บอร์ด สมศ.ไฟเขียวประเมินภายนอกใหม่ 8 ด้าน
ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ รักษาการประธานคณะกรรมการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม สมศ.เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติเห็นชอบปรับเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอก ในปีการศึกษา 2566 ตามที่เสนอ ซึ่งเกณฑ์ใหม่นี้จะประเมิน 8 ด้าน ประกอบด้วย
1. วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยมสถานศึกษา
2. ภาวะผู้นำ และการกำหนดกบยุทธ์สถานศึกษา
3. หลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
4. ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
5. การบริหารทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษา
6. การบริหากิจการนักเรียน และ
8. ความสัมพันธ์กับชุมชนและหน่วยงานภายนอก
“เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจุบัน และสอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ต่อไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปออกหลักเกณฑ์ จากนั้นต้องประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ให้สถานศึกษาทราบล่วงหน้า 1 ปี จึงสามารถใช้ประเมินสถานศึกษาในปีการศึกษา 2566 ได้” ดร.เอกชัย กล่าว
ดร.เอกชัยกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงบทบาทของ สมศ.ในอนาคต ว่าควรมีบทบาทอะไรบ้าง เบื้องต้นเห็นตรงกันว่าในอนาคต สมศ.ควรจะมี 2 บทบาท คือ
1. มีหน้าที่ประเมินมาตรฐาน เพื่อประกันคุณภาพให้สถานศึกษา และ
2. เป็นหน่วยงานที่ให้การรับรอง (Accredited) ร่วมมือกับองค์การนานาชาติ
โดยที่ประชุมเห็นด้วยกับแนวทางนี้ ดังนั้น ในอนาคตสถานศึกษาจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ
· สถานศึกษาที่ได้รับการประเมินตามมาตรฐาน หากไม่ได้มาตรฐานในข้อใด สามารถปรับปรุงข้อบกพร่องของตนได้
· สถานศึกษาที่เกินมาตรฐานแล้ว ไม่ต้องการรับการประเมิน แต่อยากได้การรับรองว่าสถานศึกษาของตนได้มาตรฐานระดับนานาชาติแล้ว ก็ขอให้ สมศ.ประเมินตามเกณฑ์ของนานาชาติเพื่อรับรองมาตรฐานต่อไป ซึ่งจะตอบโจทย์สถานศึกษาเอกชนอย่างมาก เพราะสถานศึกษาเอกชนเหล่านี้ ต้องการสร้างความความเชื่อถือ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
“ทั้งนี้ ที่ประชุมมองว่า สมศ.ต้องสร้างตัวเองให้เป็นองค์กรที่มีคุณภาพ เป็นหน่วยงานที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติสามารถรับรองคุณภาพ และไปประเมินสถานศึกษาต่างประเทศ เช่น กัมพูชา และลาว เป็นต้น ซึ่งจะสร้างรายได้ให้ สมศ.อีกทางหนึ่งด้วย ถ้าทำได้ สมศ.จะเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติได้” ดร.เอกชัย กล่าว
ไฟเขียวประเมินภายนอกใหม่ 8 ด้าน รับมือโควิดระบาด เริ่มปีการศึกษา’66 สมศ.ตั้งเป้าขึ้นหน่วยประเมินนานาชาติ
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 5 ตุลาคม 2564
แนวข้อสอบ
ข้อ ๑
เหตุผลเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดในการปรับเกณฑ์ประเมินภายนอก สมศ.ครั้งนี้ คือข้อใด
ก. เพื่อลดจำนวนตัวชี้วัดและภาระเอกสารของสถานศึกษา
ข. เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและผลกระทบจากโควิด-19
ค. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนเป็นตัวชี้วัดหลักเพียงด้านเดียว
ง. เพื่อเตรียมความพร้อมในการยกเลิกการประเมินภายนอกในอนาคต
เฉลย: ข.
