่งอนาคต (Collective Leadership : The Key to Success in Future Schooling) โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร
พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. กล่าวว่า ปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับโลกที่มีความผันผวน การเปลี่ยนแปลงอยากรวดเร็ว ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล การติดต่อสื่อสารมีการเชื่อมโยงกันอย่างรวดเร็ว การมีผู้นำที่เข้มแข็งมีทัศนคติที่ดี (Growth Mindset) ยืดหยุ่น สามารถปรับตัวได้เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง จึงมีความสำคัญมาก ปัจจัยเหล่านี้เป็นความท้าทายสำหรับอนาคตของการศึกษา ผมเชื่อว่าปัจจัยความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้นั้นมาจากความสามารถของพวกเราทุกคน ที่มีศักยภาพแตกต่างกัน มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานร่วมกันภายใต้แนวทาง “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน”ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กันและกัน สร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้แห่งอนาคต
สำหรับประเทศไทย การบริหารจัดการ การพัฒนาสถานศึกษา และคุณภาพผู้เรียน ต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ ทักษะและประสบการณ์ของผู้นำจากหลายภาคส่วน ทั้งผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาในทุกมิติ เพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนไปสู่เป้าหมายการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศและการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต
ด้าน รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดประชุมนานาชาติฯ ในครั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับแนวคิดภาวะผู้นำร่วมจากประเทศต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จ ในการเสริมสร้างบทบาทภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษา ทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรด้านการศึกษา นักวิชาการ นักการศึกษาจากนานาประเทศในการสร้าง ความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาและเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งจะส่งผลต่อผู้เรียนในอนาคตต่อไป
ปิดอบรม : นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดี สกร. เป็นประธานปิดโครงการพัฒนาหลักสูตรพลิกโฉมครู เพื่อการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ประจำปี 2567 พร้อมมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมการอบรม โดยมี นายวิชาญชัยแสบงบาล ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนมุกดาหาร และบุคลากรในสังกัด สกร. เข้าร่วมการอบรม ณ ห้องประชุมลำโขง ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนมุกดาหาร จ.มุกดาหาร
ที่มา ; แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2567
เกี่ยวข้องกัน
สพฐ.ขานรับ ASED ลุยจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานยุคดิจิทัล
ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ. ) เปิดเผยว่า จากการที่ที่ประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ( ASED ) ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 23-26 ส.ค.ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ได้ให้การรับรองถ้อยแถลงร่วมบุรีรัมย์ ( Joint Statement of the 13th ASEAN Education Ministers Meeting ) และเน้นย้ำการดำเนินการตามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของระบบการศึกษารวมถึงการตอบสนองต่อความท้าทายต่าง ๆ ของโลกที่จำเป็นต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต นั้น
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้นำถ้อยแถลงร่วมบุรีรัมย์ มากำหนดทิศทางการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล และการดำเนินนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยเบื้องต้นในระยะเร่งด่วนที่ทำทันที คือ ลดการใช้เอกสารกระดาษให้เป็นศูนย์ ซึ่งตนได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ทั่วประเทศ และหน่วยงานของสพฐ.ในส่วนกลาง ลดการใช้เอกสารกระดาษ โดยเปลี่ยนจากเอกสารกระดาษหันมาใช้ระบบดิจิทัล เข้ามาช่วยในการจัดการเอกสารมากยิ่งขึ้น ยกเว้นเรื่องที่สำคัญจำเป็นต้องใช้เอกสารกระดาษอยู่ ซึ่งนอกจากจะเป็นการประหยัดทรัพยากรแล้ว ยังช่วยลดภาระในการจัดเก็บเอกสารของครู และบุคลากรทางการศึกษา ด้วย
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดการเรียนการสอน นั้น ที่ผ่านมา สพฐ.ได้จัดอบรม ส่งเสริม สนับสนุนยกระดับสมรรถนะทักษะด้านดิจิทัล ให้ครูมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการเรียนการสอน และส่งเสริมทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ให้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษาแล้ว ซึ่งเห็นศักยภาพของการจัดการศึกษาและศักยภาพของนักเรียน ได้จากผลงานของโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ที่นำไปร่วมแสดงในส่วนของการจัดนิทรรศการด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 13 หัวข้อ “พลิกโฉมการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล” เช่น บูธจากโรงเรียนบ้านหนองนาเวียง จ.ศรีสะเกษ แสดงผลงานโรงเรียนขนาดเล็กศักยภาพสูง ที่พลิกโฉมแนวทางการบริหารยกระดับสู่การเป็นโรงเรียนคุณภาพระดับสากล บูธจากโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ แสดงการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำโดยบูรณาการการเรียนรู้ STEAM เน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ และการนำเสนอเครื่องมือ SMART BOX ซึ่งเป็นเครื่องมือฝึกทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ และทักษะดิจิทัล บูธจากโรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์ แสดงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียนผู้พิการทางการได้ยิน บูธจากโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง กรุงเทพฯ แสดงรูปแบบการเรียนรู้ แบบผสมสานและยืดหยุ่นด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมเอื้อต่อการเรียนรู้ Anywhere Anytime และบูธจากเครือข่ายโรงเรียน DLTV IDL และกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ที่แสดงการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) การจัดการศึกษาทางไกลแบบสื่อสารสองทางการจัดการเรียนรู้ด้วย Digital Technology เป็นต้น ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากประเทศต่างๆที่เข้าชมนิทรรศการและพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ฝากคำขอบคุณไปยังครู บุคลากรทางการศึกษาตลอดจนนักเรียน และผู้ปกครอง ที่ร่วมทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพที่ดี ทั้งนี้ สพฐ.จะพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอน ที่เกี่ยวเนื่องกับดิจิทัลให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น
