สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ครูโหด ตบต่อยเด็กนักเรียน ผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ

ตามที่ปรากฏข่าวครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดชลบุรี ลงโทษนักเรียนชั้น ป.5 ด้วยการตบ-ต่อย เหตุเพราะไม่ส่งงาน ซึ่งผู้ปกครองได้ร้องเรียนและแจ้งความให้ดำเนินคดีทางกฎหมาย นั้น

ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งตนเองได้สั่งการให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อมูลของครูที่ตกเป็นข่าว ทั้งด้านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการได้รับรางวัลต่าง ๆ จากคุรุสภา และให้ดำเนินการเอาผิดทางจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างเร่งด่วนแล้ว 

ซึ่งจากข้อมูลที่ตรวจสอบ พบว่า ครูรายดังกล่าวเป็นข้าราชการครู สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง ออกให้เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 หมดอายุวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2576 และข้อมูลตรวจสอบการได้รับรางวัล ปรากฏว่ารางวัลครูผู้สอนการงานอาชีพดีเด่นที่ครูได้รับนั้น เป็นรางวัลที่ออกให้โดยหน่วยงานต้นสังกัด มิใช่รางวัลที่ออกให้โดยคุรุสภา ทั้งนี้ ได้รับเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาดําเนินการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ และอยู่ระหว่างประสานข้อมูลอย่างเป็นทางการกับหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ปรากฏในข่าว พฤติกรรมอาจเข้าข่ายเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างร้ายแรง ซึ่งมีระดับโทษถึงขั้นพักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาต และจะได้นำเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพวินิจฉัยชี้ขาดกำหนดระดับโทษต่อไป 

ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันกระบวนการดำเนินงานพิจารณาการประพฤติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของคุรุสภาเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเคร่งครัดกับกรณีการประพฤติผิดเป็นอย่างมาก หากพบว่าครูประพฤติผิดก็จะต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริง และพิจารณาด้วยความถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อไม่ปล่อยให้ประพฤติผิดต่อไปอย่างแน่นอน และสำหรับเหตุการณ์นี้ คุรุสภาก็จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและสรุปผลโดยเร็วที่สุด เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักเรียน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม 

ขอแจ้งไปยังผู้ประกอบวิชาชีพครูทุกคน ให้ตระหนักถึงการดำเนินการใด ๆ กับศิษย์ โดยเฉพาะการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ ควรใช้วิธีการปรับพฤติกรรมของศิษย์ในทางที่สร้างสรรค์ ร่วมกันดูแลและสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน ไม่ใช้ความรุนแรง ทั้งทางกายและวาจา และต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งทางจิตใจและร่างกายของศิษย์เป็นสำคัญ”  ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว. 

คุรุสภาสั่งการเอาผิดจรรยาบรรณขั้นเด็ดขาด ครูโหด ตบ-ต่อย เด็กนักเรียน เหตุเพราะไม่ส่งงาน 

ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

เกี่ยวข้องกัน

เตรียมให้ ‘ครูโหด’ ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมเพิกถอนรางวัลครูดีเด่น ปิดห้องตบ-ต่อยนักเรียน ป.6

จากกรณีผู้ปกครองของนักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ เพื่อเอาผิดครูผู้สอนรายหนึ่ง ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงระดับครูดีเด่น หลังเรียกลูกชายของตนไปทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง เนื่องจากส่งงานไม่ทัน จนเด็กมีบาดแผลและฟกช้ำทั่วร่างกาย แม้เด็กจะพยายามขอโทษทั้งร้องไห้และยอมกราบเท้า แต่ครูรายดังกล่าวยังคงลงโทษต่อเนื่อง พร้อมใช้ถ้อยคำรุนแรงในลักษณะข่มขู่และดูหมิ่น โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีการบันทึกเป็นคลิปเสียงไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่ สภ.เมืองชลบุรี ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องให้มารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้วนั้น 

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม นายองอาจ ประเสริฐจิตต์ นายกเทศมนตรีเมืองชลบุรี ออกประกาศเทศบาลเมืองชลบุรี เรื่อง ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินการทางวินัยกรณีบุคลากรทางการศึกษาใช้ความรุนแรงต่อตัวนักเรียน โดยระบุว่า ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงกรณี นายเสรี ตำแหน่งครู โรงเรียนเทศบาลอินทปัญญา (วัดใหญ่อินทาราม) กระทำการรุนแรงต่อตัวนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/3 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของนักเรียนและภาพลักษณ์ขององค์กรทางการศึกษาอย่างร้ายแรงนั้น เทศบาลเมือง (ทม.) ชลบุรี ขอชี้แจงความคืบหน้าในการดำเนินการทางวินัยและระเบียบปฏิบัติราชการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ดังนี้ 