เหตุผล: บทความระบุชัดว่าการปรับเกณฑ์มีเป้าหมายให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันและสถานการณ์โควิด-19 ไม่ใช่การลดบทบาทหรือยกเลิกการประเมิน
ข้อ ๒
การเพิ่มบทบาท “หน่วยงานรับรองมาตรฐาน (Accredited)” ของ สมศ. จะส่งผลต่อสถานศึกษาอย่างไรมากที่สุด
ก. ทำให้ทุกสถานศึกษาต้องเข้ารับการประเมินตามมาตรฐานนานาชาติ
ข. เปิดโอกาสให้สถานศึกษาที่เกินมาตรฐานเลือกแนวทางการประเมินที่เหมาะสม
ค. ลดความสำคัญของการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
ง. ทำให้การประเมินภายนอกมีความเข้มงวดน้อยลง
เฉลย: ข.
เหตุผล: บทความชี้ว่าเป็น “ทางเลือก” สำหรับสถานศึกษาที่เกินมาตรฐาน และต้องการการรับรองระดับนานาชาติ มิใช่ข้อบังคับ
ข้อ ๓
หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการเตรียมความพร้อมรับการประเมินตามเกณฑ์ใหม่อย่างยั่งยืน ควรให้ความสำคัญกับข้อใดมากที่สุด
ก. การจัดทำเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนตามตัวชี้วัด
ข. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพียงอย่างเดียว
ค. การพัฒนาระบบบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ทั้งองค์กร
ง. การสร้างภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์สถานศึกษา
เฉลย: ค.
เหตุผล: เกณฑ์ใหม่ประเมินเชิงระบบ 8 ด้าน การบริหารเชิงกลยุทธ์เป็นฐานสำคัญที่เชื่อมโยงทุกมิติ ไม่ใช่เพียงเอกสารหรือผลลัพธ์บางด้าน
ข้อ ๔
แนวคิด “ประกาศเกณฑ์ล่วงหน้า 1 ปี” สะท้อนหลักการบริหารคุณภาพข้อใด
ก. ความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม
ข. ความคุ้มค่าและประหยัดงบประมาณ
ค. ความยืดหยุ่นและการกระจายอำนาจ
ง. การควบคุมและกำกับอย่างเข้มงวด
เฉลย: ก.
เหตุผล: การแจ้งล่วงหน้าเปิดโอกาสให้สถานศึกษาเตรียมตัว ปรับปรุง และมีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรม
ข้อ ๕
เหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ที่ สมศ.มุ่งประเมินสถานศึกษาต่างประเทศ เช่น กัมพูชาและลาว คือข้อใด
ก. เพื่อทดแทนการประเมินสถานศึกษาในประเทศ
ข. เพื่อเพิ่มอำนาจกำกับดูแลด้านการศึกษาในภูมิภาค
ค. เพื่อสร้างรายได้และยกระดับการยอมรับในระดับนานาชาติ
ง. เพื่อปรับเกณฑ์การประเมินของไทยให้เหมือนต่างประเทศทั้งหมด
เฉลย: ค.
เหตุผล: บทความระบุชัดถึงการสร้างรายได้และการยกระดับสถานะของ สมศ.ในเวทีนานาชาติ
แนวข้อสอบยากมาก
ข้อ ๑
การเปลี่ยนบทบาทของ สมศ. ให้มีทั้ง “ผู้ประเมินมาตรฐาน” และ “หน่วยงานรับรองนานาชาติ” ส่งผลต่อ ตรรกะของระบบประกันคุณภาพการศึกษาไทย อย่างไร
ก. ระบบประกันคุณภาพจะกลายเป็นระบบสมัครใจทั้งหมด
ข. สมศ.เปลี่ยนบทบาทจากผู้กำกับเป็นผู้ให้บริการทางวิชาการ
ค. ระบบประกันคุณภาพเกิดโครงสร้างแบบสองระดับ (Dual-track Quality Assurance)
ง. การประเมินภายนอกจะถูกลดความสำคัญลงในระยะยาว
เฉลย: ค.