เลขาธิการ กพฐ. ขานรับ ASED ถ้อยแถลงร่วมบุรีรัมย์ เดินหน้าต่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานยุคดิจิทัล สั่ง สพท.-หน่วยงานส่วนกลาง “ลดการใช้เอกสารกระดาษให้เป็นศูนย์” ปลื้มผลงานโรงเรียนโชว์ “พลิกโฉมการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล”
ที่มา ; มติชนออนไลน์
สรุปสาระสำคัญ
วันที่ 28 สิงหาคม 2567 สภาการศึกษา (สกศ.) จัดสัมมนา “การขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างคนไทย 4.0” โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน เน้นแนวคิด “การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศและความมั่นคงของชีวิต” ผ่านการพัฒนาผู้เรียน 3 ด้าน คือ 1) ผู้เรียนรู้ มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2) ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม มีทักษะศตวรรษที่ 21 และ 3) พลเมืองเข้มแข็ง มีคุณธรรมและจิตสาธารณะ เพื่อสร้างคนไทย 4.0 ที่มีคุณธรรม 5 ประการ ได้แก่ ซื่อสัตย์ พอเพียง มีวินัย รับผิดชอบ และมีจิตสาธารณะ
ดร.อรรถพล สังขวาสี และดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กล่าวเสริมถึงการขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ศธ. ปี 2570 ที่มุ่งให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยพัฒนาเต็มศักยภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม ทักษะที่จำเป็น และเรียนรู้ตลอดชีวิต โดย ศธ.จะสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพครู บุคลากรทางการศึกษา และลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของประเทศในอนาคต
วันที่ 28 สิงหาคม 2567 ในการสัมมนาขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติฯ นอกจากสภาการศึกษาแล้ว ยังมีหน่วยงานหลักร่วมขับเคลื่อนหลายฝ่าย โดย ก.ค.ศ. นำเสนอแนวทาง “ภาวะผู้นำร่วม” (Collective Leadership) ที่มุ่งให้ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาทำงานแบบมีส่วนร่วม เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและร่วมตัดสินใจ โดยเฉพาะการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง โปร่งใส และเน้นผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ระบบบริหารงานบุคคลสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพยุคใหม่
ส่วน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขานรับแนวทางของการประชุม ASED (ASEAN Education Ministers Meeting) ที่เน้น “การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” สพฐ. ได้กำหนดแผนพัฒนาโรงเรียนคุณภาพทุกระดับ สนับสนุนทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 การเรียนรู้ดิจิทัล และการสร้างสมรรถนะหลักของผู้เรียนให้พร้อมแข่งขันระดับอาเซียน โดยย้ำว่าความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้เท่าทันโลกและสร้างพลเมืองอาเซียนที่มีคุณธรรม ความรู้ และจิตสาธารณะ
แนวข้อสอบ
จุดประสงค์หลักของการสัมมนา “การขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติ” คือข้อใด
ก. เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การสร้างคนไทย 4.0
ข. เพื่อจัดทำหลักสูตรใหม่ให้เท่าทันประเทศเพื่อนบ้าน
ค. เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการเรียนดีมีความสุข
ง. เพื่อปรับระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย
เฉลย: ก
“การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศและความมั่นคงของชีวิต” มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนในข้อใด
ก. การแข่งขันสูงและการเรียนเชิงทฤษฎี
ข. ความรู้ นวัตกรรม และคุณธรรม
ค. การสอบวัดผลและการประเมินผลสัมฤทธิ์
ง. การใช้เทคโนโลยีแทนครู
เฉลย: ข
คุณธรรม 5 ประการของ “คนไทย 4.0” ไม่รวมข้อใด
ก. ซื่อสัตย์สุจริต
ข. พอเพียง
ค. มีความทะเยอทะยานสูง
ง. รับผิดชอบ
เฉลย: ค
วิสัยทัศน์กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2570 มุ่งให้ผู้เรียนเป็นอย่างไร
ก. มีความรู้ด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
ข. พัฒนาเต็มศักยภาพ มีคุณธรรม และเรียนรู้ตลอดชีวิต
ค. มีวุฒิการศึกษาสูงสุดเท่าที่ทำได้
ง. มุ่งเน้นเฉพาะการศึกษานอกระบบ
เฉลย: ข
แนวคิด “ภาวะผู้นำร่วม” ของ ก.ค.ศ. มุ่งเน้นหลักสำคัญใด
ก. การบริหารแบบรวมศูนย์
ข. การตัดสินใจโดยผู้บริหารเพียงฝ่ายเดียว
ค. การทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายเพื่อผลลัพธ์ผู้เรียน
ง. การมอบหมายงานตามสายบังคับบัญชา
เฉลย: ค
การประชุม ASED ของอาเซียนเน้นประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาไทย
ก. การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
ข. การพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันภัยพิบัติ
ค. การเพิ่มโอกาสทางการค้าเสรี
ง. การแลกเปลี่ยนครูระยะสั้น
เฉลย: ก
การขับเคลื่อนตามแนวทาง ASED ของ สพฐ. สอดคล้องกับเป้าหมายใด
ก. พัฒนาทักษะและสมรรถนะผู้เรียนให้เท่าทันโลก
ข. ลดภาระงานครูให้เหลือน้อยที่สุด
ค. สร้างระบบบริหารแบบรวมศูนย์
ง. เพิ่มการสอบมาตรฐานระดับชาติ
เฉลย: ก
“ภาวะผู้นำร่วม” แตกต่างจากภาวะผู้นำแบบเดิมอย่างไร
ก. เน้นการบริหารงานบุคคลมากกว่า
ข. เน้นอำนาจสั่งการของหัวหน้า
ค. เน้นความร่วมมือและการมีส่วนร่วมทุกระดับ
ง. เน้นการวัดผลจากเอกสารรายงาน
เฉลย: ค