
นายกมล รอดคล้าย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา(กมธ.) การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้เชิญคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ มาประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการศึกษาไทยที่สังคมคาดหวัง ประกอบด้วย ผู้แทนคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นาย กิตติคุณ รุ่งเรือง คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายอดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายคณิต เขียววิชัย 10ณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยการหารือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม
นายกมล กล่าวต่อว่า การประชุมดังกล่าว เพื่อจัดทำข้อเสนอด้านการศึกษา เพื่อเสนอรัฐบาลพิจารณาดำเนินการในอนาคต โดยกมธ.การอุดมศึกษาฯ ร่วมกับสำนักงานเลขาธิกาีสภาการศึกษา (สกศ.) ตั้งคณะทำงานจัดทำข้อเสนอทิศทางการศึกษาไทยที่สังคมคาดหวัง ดำเนินการในส่วนสำคัญ คือ วิเคราะห์สถานการณ์การศึกษาในต่างประเทศ , เชิญคณบดีครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยชั้นนำมาหารือเพื่อศึกษาทิศทางการผลิตครู ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์สถานการณ์การศึกษาในต่างประเทศ พบว่า เรื่องที่ควรทำคือ ยกระดับคุณภาพครู เพื่อให้ครูพัฒนาคุณภาพเด็ก ปรับระบบการผลิตครูใหม่ เป็นระบบปิด รวมถึงปรับการเรียนการสอนเพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยดึงคนเก่งจากประเทศต่าง ๆ เข้ามาทำงานที่ประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลอาจจะต้องดูแลในเรื่องสวัสดิการและค่าตอบแทนที่เหมาะสม กรณีนี้ยังรวมถึงการดึงเด็กทุนที่ไปเรียนหรือทำงานในต่างประเทศ กลับมาทำงานในประเทศไทยด้วย และสุดท้ายคือการจัดทำฐานข้อมูล กำลังคนในแต่ละด้านเพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม
“ทางคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาตร์ ได้มีการหารือในเรื่องดังกล่าว และเห็นด้วยกับข้อเสนอในภาพรวมโดยเฉพาะการผลิตครูระบบปิด เพียงแต่ขอให้มีการกำหนดสัดส่วนความต้องการของแต่ละสาขาให้ชัดเจน ขณะเดียวกัน การผลิตครูระบบเปิดก็ยังคงมีอยู่เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้เรียนในท้องถิ่น เพียงแต่อาจต้องมีการกำหนดสัดส่วนให้ชัดเจน เช่น ผลิตครูระบบปิด 30% ส่วนที่เหลือเป็นการผลิตระบบเปิดเช่นเดิม เพื่อให้ได้ครูที่มีคุณภาพมาพัฒนาเด็ก ทั้งหมดนี้ถือเป็นข้อเสนอเชิงวิชาการ โดยคณะทำงานฯ จะนำข้อมูล ข้อเสนอแนะ และแนวทางที่ได้รับจากการหารือในครั้งนี้ไปวิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อจัดทำเป็นสมุดปกขาว(whitepaper) ทิศทางการพัฒนาการศึกษาไทยที่สังคมคาดหวัง ซึ่งจะเป็นเอกสารที่ช่วยในการกำหนดทิศทางการศึกษาไทยต่อไป “นายกมล กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568
เกี่ยวข้องกัน
กมธ.อุดมฯ ชงผลิตครูระบบปิด สพฐ.ชูปั๊ม 3 รูปแบบ อธิการฯ มรภ.โคราช แนะถกสภาวิชาชีพ สกัดมหา’ลัยแตกแยก
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า กรณีนายกมล รอดคล้าย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา (กมธ.) การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา หารือร่วมกับคณบดีคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร หาแนวทางการยกระดับคุณภาพครู และปรับปรุงระบบการผลิตครูของไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม โดยมีข้อเสนอปรับระบบการผลิตครูใหม่ เป็นการผลิตระบบปิด ซึ่งจะต้องกำหนดสัดส่วนการผลิตระหว่างระบบปิด และระบบเปิดที่ชัดเจน รวมถึง ปรับการเรียนการสอนเพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกนั้น ส่วนตัวเห็นด้วย โดยเฉพาะการกำหนดสัดส่วนการผลิตครู ซึ่งควรจะความชัดเจน
