สมาชิกเข้าสู่ระบบ

MOE One Team ยกระดับคุณภาพครูและผู้เรียนทั่วประเทศ

นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษ แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ โครงการลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาจังหวัดพิษณุโลก  โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จังหวัดพิษณุโลก 

โดยมุ่งเน้นการประสานพลังระหว่าง นโยบาย (Policy) หน้าที่ (Function) และพื้นที่ (Area) เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ความคาดหวังให้หน่วยงานในระดับภาคและจังหวัดทำงานร่วมกันเป็นทีมหนึ่งเดียวหรือ “MOE One Team” ที่มีการวางแผนร่วมกัน บูรณาการการทำงาน และร่วมประเมินผลอย่างเป็นระบบ

 

@ยกระดับคุณภาพชีวิตครูและบุคลากรทางการศึกษา หนึ่งในหัวใจสำคัญของนโยบายปีงบประมาณ 2569 – 2570 คือการพัฒนาคุณภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของครู โดยมีมาตรการสำคัญ ดังนี้

·       การลดภาระงานครู ปรับลดงานที่ไม่จำเป็นเพื่อให้ครูมีเวลาแก่ผู้เรียนมากขึ้น

·       การแก้ปัญหาหนี้สิน จัดตั้งสหกรณ์กลางเพื่อดูแลสวัสดิการและหนี้สินครู

·       การพัฒนาทักษะ ส่งเสริมการ Reskill และ Upskill ในด้านเทคโนโลยี AI และภาษาต่างประเทศ

·       การปรับปรุงสวัสดิการ พัฒนาบ้านพักครูและปรับปรุงรูปแบบการประเมินวิทยะฐานะให้เหมาะสม

 

@มุ่งพัฒนาผู้เรียนสู่โลกยุคใหม่และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในด้านของผู้เรียน กระทรวงฯ มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้เรียนทุกช่วงวัย โดยมีจุดเน้นที่น่าสนใจ คือ

·       การปรับปรุงหลักสูตร พัฒนาหลักสูตรแกนกลางให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ ส่งเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ AI และภาษาต่างประเทศ

·       ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ผลักดันระบบ Credit Bank และ Skill Certificate เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต(Lifelong Learning) และช่วยเด็กที่หลุดออกจากระบบ

·       สร้างความปลอดภัยและสุขภาวะ ดูแลทั้งสุขภาพกายและจิตใจของผู้เรียน รวมถึงสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา

·       การเรียนรู้เชิงคุณธรรมส่งเสริมการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองเพื่อปลูกฝังค่านิยมที่ดีและกลไกการขับเคลื่อนในระดับภูมิภาค เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ 

 

กระทรวงศึกษาธิการ โดยคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนนโยบายระดับพื้นที่โดยหน่วยงานในระดับภูมิภาคจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติการราชการให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการพร้อมทั้งเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาจังหวัด เช่น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็น “คนเก่ง ดี มีคุณภาพ” และการมุ่งสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้บนฐานเทคโนโลยีและนวัตกรรม 

นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา เพื่อรองรับนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยให้คนไทยมีทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในอนาคต และมุ่งเป้าไปที่การยกระดับผลการทดสอบ PISA ของแต่ละจังหวัดผ่านกลไกการบริหารจัดการในระดับพื้นที่อย่างเข้มข้น 

ศธ. ขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาสู่ระดับพื้นที่ นำแนวคิด “MOE One Team” ยกระดับคุณภาพครูและผู้เรียนทั่วประเทศ 

ที่มา ; ศธ.360 องศา

 

สรุปสาระสำคัญ

นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ โดยย้ำแนวคิดการทำงานแบบบูรณาการระหว่าง นโยบาย (Policy) หน้าที่ (Function) และพื้นที่ (Area) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบการทำงานแบบ “MOE One Team” ที่ทุกหน่วยงานร่วมวางแผน ดำเนินงาน และประเมินผลร่วมกัน

นโยบายสำคัญในช่วงปีงบประมาณ 2569–2570 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตครูและบุคลากรทางการศึกษา ผ่านการลดภาระงานที่ไม่จำเป็น แก้ไขปัญหาหนี้สินด้วยการจัดตั้งสหกรณ์กลาง ส่งเสริมการพัฒนาทักษะใหม่ด้าน AI และภาษาต่างประเทศ รวมถึงการปรับปรุงสวัสดิการและระบบวิทยฐานะให้เหมาะสม

