ค้นหา

คุรุสภาเร่งหาข้อสรุปปัญหาสอบวิชาเอกขอใบประกอบวิชาชีพครู

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า จากที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้จัดให้มีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้ และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 1 ไปเมื่อวันที่ 20 - 21 ก.พ.2564 และประกาศผลสอบวันที่ 29 มีนาคม ผ่านมา แต่มีประเด็นในแวดวงวิชาการและการฟ้องร้องที่ศาลปกครองเรื่องข้อสอบ ซึ่งมีการสอบวิชาการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา วิชาชีพครู และวิชาเอก จำนวน 30 วิชา ว่าข้อสอบมีมาตรฐานที่เหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะข้อสอบวิชาเอกที่มี ข้อสงสัยว่าอาจจะออกไม่ตรงกับที่ผู้เข้าสอบได้เรียนมา มีข้อเรียกร้องว่าไม่จำเป็นที่จะต้องสอบวิชาเอก ขณะที่มีนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นแตกต่างเรื่องการสอบวิชาเอก โดยฝ่ายหนึ่งเห็นว่าต้องมีการสอบวิชาเอก ส่วนอีกฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการสอบวิชาเอก ซึ่งเรื่องนี้คุรุสภาเป็นตัวกลางที่รับข้อมูลทุกด้านจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อจะนำข้อมูลต่างๆ มาทบทวน และหาข้อยุติให้ได้โดยเร็ว

"จากปัญหาที่เกิดขึ้นทางคุรุสภาจึงได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อมารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อคิดเห็นต่างๆ อย่างรอบด้าน แนวทางการดำเนินการที่จะให้การจัดสอบราบรื่น และให้ได้ข้อสรุปก่อนเสนอให้ทางคณะกรรมการคุรุสภาพิจารณาต่อไป ส่วนมติคณะกรรมการคุรุสภาจะออกมาอย่างไร สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาก็พร้อมดำเนินการทุกอย่าง โดยตั้งเป้าเดือนตุลาคมนี้ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อย นอกจากนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภายังได้วางแผน ระยาวที่จะจัดทำคลังข้อสอบหรือ Item Bank ซึ่งได้เตรียมการวางระบบเทคโนโลยีแล้ว ส่วนข้อสอบ คงต้องให้สภาคณาจารย์ และ ที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ทปคศ.) มาช่วยด้วย นอกจากนี้ ยังมีแผนการจัดทำการทดสอบจาก Paper Test เป็น E Testing ด้วย ซึ่งจะทำให้ การทดสอบสะดวกขึ้น ใครพร้อมเมื่อไหร่ก็มาสอบได้เลย" ดร.ดิศกุล กล่าวและว่า

ในอนาคตคุรุสภาจะจัดสอบวิชาเอกหรือไม่จัดสอบวิชาเอก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) น่าจะต้องมาช่วยกันดูว่าจะทำอย่างไรในการนำผลการทดสอบ การประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยอาจจะให้มีหน่วยงานหลักมาดูแลการจัดสอบวิชาเอก จากนั้นหน่วยงานร่วมก็สามารถดึงวิชาเอกไปใช้ได้เลย ซึ่งจะทำให้การทำงานคล่องตัว ลดความซ้ำซ้อนในการสอบ และเกิดประโยชน์การใช้เงินงบประมาณของประเทศชาติอย่างคุ้มค่าด้วย

ด้าน ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ การวิจัยและนวัตกรรม และรักษาการคณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่จะต้องมีการสอบเพื่อขอตั๋วครู เนื่องจากต้องการให้มีมาตรฐานวิชาชีพครูเหมือนการสอบแพทย์ และพยาบาล  ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งเพราะมีสถาบันฝ่ายผลิตครูที่หลากหลาย บางสถาบันไม่มีหน้าที่ผลิตครูก็มาผลิต และยังมีการปล่อยเกรด ขณะที่จำนวนนิสิตนักศึกษาลดลง แต่ค่านิยมเรียนสายครูยังคงสูงเหมือนเดิมจึงต้องมีการวางระบบการดูแลมาตรฐานและคุณภาพ ทั้งนี้ เท่าที่ดูการสอบวิชาเอกที่ผ่านมามีปัญหามาก เนื่องจากในกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา (มคอ.1 ) หลักสูตรครู 4 ปี ไม่ได้กำหนดรายวิชาเอกที่ชัดเจนจึงทำให้สถาบันฝ่ายผลิตครูต่างๆ ไปกำหนดรายวิชาที่เรียนแตกต่างกันไป เมื่อไปสอบวิชาเอกขอตั๋วครู จึงทำให้เกิดปัญหาที่ว่าข้อสอบวิชาเอกที่สอบไม่ตรงกับสิ่งที่เรียนมา

อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้มีการทบทวนการสอบวิชาเอก ส่วนการสอบวิชาอื่น ยังจำเป็นต้องสอบและถือว่าเพียงพอกับการวัดและประเมินวิชาชีพครูอยู่แล้ว ที่สำคัญอยากให้คุรุสภา สถาบันฝ่ายผลิต และผู้ใช้บัณฑิตมาร่วมกันคิดและวางแนวทางในการคัดเลือกและใช้ผลการสอบต่างๆ ร่วมกัน เพื่อลดการสอบที่ซ้ำซ้อนและประหยัดงบประมาณด้วย

ที่มา : แนวหน้า วันอังคาร ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ข่าวเกี่ยวกันมการดำเนินการรวบรวมประเด็นปัญหา-ข้อคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับ “สอบวิชาเอก” เพื่อขอรับ

คุรุสภาตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางการดำเนินการสอบตั๋วครู

ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า จากที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้จัดให้มีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้ และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 1 ไปเมื่อวันที่ 20-21 ก.พ. 2564 และประกาศผลสอบวันที่ 29 มีนาคมผ่านมา แต่มีประเด็นในแวดวงวิชาการและการฟ้องร้องที่ศาลปกครองเรื่องข้อสอบ ซึ่งมีการสอบวิชาการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา วิชาชีพครู และวิชาเอก จำนวน 30 วิชา ว่าข้อสอบมีมาตรฐานที่เหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะข้อสอบวิชาเอกที่มี   ข้อสงสัยว่าอาจจะออกไม่ตรงกับที่ผู้เข้าสอบได้เรียนมา มีข้อเรียกร้องว่าไม่จำเป็นที่จะต้องสอบวิชาเอก ขณะที่มีนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นแตกต่างเรื่องการสอบวิชาเอก โดยฝ่ายหนึ่งเห็นว่าต้องมีการสอบวิชาเอก  ส่วนอีกฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการสอบวิชาเอก ซึ่งเรื่องนี้คุรุสภาเป็นตัวกลางที่รับข้อมูลทุกด้านจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อจะนำข้อมูลต่างๆ มาทบทวน และหาข้อยุติให้ได้โดยเร็ว

        “จากปัญหาที่เกิดขึ้นทางคุรุสภาจึงได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อมารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อคิดเห็นต่างๆ อย่างรอบด้าน แนวทางการดำเนินการที่จะให้การจัดสอบราบรื่น และให้ได้ข้อสรุปก่อนเสนอให้ทางคณะกรรมการคุรุสภาพิจารณาต่อไป ส่วนมติคณะกรรมการคุรุสภาจะออกมาอย่างไร สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาก็พร้อมดำเนินการทุกอย่าง โดยตั้งเป้าเดือนตุลาคมนี้ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อย นอกจากนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภายังได้วางแผน    ระยาวที่จะจัดทำคลังข้อสอบหรือ Item Bank ซึ่งได้เตรียมการวางระบบเทคโนโลยีแล้ว ส่วนข้อสอบ คงต้องให้สภาคณาจารย์ และ ทปคศ. มาช่วยด้วย  นอกจากนี้ยังมีแผนการจัดทำการทดสอบจาก Paper Test เป็น E Testing ด้วย ซึ่งจะทำให้การทดสอบสะดวกขึ้น ใครพร้อมเมื่อไหร่ก็มาสอบได้เลย “ดร.ดิศกุล กล่าวและว่าในอนาคตคุรุสภาจะจัดสอบวิชาเอกหรือไม่จัดสอบวิชาเอก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน     ก.ค.ศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) น่าจะต้องมาช่วยกันดูว่าจะทำอย่างไรในการนำผลการทดสอบ การประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยอาจจะให้มีหน่วยงานหลักมาดูแลการจัดสอบวิชาเอก จากนั้นหน่วยงานร่วมก็สามารถดึงวิชาเอกไปใช้ได้เลย ซึ่งจะทำให้การทำงานคล่องตัว ลดความซ้ำซ้อนในการสอบ และเกิดประโยชน์การใช้เงินงบประมาณของประเทศชาติอย่างคุ้มค่าด้วย

          ด้าน ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ การวิจัยและนวัตกรรม และรักษาการคณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่จะต้องมีการสอบเพื่อขอตั๋วครู  เนื่องจากต้องการให้มีมาตรฐานวิชาชีพครูเหมือนการสอบแพทย์ และพยาบาล  ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งเพราะมีสถาบันฝ่ายผลิตครูที่หลากหลาย  บางสถาบันไม่มีหน้าที่ผลิตครูก็มาผลิต และยังมีการปล่อยเกรด ขณะที่จำนวนนิสิตนักศึกษาลดลง แต่ค่านิยมเรียนสายครูยังคงสูงเหมือนเดิมจึงต้องมีการวางระบบการดูแลมาตรฐานและคุณภาพ  ทั้งนี้เท่าที่ดูการสอบวิชาเอกที่ผ่านมามีปัญหามาก เนื่องจากในกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา (มคอ.1 ) หลักสูตรครู 4 ปี ไม่ได้กำหนดรายวิชาเอกที่ชัดเจนจึงทำให้สถาบันฝ่ายผลิตครูต่างๆ ไปกำหนดรายวิชาที่เรียนแตกต่างกันไป เมื่อไปสอบวิชาเอกขอตั๋วครู จึงทำให้เกิดปัญหาที่ว่าข้อสอบวิชาเอกที่สอบไม่ตรงกับสิ่งที่เรียนมา อย่างไรก็ตามตนอยากให้มีการทบทวนการสอบวิชาเอก ส่วนการสอบวิชาอื่น ยังจำเป็นต้องสอบและถือว่าเพียงพอกับการวัดและประเมินวิชาชีพครูอยู่แล้ว ที่สำคัญอยากให้คุรุสภา สถาบันฝ่ายผลิต และผู้ใช้บัณฑิตมาร่วมกันคิดและวางแนวทางในการคัดเลือกและใช้ผลการสอบต่างๆ ร่วมกัน เพื่อลดการสอบที่ซ้ำซ้อนและประหยัดงบประมาณด้วย

ที่มา ; สำนักเลขาธิการคุรุสภา

ความเห็นของผู้ชม