ค้นหา

บอร์ดคุรุสภาถกเล็งปรับการทดสอบขอใบประกอบวิชาชีพ

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เมื่อเร็วๆนี้  ที่ประชุมได้หารือถึงผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ที่มีผู้เข้ารับการทดสอบ จำนวน 7,263 คน ใน 5 หมวดวิชา คือ 1.หมวดทักษะภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร 2.หมวดทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 3.หมวดทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) เพื่อการศึกษา 4.หมวดความรู้ทางวิชาชีพครูและ 5.หมวดความรู้วิชาเอก ซึ่งในจำนวนนี้แยกเป็น หมวดวิชาพื้นฐาน คือ ทักษะภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และหมวดความรู้ทางวิชาชีพครู  

มีผู้ผ่านการทดสอบ คิดเป็นร้อยละ 57 ส่วนหมวดความรู้วิชาเอก มีผู้ผ่านการทดสอบ ร้อยละ 47.9 โดยภาพรวมของผู้ผ่านการทดสอบมีประมาณ 700 คนนั้น เรื่องนี้ตนได้รับทราบข้อมูลว่ามีกลุ่มผู้สมัครสอบจำนวนหนึ่งไปร้องศาลปกครองถึงมาตรฐานการสอบดังกล่าว เช่น กระบวนการของข้อสอบมีความเหมาะสมหรือไม่ เป็นต้น   

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวจึงถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เราคงมองข้ามไปไม่ได้ ซึ่งคุรุสภาจะไปหาแนวทางว่าจะดำเนินการปรับแก้ไขอะไรได้บ้าง ซึ่ง ศธ.พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ เพราะการทดสอบของหมวดต่างๆ ได้สะท้อนเรื่องความเป็นครูได้จริงหรือไม่ โดยตนมั่นใจว่าหลักการของการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเป็นหลักการที่ดี แต่เมื่อการทดสอบครั้งแรกกลับมีผู้ผ่านการทดสอบในจำนวนน้อยเราก็ต้องมาทบทวนว่าอุปสรรคอะไรหรือไม่ เพื่อให้การทดสอบครั้งใหม่ที่จะมีขึ้นในเดือน ต.ค.นี้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งจะต้องรักษามาตรฐานวิชาชีพครูไว้อย่างเข้มข้นด้วย ส่วนจะมีการปรับลดเนื้อหาวิชาการสอบลงหรือไม่นั้น เรื่องนี้ยังเป็นข้อคิดเห็นที่หลากหลาย ซึ่งคงต้องมาหารือเพื่อหาจุดตรงกลางที่เหมาะสมที่สุด 

น.ส.ตรีนุช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง การอนุญาตให้บุคคลประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพเป็นการชั่วคราว พ.ศ. ... ด้วย เนื่องจากเรื่องการต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั่วคราวยังเป็นปัญหาอยู่ เช่น จะให้มีการอนุญาตต่อชั่วคราวไปได้เรื่อยๆ หรือต้องมาดูว่าจะต้องทำมาตรฐานการต่อให้เข้มข้นมากขึ้น เป็นต้น ซึ่งเป็นโจทย์ที่คุรุสภาจะต้องไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไข โดยได้ตั้งคณะอนุกรรมการเรื่องนี้แล้ว เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

รมว.ศธ.ถก บอร์ดคุรุสภา ปรับแนวทางการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หลังพบ ข้อร้องเรียนในการสอบ เผย เพื่อให้การสอบครั้งต่อไปในเดือน ต.ค.เป็นที่ยอมรับและได้มาตรฐาน 

ที่มา ; เดลินิวส์ อังคารที่ 1 มิถุนายน 2564

 

ข่าวเดียวกัน

บอร์ดคุรุสภาเร่งปรับการสอบขอตั๋วครู หลังมีคนร้องศาลปกครอง ชี้ข้อสอบอาจไม่ได้มาตรฐาน

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 4/2564 เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมอนุมัติในหลักการร่างประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง การอนุญาตให้บุคคลประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็นการชั่วคราว พ.ศ. ซึ่งที่ประชุมได้มอบให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการฯ จำนวน 1 คณะ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูในสังกัดคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ต่อไป โดยที่ประชุมมอบโจทย์ให้คณะอนุกรรมการฯ ดำเนินการแก้ไขคือจะต้องไม่ทำให้มาตรฐานครูหายไปด้วย

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่ประชุมหารือถึงการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่ได้จัดสอบวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ และประกาศผลสอบวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้มีสิทธิเข้าสอบ 7,263 คน สอบผ่านกว่า 700 คน ซึ่งถือว่ามีผู้สอบผ่านน้อยมาก ทั้งนี้ยังมีผู้ที่สอบไม่ผ่านกว่า 40 คน ได้ยื่นร้องศาลปกครองเรื่องมาตรฐานการสอบที่อาจจะไม่มีความเหมาะสม โดยที่ประชุมยังไม่พิจารณาเรื่องนี้ แต่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ประชาชนมีความสงสัยว่าข้อสอบมาตรฐานจริงหรือไม่ และวิชาที่จะต้องทดสอบใน 5 หมวดวิชา คือ 1.หมวดทักษะภาษาไทย 2.หมวดทักษะภาษาอังกฤษ 3.หมวดทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา 4.หมวดความรู้ทางวิชาชีพครู และ 5.หมวดความรู้วิชาเอก นั้นสะท้อนมาตรฐานความเป็นครูหรือไม่

ดิฉันเชื่อว่าผู้ออกข้อสอบมีเจตนารมณ์ที่ดี เพราะอยากให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพขั้นสูง ต้องการให้ให้ครูมีมาตรฐานสูง และมีคุณภาพสูง แต่ในขณะเดียวกันเราต้องมาดูด้วยว่าจากการสอบครั้งแรกที่มีผู้สอบไม่ผ่านจำนวนมาก มีข้อกังขา หรือมีประเด็นอะไรที่คุรุสภาต้องกลับมาทบทวนพิจารณา เพื่อให้การสอบครั้งที่ 2 ที่จะสอบในเดือนตุลาคมนี้ เป็นที่ยอมรับให้ได้มากที่สุด แต่ยังต้องรักษามาตรฐานการสอบเอาไว้ด้วย ส่วนในอนาคตจะมีการปรับลดวิชาสอบหรือไม่นั้น ต้องศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะบางส่วนมองว่าบางวิชามีความซ้ำซ้อนกัน และบางกลุ่มมองว่าถ้าปรับลดวิชาจะลงมาตรฐานของครูหรือไม่น.ส.ตรีนุช กล่าว 

ความเห็นของผู้ชม