
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า การเมืองในการศึกษา ระยะเวลา 3เดือนนี้ ยังเห็นนโยบายควิกวิน ที่มุ่งสู่ตัวครูมากกว่าเด็ก ซึ่งนโยบายควิกวินที่ออกมา เช่น หนี้สินครู การเปลี่ยนเรื่องวิทยฐานะ การย้ายของครู และบ้านพักครู ทำให้เห็นว่านโยบายมุ่งเน้นไปที่ผู้ที่เป็นฐานเสียงได้
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาของเด็กและเยาวชน เป็นปัญหาวิกฤต และสะสมมายาวนาน และน่าเป็นห่วง กลับไม่มีใครเอาใจใส่ในประเด็นนี้ มองว่า ประชาชนที่มีเสียงในการเลือกตั้ง ต้องพยายามกดดัน เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง ออกนโยบายกับเด็กและเยาวชนที่ชัดเจน และให้คำสัญญาว่าจะทำตามนโยบายนี้
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้มี 10 ปัญหา ที่เกี่ยวกับตัวเด็ก ความต้องการ ความสนใจที่เด็กอยากให้รัฐเข้าดำเนินการ โดยปัญหาที่ตนเสนอต่อไปนี้ รวบรวมความคิดเห็นจากสภาเด็กและเยาวชน มากจากการพูดคุยกับเด็กนอกระบบ มาจากการพูดคุยกับนักวิชาการ และรายงานการวิจัย ที่สะท้อนให้เห็นว่า ถ้าไม่ทำอะไรเลย ประเทศจะติดหล่มนานขึ้น ยากขึ้น และแทบจะไปต่อไม่ได้
1.เรื่องสุขภาพจิต เด็กไทยมีสุขภาพจิตย่ำแย่ อยู่ในสภาวะกดดันจากปัญหาครอบครัว ความรุนแรง ยาเสพติด ความคาดหวังในเรื่องผลการเรียนรู้ ปัญหาเหล่านี้ทำให้เด็กซึมเศร้า แยกตัวเอง อีกไม่น้อยที่คิดจบชีวิตตนเอง
2. เด็กสมาธิสั้น อารมณ์ร้อน ก้าวร้าว มีรายงานวิจัยออกมาจำนวนหนึ่งที่ระบุว่า “เด็กติดหน้าจอ” อยู่กับเทคโนโลยีจนไม่มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ปัจจุบันเด็กอยู่หน้าจอ 6-8 ชั่วโมง ทำให้เด็กสมาธิสั้น อารมณ์ร้อน ก้าวร้าว รุนแรง
3.โรงเรียนยังไม่เป็นที่ปลอดภัย ยังมีการบูลลี่ ทำร้ายร่างกายและการละเมิดทางเพศอยู่ ยังไม่มีการเคารพสิทธิเด็ก
4.บุหรี่ไฟฟ้ากลับมาระบาด เข้าถึงง่าย นักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้น 6-8 เท่า ล่าสุดบุหรี่ไฟฟ้าก้าวหน้าไปอีกขั้น มีสิ่งที่เรียกว่า “นิโคตินถุง” ที่กำลังแพร่หลายในกลุ่มเยาวชน ซึ่งมีการค้นพบว่าระยะหลังมีคนป่วยเป็นมะเร็งในปากเพิ่มขึ้น ซึ่งยังไม่เห็นรัฐบาลเอาจริงเอาจังเรื่องดังกล่าว
5.ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่เหลื่อมล้ำหนักขึ้น ปี 2567 ยังพบเด็กหลุดจากระบบการศึกษา 8.8 แสนคน ความต่อเนื่องในโครงการ Thailand Zero Dropout แผ่วลง ทั้งที่เป็นเรื่องที่รัฐควรจะดำเนินการต่อ
6.ปัญหาทุพโภชนาการ เด็กยากจน เด็กชนบท 30% ไม่ได้ทานอาหารเช้า ส่งผลให้ผอม น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่มีสมาธิการเรียน ไอคิวต่ำ ในขณะที่เด็กเมือง มีภาวะอ้วน ขาดการออกกำลังกาย ในปัจจุบันระดับสิตปัญหา กับ ร่างกายของเด็กของเด็กไทยน่าเป็นห่วง