ว่าที่ ร.ต.ธนุกล่าวอีกว่า โดยแบ่งรูปแบบการผลิตเป็น 3 ส่วน คือ การผลิตครูระบบปิด การผลิตครูระบบเปิด และการเปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่ในระบบการศึกษา สามารถเป็นครูได้ เช่น กลุ่มลูกจ้าง สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ทำงานครบ 3 ปี และสามารถสอบบรรจุตาม ว16/2557 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ
“สพฐ.ในฐานะหน่วยงานผู้ใช้ มองว่าหากแบ่งสัดส่วนการผลิตครูที่ชัดเจน จะทำให้การดำเนินการเป็นระบบ และมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ไทยมีมหาวิทยาลัยซึ่งทำหน้าที่ผลิตครูอยู่หลายแห่ง และมีนักศึกษาที่พร้อมสอบบรรจุจำนวนมาก ฉะนั้น การกำหนดสัดส่วน การผลิตต้องดูจากฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยเป็นหลัก เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม” ว่าที่ ร.ต.ธนุกล่าว
รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า การจะยกระดับคุณภาพการศึกษา ไม่ควรมองแค่มิติเดียวโดยเฉพาะการผลิตครู ซึ่งต้องมีความครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่มิติการผลิตไปจนถึงพัฒนา รวมถึง ระบบการใช้ครูของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สุดท้ายคือเรื่องของระบบบริหารจัดการภายในโรงเรียน
รศ.ดร.อดิศรกล่าวต่อว่า อยากให้ลองเชื่อมโยงมิติของการผลิต และพัฒนาครูให้ไปถึงบทบาทหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพราะการทำงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาในขณะนี้ ถือว่ามีเจตนาดี แต่ยังไม่ตรงตามบริบท เช่น เรื่องของผู้ที่ทำหน้าที่ผลิตครู หรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัย มีการออกประกาศเกณฑ์มาตรฐานอาจารย์ที่ทำหน้าที่สอนในหลักสูตรการผลิต และพัฒนาครู จะต้องมีวุฒิการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเป็นครู ซึ่งอาจารย์บางคนทำหน้าที่มา 30-40 ปี แต่เกณฑ์ใหม่นี้ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่สอนครูได้
“อยากให้ไปเชิญสภาวิชาชีพเข้ามาร่วมพูดคุย กระบวนการผลิตและพัฒนา ไม่ใช่เพียงแค่หวังจะกำหนดจำนวนครูระบบปิดให้มหาวิทยาลัยชั้นนำ ซึ่งเป็นการสร้างความแตกแยก และอาจจะเกิดปัญหาบานปลายตามมาในภายหลัง การเสนอสิ่งเหล่านี้เพื่อพัฒนาการศึกษา เป็นสิ่งที่ดีแต่ต้องเสนอให้ครบทุกมิติ และอย่าเอาฐานคิดของตนเองเป็นหลัก ควรจะต้องดูบริบทภาพรวมให้ครบ และครอบคลุม” รศ.ดร.อดิศรกล่าว
รศ.ดร.อดิศรกล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่าการกำหนดสัดส่วนการผลิตครูในระบบปิดและเปิดเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ในตอนนี้ หากเพิ่มสัดส่วนการผลิตครูในระบบปิด ก็จะต้องหาทางรับผิดชอบครูที่อยู่ในระบบเปิดด้วย การผลิตในระบบปิดเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรจะเพิ่มสัดส่วนจนทับพื้นที่ของระบบเปิดเกินไป ควรจะปล่อยให้มีการแข่งขันกันอย่างอิสระ ซึ่งจะทำให้ได้คนที่มีความสามารถเข้ามาทำงานอย่างแท้จริง
ที่มา ; มติชนออนไลน์