1.การดำเนินการตรวจสอบและมาตรการขั้นต้น

วันที่ 13-18 มีนาคม 2569 เทศบาลเมืองชลบุรีได้รับรายงานเหตุการณ์และมอบหมายให้สำนักการศึกษาเร่งรวบรวมข้อเท็จจริง จนนำไปสู่การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง พร้อมรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีทราบตามลำดับ

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายกเทศมนตรีเมืองชลบุรีมีคำสั่งให้บุคลากรรายดังกล่าวมาปฏิบัติราชการ ณ สำนักงานเทศบาลเมืองชลบุรี เป็นการชั่วคราว เพื่อมิให้ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานและนักเรียนในพื้นที่ระหว่างการสอบสวน 

2.การยกระดับมาตรการทางวินัย

ขณะนี้ เทศบาลเมืองชลบุรีอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วนรอบด้าน โดยในวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 เทศบาลจะดำเนินการเสนอรายงานเพื่อขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดชลบุรี (ก.ท.จ.ชลบุรี) ในการพิจารณา “สั่งให้บุคคลดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อน” เพื่อรอผลการสอบสวนทางวินัยให้ถึงที่สุด 

3.การเพิกถอนเกียรติคุณและรางวัล

สำหรับรางวัล “ครูดีเด่น” ที่บุคคลดังกล่าวเคยได้รับก่อนหน้านี้ ในวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 เทศบาลเมืองชลบุรี จะดำเนินการออกประกาศยกเลิกและเพิกถอนสิทธิในรางวัลดังกล่าวอย่างเป็นทางการ เนื่องจากบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมเสื่อมเสียและประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพครูอย่างร้ายแรง 

4.การดำเนินคดีอาญา

เทศบาลเมืองชลบุรีและโรงเรียนต้นสังกัดยืนยันความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมที่สุด และขอยืนยันว่าจะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างเด็ดขาดและตรงไปตรงมา โดยยึดถือประโยชน์สูงสุดและความปลอดภัยของเด็กนักเรียนเป็นสำคัญ 

ทม.ชลบุรี จ่อให้ ‘ครูโหด’ ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมเพิกถอนรางวัล ‘ครูดีเด่น’ ก่อเหตุปิดห้องตบ-ต่อยนักเรียน ป.6 ผิดจรรยาบรรณร้ายแรง 

ที่มา ; มติชนออนไลน์

เกี่ยวข้องกัน

กทม. ฟันวินัยครูวิทยาศาสตร์ ล่วงละเมิดเด็ก ป.4 เร่งยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน

วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่สำนักการศึกษา เขตคลองสาน นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเด็กนักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนในย่านนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม ถูกครูประจำชั้นล่วงละเมิดทางเพศ โดยจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นครูประจำชั้นวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีพฤติกรรมให้นักเรียนดูสื่ออนาจารและกระทำอนาจารต่อนักเรียน

โดยทางโรงเรียนได้รับทราบเรื่องเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 69 ซึ่งผู้ปกครองได้ร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาฯ อยู่ก่อนแล้ว และวันดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาที่โรงเรียนเพื่อหาข้อมูลประกอบสำนวนคดี ต่อมาในวันที่ 18 มี.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมผู้ก่อเหตุพร้อมตรวจพบหลักฐานที่บ้านพักครู จากนั้นในวันที่ 19 มี.ค. 69 โรงเรียนจึงได้รายงานเหตุการณ์ต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้นตอนเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป 

นางสาวพิศมัย กล่าวว่า สำนักการศึกษา (สนศ.) ได้กำชับให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด กทม. ปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพและประมวลจริยธรรมสำหรับข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2564 อย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นความซื่อสัตย์สุจริตและไม่กระทำการใดที่เป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากนักเรียน

พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำในที่ประชุมผู้บริหารให้คุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของนักเรียน ห้ามการละเมิดร่างกาย จิตใจ หรือศักดิ์ศรี รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศและการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารทุกรูปแบบ

ขณะเดียวกัน สนศ. ได้เพิ่มมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ทั้งการจัดทำนโยบายคุ้มครองเด็ก การแต่งตั้งคณะกรรมการคุ้มครองเด็กในโรงเรียน และการจัดตั้งกลไกช่วยเหลือนักเรียนผ่านคู่มือการปฏิบัติงาน ควบคู่ไปกับการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง การติดตั้งกล้อง CCTV ในจุดเสี่ยง และเพิ่มช่องทางรับเรื่องร้องเรียนผ่าน Line OA, SOSAFE และกล่องรับเรื่องร้องเรียน

นอกจากนี้ยังมุ่งส่งเสริมความรู้และสร้างภูมิคุ้มกันผ่านการอบรมวินัยเชิงบวก กิจกรรมแนะแนว และกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเรียนปรึกษาปัญหาและแจ้งเบาะแสพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เพื่อทำให้โรงเรียนทุกแห่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กนักเรียนทุกคนอย่างแท้จริง

ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์