ในด้านผู้เรียน กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ การสร้างระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น เช่น Credit Bank และ Skill Certificate เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดูแลสุขภาวะและความปลอดภัยของผู้เรียน ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมและความเป็นพลเมือง

การขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ใช้ กศจ. เป็นกลไกหลัก เชื่อมโยงนโยบายการศึกษากับแผนพัฒนาจังหวัด พร้อมผลักดันกฎหมายรองรับนวัตกรรมการเรียนรู้ และมุ่งยกระดับผลการประเมิน PISA ของแต่ละจังหวัดอย่างเป็นระบบ

 

แนวข้อสอบ

ข้อที่ 1

แนวคิด “MOE One Team” มีเป้าหมายเชิงระบบที่สำคัญที่สุดข้อใด
ก. รวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจไว้ที่กระทรวง
ข. ลดบทบาทของหน่วยงานระดับพื้นที่
ค. สร้างการทำงานแบบบูรณาการระหว่างนโยบาย หน้าที่ และพื้นที่
ง. เพิ่มกลไกการกำกับติดตามจากส่วนกลาง

เฉลย: ค
เหตุผล: แก่นของ MOE One Team คือการประสานพลัง Policy–Function–Area ไม่ใช่การรวมศูนย์หรือควบคุมจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว

 

ข้อที่ 2

หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการตอบสนองนโยบาย “ลดภาระงานครู” ให้เกิดผลจริง ควรดำเนินการใดเหมาะสมที่สุด
ก. เพิ่มระบบรายงานผลออนไลน์ทุกโครงการ
ข. มอบหมายงานธุรการที่ไม่เกี่ยวกับการสอนให้บุคลากรเฉพาะด้าน
ค. เพิ่มชั่วโมงพัฒนาวิชาชีพครูภาคบังคับ
ง. กำหนดตัวชี้วัดใหม่ให้ละเอียดมากขึ้น

เฉลย: ข
เหตุผล: การลดภาระงานต้องตัดงานที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนรู้ของผู้เรียน ไม่ใช่เพิ่มระบบหรือภารกิจใหม่

 

ข้อที่ 3

การผลักดันระบบ Credit Bank และ Skill Certificate มีนัยเชิงนโยบายต่อกลุ่มผู้เรียนใดมากที่สุด
ก. นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์สูง
ข. นักเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่
ค. นักเรียนในสายสามัญเท่านั้น
ง. ผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา

เฉลย: ง
เหตุผล: ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นถูกออกแบบมาเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนกลับเข้าสู่การเรียนรู้และเรียนรู้ตลอดชีวิต

 

ข้อที่ 4

บทบาทของ กศจ. ตามนโยบายนี้ ควรสะท้อนลักษณะใดมากที่สุด
ก. ผู้สั่งการแทนกระทรวงศึกษาธิการ
ข. หน่วยงานควบคุมคุณภาพโรงเรียนโดยตรง
ค. กลไกเชื่อมโยงนโยบายการศึกษากับบริบทจังหวัด
ง. คณะกรรมการพิจารณาเฉพาะเรื่องบุคลากร

เฉลย: ค
เหตุผล: กศจ. เป็นแกนกลางเชิงพื้นที่ ทำหน้าที่เชื่อมโยงนโยบายส่วนกลางกับแผนพัฒนาจังหวัด

 

ข้อที่ 5

หากจังหวัดต้องการยกระดับผล PISA อย่างยั่งยืนตามแนวคิดในบทความ ควรใช้แนวทางใดเป็นหลัก
ก. ติวเข้มข้อสอบเฉพาะนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย
ข. เพิ่มจำนวนชั่วโมงเรียนในวิชาหลัก
ค. ใช้เทคโนโลยีทดแทนครูในห้องเรียน
ง. พัฒนาระบบบริหารจัดการและคุณภาพการเรียนรู้เชิงพื้นที่

 

เฉลย: ง
เหตุผล: บทความเน้นการยกระดับเชิงระบบผ่านกลไกพื้นที่ ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเชิงเทคนิค

 

ข้อสอบปรนัย “ยากมากพิเศษ”

ข้อที่ 1

หากการขับเคลื่อนนโยบาย “MOE One Team” ในจังหวัดหนึ่งไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ แม้มีแผนปฏิบัติการครบถ้วน สาเหตุเชิงโครงสร้างที่ “สอดคล้องกับบทความมากที่สุด” คือข้อใด