7. เด็กและเยาวชนมีแนวโน้มขวาขึ้น เป็นนักอนุรักษ์นิยมมากขึ้น ทำให้เด็กมองเรื่องความรักชาติเป็นเรื่องใหญ่
8. ปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรมนุษย์ คือ เด็กจบแล้ว 45% ไม่มีงานทำ หรือได้งานที่ไม่ตรงกับวุฒิ ค่าจ้างต่ำ และเด็กอยู่กับบริษัทที่ว่าจ้าง 6 เดือน – 1 ปีเท่านั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะระบบการศึกษาไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน
9. ปัญหายาเสพติด ที่ยังแก้ไม่ได้ เหล้า กัญชา กระท่อม ยาเสพติด เต็มไปหมดในสังคม มองว่ารัฐบาลยังไม่เอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหามากเท่าที่ควร
10. เด็กยังไปโรงเรียนแบบไร้จิตวิญญาณ ไปเหมือนเป็นรูทีนชีวิต ไปตามหน้าที่ เป็นบรรยากาศที่ขาดความกระตือรือร้น ขาดแรงบันดาลใจ ไม่มีชีวิตชีวา วิถีชีวิตโรงเรียน การเรียนการสอน การวัดและประเมินผลไปติดกรอบระบบราชการมากไม่ ได้ยึดตัวเด็กเป็นศูนย์กลาง
“10 ประเด็นนี้ เป็นปัญหาที่ควรจะต้องรีบเร่ง และแก้ไขให้ดีขึ้น มีนโยบายที่ชัดเจน เพราะปัจจุบันเด็กไทยเกิดน้อย ความจำเป็นในเรื่องของการเตรียมความพร้อม การศึกษา การมีงานทำ สุขภาพจิต สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน เป็นความจำเป็นที่ต้องลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาว ถ้าไม่เตรียมพลเมืองของเราที่เกิดน้อยให้มีคุณภาพ เด็กรุ่นนี้จะต้องแบกสังคมเกินกำลังที่มีอยู่ แล้วสังคมไทยจะทรุดตัวหนัก ถ้าเรายังไม่ทำให้เด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองที่ดี อยู่กับโลกของการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้”นายสมพงษ์ กล่าว
นักวิชาการ เปิด 10 ปัญหาการศึกษา แนะรบ.เร่งแก้ เตรียมความพร้อมเด็กไทยรับมือการเปลี่ยนแปลงโลก
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568
สรุปสาระสำคัญ
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า “นโยบายควิกวิน” ของรัฐบาลในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มุ่งเน้นประโยชน์ต่อครูมากกว่าเด็ก เช่น เรื่องหนี้สินครู วิทยฐานะ การย้าย และบ้านพักครู ขณะที่ปัญหาเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นวิกฤตสำคัญกลับถูกละเลย โดยเสนอให้ทุกพรรคการเมืองออกนโยบายด้านเด็กและเยาวชนอย่างจริงจังและมีความต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผย 10 ปัญหาเร่งด่วน ได้แก่ สุขภาพจิตที่ย่ำแย่ เด็กติดหน้าจอ ขาดปฏิสัมพันธ์ โรงเรียนไม่ปลอดภัย บุหรี่ไฟฟ้าระบาด ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทุพโภชนาการ เด็กขวาขึ้น ขาดงานทำตามวุฒิ ปัญหายาเสพติด และการเรียนที่ขาดจิตวิญญาณ ทั้งนี้เตือนว่าหากไม่เร่งแก้ไข เด็กไทยรุ่นใหม่จะต้องแบกสังคมเกินกำลัง ประเทศไทยจะถดถอยทางคุณภาพมนุษย์ และไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก จึงจำเป็นต้องมีนโยบายระยะสั้นและระยะยาวเพื่อพัฒนาเด็กไทยอย่างยั่งยืน