เหตุผล: บทความสะท้อนโครงสร้าง “ขั้นต่ำตามมาตรฐาน” ควบคู่ “สมัครใจระดับนานาชาติ” ซึ่งเป็น Dual-track QA ไม่ใช่การยกเลิกหรือสมัครใจทั้งหมด
ข้อ ๒
หากผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนเลือกขอ “การรับรองมาตรฐานนานาชาติ” แทนการประเมินตามเกณฑ์ปกติ การตัดสินใจนี้สะท้อนวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ใดมากที่สุด
ก. การลดต้นทุนด้านการบริหารจัดการ
ข. การสร้างความชอบธรรมทางกฎหมาย
ค. การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและความเชื่อมั่นสาธารณะ
ง. การหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากรัฐ
เฉลย: ค.
เหตุผล: บทความระบุชัดว่าการรับรองนานาชาติ “ตอบโจทย์สถานศึกษาเอกชน” ด้านความเชื่อถือและความมั่นใจของประชาชน ไม่ใช่การหลบเลี่ยงการกำกับ
ข้อ ๓
การกำหนดให้ประกาศเกณฑ์การประเมินล่วงหน้า 1 ปี สอดคล้องกับหลักการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) ในข้อใดมากที่สุด
ก. การใช้แรงจูงใจเชิงบังคับ (Coercive Strategy)
ข. การสร้างความตระหนักและลดแรงต้าน (Unfreeze Phase)
ค. การประเมินผลลัพธ์หลังการเปลี่ยนแปลง (Refreeze Phase)
ง. การกระจายอำนาจการตัดสินใจให้สถานศึกษา
เฉลย: ข.
เหตุผล: การแจ้งล่วงหน้าช่วย “คลายแรงต้าน” และเตรียมความพร้อมก่อนเปลี่ยนเกณฑ์ ตรงกับแนวคิด Unfreeze ของ Lewin
ข้อ ๔
ในมุมมองเชิงระบบ หากสถานศึกษามุ่งพัฒนา “ผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน” โดยไม่พัฒนา “ภาวะผู้นำและกลยุทธ์สถานศึกษา” จะส่งผลอย่างไรต่อการประเมินตามเกณฑ์ใหม่
ก. ผ่านการประเมินได้ หากคะแนนผู้เรียนสูง
ข. ผ่านบางด้าน แต่ไม่สามารถบรรลุคุณภาพเชิงยั่งยืน
ค. ไม่ถูกนำมาพิจารณาในการประเมินภายนอก
ง. ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสถานศึกษาที่ขอรับรองนานาชาติได้
เฉลย: ข.
เหตุผล: เกณฑ์ 8 ด้านประเมินแบบองค์รวม ผลลัพธ์ที่ไม่เชื่อมกับระบบบริหารย่อมไม่ยั่งยืน และไม่ตอบโจทย์การประเมินเชิงพัฒนา
ข้อ ๕
การที่ สมศ. ตั้งเป้าประเมินสถานศึกษาต่างประเทศ สะท้อนการเปลี่ยน “ฐานอำนาจเชิงนโยบาย” (Policy Power Base) ในข้อใด
ก. จากอำนาจตามกฎหมาย → อำนาจทางวิชาการและความเชี่ยวชาญ
ข. จากอำนาจเชิงบังคับ → อำนาจเชิงลงโทษ
ค. จากอำนาจเชิงสังคม → อำนาจเชิงการเมือง
ง. จากอำนาจเชิงบริหาร → อำนาจเชิงงบประมาณ
เฉลย: ก.
เหตุผล: การประเมินต่างประเทศเกิดได้จาก “ความน่าเชื่อถือทางวิชาการ” ไม่ใช่อำนาจตามกฎหมายของรัฐ
ข้อสอบปรนัย ยากมากพิเศษ (20 ข้อ)
ข้อ 1
การปรับเกณฑ์ประเมินภายนอกของ สมศ. ครั้งนี้ สะท้อนการเปลี่ยน “ปรัชญาการประเมิน” จากแนวคิดใด → ใด
ก. ผลลัพธ์ → กระบวนการ
ข. การตรวจสอบ → การพัฒนา
ค. มาตรฐานขั้นต่ำ → การควบคุมคุณภาพ
ง. การกำกับ → การลงโทษ
เฉลย: ข.