ก. บุคลากรระดับสถานศึกษาขาดความรู้ด้านนโยบาย
ข. การถ่ายทอดนโยบายขาดเอกสารกำกับที่เป็นมาตรฐานเดียว
ค. การบูรณาการ Policy–Function–Area เกิดเพียงเชิงรูปแบบ ไม่ใช่เชิงการตัดสินใจ
ง. การกำกับติดตามจากส่วนกลางยังไม่เข้มข้นเพียงพอ

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้น “การทำงานเป็นทีมหนึ่งเดียว” ในระดับการตัดสินใจและความรับผิดชอบร่วม หากบูรณาการเพียงเชิงเอกสาร จะไม่เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรม

 

ข้อที่ 2

ผู้บริหารสถานศึกษาที่ตีความนโยบาย “ลดภาระงานครู” ผิดจากเจตนารมณ์ในบทความมากที่สุด คือผู้ที่ดำเนินการใด

ก. ปรับโครงสร้างงานโดยแยกภารกิจสอนออกจากงานธุรการ
ข. ลดจำนวนโครงการที่ไม่เชื่อมโยงผลลัพธ์ผู้เรียน
ค. ใช้เทคโนโลยีช่วยลดขั้นตอนงานเอกสาร
ง. ยกเลิกภารกิจบางส่วน แต่เพิ่มตัวชี้วัดการประเมินผลที่ละเอียดกว่าเดิม

เฉลย: ง
เหตุผล: การเพิ่มตัวชี้วัด แม้ลดภารกิจอื่น ยังคงขัดกับเป้าหมายหลักคือ “คืนเวลาให้ผู้เรียน”

 

ข้อที่ 3

การผลักดัน Credit Bank และ Skill Certificate หากขาดการออกแบบเชิงพื้นที่ จะส่งผลกระทบเชิงลบใด “ลึกที่สุด” ต่อระบบการศึกษา

ก. โรงเรียนขนาดเล็กไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้
ข. การเทียบโอนผลการเรียนเกิดความเหลื่อมล้ำเชิงมาตรฐาน
ค. ผู้เรียนขาดแรงจูงใจในการเรียนต่อในระบบปกติ
ง. ระบบการศึกษาตลอดชีวิตไม่สามารถเชื่อมโยงกับตลาดแรงงานจริง

เฉลย: ง
เหตุผล: เจตนารมณ์ของบทความคือการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ “ใช้ได้จริงในอนาคต” หากไม่เชื่อมกับบริบทพื้นที่และเศรษฐกิจ จะล้มเป้าหมายเชิงระบบ

 

ข้อที่ 4

บทบาทของ กศจ. ตามบทความ หากถูกลดทอนเหลือเพียง “คณะกรรมการกลั่นกรองแผน” จะทำให้กลไกใดอ่อนแรงมากที่สุด

ก. การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ
ข. การเชื่อมโยงนโยบายการศึกษากับแผนพัฒนาจังหวัด
ค. การประเมินผลการดำเนินงานของสถานศึกษา
ง. การจัดสรรทรัพยากรจากส่วนกลาง

เฉลย: ข
เหตุผล: กศจ. ถูกวางบทบาทเป็น “แกนกลางเชิงพื้นที่” หากทำหน้าที่เชิงเอกสาร จะขาดพลังในการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์จังหวัด

 

ข้อที่ 5

หากจังหวัดหนึ่งต้องการยกระดับผล PISA อย่างสอดคล้องกับบทความ “มากที่สุด” ควรเลือกแนวทางใด แม้จะเห็นผลช้ากว่าในระยะสั้น

ก. คัดเลือกนักเรียนศักยภาพสูงเข้าโปรแกรมพิเศษ
ข. จัดงบประมาณติวเข้มครูในวิชาหลักเฉพาะข้อสอบ
ค. ปรับระบบบริหารการเรียนรู้ทั้งจังหวัดให้เน้นทักษะคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหา
ง. เพิ่มชั่วโมงเรียนและการทดสอบจำลองอย่างเข้มข้น

 

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความชี้ว่าการยกระดับ PISA ต้องอาศัย “กลไกการบริหารจัดการเชิงพื้นที่” ไม่ใช่การเร่งผลคะแนนระยะสั้น

แนวข้อสอบปรนัย “ยากมากพิเศษ”

ข้อที่ 1

สาระสำคัญของการบูรณาการ Policy–Function–Area ตามบทความ จะ “ล้มเหลวเชิงระบบ” ทันที หากขาดองค์ประกอบใดมากที่สุด