แนวข้อสอบ
1. จากบทความ “นโยบายควิกวิน” ที่มุ่งเน้นตัวครูมากกว่าเด็ก สะท้อนปัญหาด้านใดของระบบการบริหารการศึกษา
ก. การขาดงบประมาณสนับสนุนการเรียนรู้
ข. การบริหารแบบบนลงล่าง ไม่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ค. การไม่เข้าใจบริบทของครูในพื้นที่
ง. การขาดการมีส่วนร่วมขององค์กรวิชาชีพครู
เฉลย: ข. เพราะนโยบายมุ่งตอบสนองครูมากกว่าเด็ก แสดงถึงการขาดหลักการ “Child-centered” ซึ่งควรเป็นหัวใจของการบริหารการศึกษา
2. จากข้อมูลในบทความ หากรัฐบาลต้องการแก้ปัญหา “เด็กติดหน้าจอและสมาธิสั้น” อย่างยั่งยืน ควรดำเนินการในแนวทางใดมากที่สุด
ก. จำกัดเวลาใช้อินเทอร์เน็ตของเด็กทุกคน
ข. บูรณาการทักษะดิจิทัลและการจัดสภาพแวดล้อมที่สมดุล
ค. จัดอบรมผู้ปกครองให้เข้มงวดกับบุตร
ง. เพิ่มรายวิชาเทคโนโลยีในหลักสูตร
เฉลย: ข. เพราะแนวทางที่ยั่งยืนต้องพัฒนา “สมดุลดิจิทัล” ผ่านการเรียนรู้และกิจกรรมเสริมสร้างทักษะ ไม่ใช่การจำกัดอย่างเดียว
3. ปัญหาใดในบทความที่สะท้อนความล้มเหลวของ “การจัดการทรัพยากรมนุษย์ทางการศึกษา”
ก. บุหรี่ไฟฟ้าระบาด
ข. เด็กขวาขึ้นและอนุรักษ์นิยม
ค. เด็กจบแล้วไม่มีงานทำ
ง. เด็กไปโรงเรียนแบบไร้จิตวิญญาณ
เฉลย: ค. เพราะการที่บัณฑิตจำนวนมากไม่มีงานหรือได้งานไม่ตรงวุฒิ แสดงถึงความไม่สอดคล้องระหว่างระบบการศึกษาและตลาดแรงงาน
4. หากผู้บริหารสถานศึกษานำข้อเสนอของนายสมพงษ์ไปใช้ ควรมุ่งเน้นแนวทางใดจึงจะตอบโจทย์การพัฒนาเด็กในศตวรรษที่ 21
ก. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของโรงเรียน
ข. มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ
ค. ส่งเสริมสุขภาวะ จิตใจ และคุณภาพชีวิตของผู้เรียน
ง. เพิ่มการอบรมครูให้เชี่ยวชาญการวัดผล
เฉลย: ค. เพราะปัญหาหลักที่เสนอคือสุขภาพจิต ความเหลื่อมล้ำ และแรงบันดาลใจของเด็ก การพัฒนาอย่างยั่งยืนต้องเน้น “Whole Child Development”
5. จากบทความ หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ปัญหา 10 ประการ ผลกระทบระยะยาวที่สำคัญที่สุดคืออะไร
ก. การลดลงของอัตราการเกิด
ข. การถดถอยทางเศรษฐกิจและคุณภาพมนุษย์ของประเทศ
ค. การเพิ่มภาระทางการคลังภาครัฐ
ง. การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของเยาวชน
เฉลย: ข. เพราะนักวิชาการชี้ว่า หากไม่เตรียมพลเมืองรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพ เด็กจะต้องแบกสังคมเกินกำลัง และประเทศจะทรุดตัวด้านคุณภาพมนุษย์โดยรวม