เหตุผล: เน้นพัฒนาเชิงระบบ ไม่ใช่จับผิด
ข้อ 2
เหตุใดการกำหนดเกณฑ์ประเมิน 8 ด้านจึงถือเป็น “การประเมินเชิงองค์รวม”
ก. ครอบคลุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ข. วัดทั้งปัจจัย กระบวนการ และผลลัพธ์
ค. ใช้ตัวชี้วัดเชิงปริมาณเป็นหลัก
ง. ลดบทบาทผู้ประเมินภายนอก
เฉลย: ข.
ข้อ 3
หากสถานศึกษามีผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนสูง แต่ขาดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่ชัดเจน ผลการประเมินตามเกณฑ์ใหม่จะเป็นอย่างไร
ก. ผ่านการประเมิน
ข. ผ่านเฉพาะด้านผู้เรียน
ค. ไม่ผ่านเชิงระบบ
ง. ได้รับการรับรองนานาชาติ
เฉลย: ค.
ข้อ 4
การแจ้งเกณฑ์ประเมินล่วงหน้า 1 ปี สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลข้อใดมากที่สุด
ก. ความคุ้มค่า
ข. ความโปร่งใส
ค. ความมีส่วนร่วม
ง. ความรับผิดชอบ
เฉลย: ข.
ข้อ 5
บทบาท Accreditation ของ สมศ. มีผลต่อ “อำนาจเชิงนโยบาย” อย่างไร
ก. เพิ่มอำนาจบังคับ
ข. ลดอำนาจกำกับ
ค. เพิ่มอำนาจทางวิชาการ
ง. เพิ่มอำนาจทางการเมือง
เฉลย: ค.
ข้อ 6
แนวคิด “Dual-track Quality Assurance” หมายถึงข้อใด
ก. ประเมินภายในและภายนอก
ข. ประเมินภาครัฐและเอกชน
ค. มาตรฐานขั้นต่ำควบคู่มาตรฐานนานาชาติ
ง. ประเมินเชิงคุณภาพและปริมาณ
เฉลย: ค.
ข้อ 7
เหตุใดสถานศึกษาเอกชนจึงได้ประโยชน์จากระบบ Accreditation มากที่สุด
ก. ลดภาระเอกสาร
ข. เพิ่มงบประมาณจากรัฐ
ค. สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
ง. หลีกเลี่ยงการประเมิน
เฉลย: ค.
ข้อ 8
การประเมินที่เน้นความสัมพันธ์กับชุมชน สะท้อนแนวคิดการบริหารแบบใด
ก. School-based Management
ข. Stakeholder Approach
ค. Total Quality Control
ง. Centralized Management
เฉลย: ข.
ข้อ 9
หากผู้บริหารมุ่งพัฒนาเฉพาะเอกสารหลักฐาน จะขัดกับเจตนารมณ์เกณฑ์ใหม่อย่างไร
ก. ไม่ครบตัวชี้วัด
ข. ไม่สะท้อนคุณภาพจริง
ค. ไม่ผ่านการรับรอง
ง. ใช้งบประมาณสูงเกินไป
เฉลย: ข.
ข้อ 10
การตั้งเป้าประเมินสถานศึกษาต่างประเทศของ สมศ. แสดงบทบาทในฐานะใด
ก. หน่วยกำกับรัฐ
ข. ผู้ตรวจราชการ
ค. ผู้ให้บริการวิชาการ
ง. หน่วยงานทางการเมือง
เฉลย: ค.
ข้อ 11
การเปลี่ยนบทบาท สมศ. ช่วยลด “กับดักคุณภาพ” (Quality Trap) อย่างไร
ก. ลดจำนวนตัวชี้วัด
ข. เพิ่มการแข่งขัน
ค. เปิดทางเลือกเชิงพัฒนา
ง. ใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด
เฉลย: ค.