ก. แผนปฏิบัติการที่มีตัวชี้วัดชัดเจน
ข. การสื่อสารนโยบายจากส่วนกลาง
ค. การตัดสินใจร่วมและความรับผิดชอบร่วมของหน่วยงาน
ง. งบประมาณสนับสนุนจากกระทรวง

เฉลย: ค
เหตุผล: MOE One Team เน้น “การทำงานร่วมกันจริง” ไม่ใช่เพียงแผนหรือเงิน

 

ข้อที่ 2

การลดภาระงานครูตามบทความ หากดำเนินการผิดทิศ จะก่อให้เกิดผลกระทบใดร้ายแรงที่สุด

ก. ครูขาดแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
ข. คุณภาพเอกสารทางราชการลดลง
ค. เวลาเรียนรู้ของผู้เรียนไม่เพิ่มขึ้นจริง
ง. ระบบการประเมินวิทยฐานะขาดความเข้มแข็ง

เฉลย: ค

 

ข้อที่ 3

ข้อใด “ไม่สอดคล้อง” กับแนวคิดการพัฒนาผู้เรียนสู่โลกยุคใหม่ในบทความ

ก. ส่งเสริม AI และภาษาต่างประเทศ
ข. ใช้ Credit Bank ช่วยผู้เรียนหลุดระบบ
ค. เพิ่มการเรียนรู้เชิงคุณธรรม
ง. เน้นท่องจำเพื่อยกระดับคะแนนสอบระยะสั้น

เฉลย: ง

 

ข้อที่ 4

การ Reskill/Upskill ครู หากขาดการเชื่อมโยงเชิงพื้นที่ จะส่งผลอย่างไร

ก. ครูต่อต้านนโยบาย
ข. การพัฒนาทักษะไม่ตอบโจทย์ผู้เรียนจริง
ค. งบประมาณถูกใช้ไม่คุ้มค่า
ง. โรงเรียนไม่สามารถประเมินผลได้

เฉลย: ข

 

ข้อที่ 5

บทบาท กศจ. หากทำหน้าที่เพียง “รับทราบนโยบาย” จะขัดกับเจตนารมณ์ใดมากที่สุด

ก. การกระจายอำนาจ
ข. การบริหารแบบมีส่วนร่วม
ค. การเชื่อมโยงการศึกษากับการพัฒนาจังหวัด
ง. การควบคุมคุณภาพสถานศึกษา

เฉลย: ค

 

ข้อที่ 6

เหตุผลเชิงนโยบายที่แท้จริงของการผลักดัน Lifelong Learning คือข้อใด

ก. ลดจำนวนนักเรียนในระบบ
ข. รองรับสังคมสูงวัย
ค. เตรียมคนให้ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ง. เพิ่มทางเลือกการศึกษานอกโรงเรียน

เฉลย: ค

 

ข้อที่ 7

การยกระดับผล PISA ตามบทความ “ไม่ควร” ใช้แนวทางใดเป็นหลัก

ก. ปรับระบบบริหารจัดการการเรียนรู้
ข. พัฒนาครูเชิงสมรรถนะ
ค. บูรณาการนโยบายระดับพื้นที่
ง. ติวเข้มข้อสอบเป็นมาตรการหลัก

เฉลย: ง

 

ข้อที่ 8

นโยบายสวัสดิการครูในบทความ มีเป้าประสงค์เชิงลึกข้อใด

ก. ลดภาระงบประมาณระยะยาว
ข. เพิ่มภาพลักษณ์องค์กร
ค. สร้างเสถียรภาพชีวิตเพื่อโฟกัสการสอน
ง. ลดการร้องเรียนจากบุคลากร

เฉลย: ค

 

ข้อที่ 9

หากโรงเรียนดำเนินนโยบายครบทุกข้อ แต่คุณภาพผู้เรียนไม่ดีขึ้น ปัญหาน่าจะอยู่ที่ใดมากที่สุด

ก. นโยบายไม่เหมาะสม
ข. งบประมาณไม่เพียงพอ
ค. การแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติ
ง. ผู้เรียนขาดแรงจูงใจ

เฉลย: ค

 

ข้อที่ 10

ภาวะผู้นำที่สอดคล้องกับบทความมากที่สุด คือข้อใด

ก. ผู้นำเชิงสั่งการ
ข. ผู้นำเชิงควบคุม
ค. ผู้นำเชิงประสานและสร้างระบบ
ง. ผู้นำเชิงแข่งขัน

 

เฉลย: ค