ข้อ 12
หากสถานศึกษาขอรับรองนานาชาติ ผู้บริหารควรปรับบทบาทตนเองอย่างไร
ก. ผู้ควบคุม
ข. ผู้ตรวจสอบ
ค. ผู้นำเชิงกลยุทธ์
ง. ผู้ปฏิบัติงานหลัก
เฉลย: ค.
ข้อ 13
เกณฑ์ใหม่ของ สมศ. สนับสนุนการประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning) อย่างไร
ก. เน้นผลสอบ
ข. เน้นการจัดอันดับ
ค. ใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนา
ง. ลดการประเมิน
เฉลย: ค.
ข้อ 14
ข้อใดคือความเสี่ยง หากสถานศึกษามุ่ง Accreditation โดยไม่พัฒนาฐานคุณภาพภายใน
ก. ค่าใช้จ่ายสูง
ข. ภาพลักษณ์ลดลง
ค. คุณภาพไม่ยั่งยืน
ง. ไม่ผ่านกฎหมาย
เฉลย: ค.
ข้อ 15
การประเมินภายนอกตามเกณฑ์ใหม่มีบทบาทใกล้เคียง “Critical Friend” มากที่สุดในข้อใด
ก. ตัดสินผ่าน–ไม่ผ่าน
ข. ให้คำแนะนำเชิงพัฒนา
ค. ตรวจเอกสาร
ง. จัดอันดับโรงเรียน
เฉลย: ข.
ข้อ 16
เหตุใด “ภาวะผู้นำ” จึงเป็นแกนกลางของเกณฑ์ 8 ด้าน
ก. เป็นอำนาจตามตำแหน่ง
ข. เชื่อมทุกระบบคุณภาพ
ค. วัดได้ง่าย
ง. เป็นข้อบังคับทางกฎหมาย
เฉลย: ข.
ข้อ 17
แนวคิดการสร้างรายได้จากการประเมินต่างประเทศ สอดคล้องกับหลักใด
ก. Public–Private Partnership
ข. Entrepreneurial Government
ค. Welfare State
ง. Bureaucratic Control
เฉลย: ข.
ข้อ 18
หาก สมศ. ไม่ยกระดับสู่มาตรฐานนานาชาติ จะเกิดข้อจำกัดใดมากที่สุด
ก. ขาดบุคลากร
ข. ขาดงบประมาณ
ค. ขาดความน่าเชื่อถือระดับสากล
ง. ขาดอำนาจตามกฎหมาย
เฉลย: ค.
ข้อ 19
เกณฑ์ใหม่ของ สมศ. สนับสนุนการบริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 อย่างไร
ก. เน้นการควบคุม
ข. เน้นความยืดหยุ่นและบริบท
ค. เน้นมาตรฐานเดียว
ง. เน้นการรวมศูนย์
เฉลย: ข.
ข้อ 20
บทบาทใหม่ของ สมศ. ส่งผลต่อผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะ “ผู้เรียนรู้” อย่างไร
ก. ลดภาระ
ข. เพิ่มความรับผิด
ค. ต้องพัฒนาความรู้เชิงนโยบายและสากล
ง. ทำงานตามคำสั่งเท่านั้น
เฉลย: ค.
ข้อสอบจำลอง
ข้อ 1
การปรับเกณฑ์ประเมินภายนอกของ สมศ. ครั้งนี้ สะท้อนการเปลี่ยนแนวคิดการประเมินจากข้อใดไปสู่ข้อใด
ก. การประเมินผลลัพธ์ → การประเมินกระบวนการ
ข. การตรวจสอบความถูกต้อง → การพัฒนาคุณภาพ
ค. การประเมินเชิงปริมาณ → การประเมินเชิงคุณภาพ
ง. การควบคุม → การลดบทบาทรัฐ
เฉลย: ข.
ข้อ 2
เหตุใดการประเมิน 8 ด้านจึงถือเป็น “การประเมินเชิงระบบ”
ก. มีจำนวนตัวชี้วัดมาก
ข. ประเมินทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ค. เชื่อมโยงปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลลัพธ์
ง. ใช้ข้อมูลเชิงสถิติเป็นหลัก
เฉลย: ค.
ข้อ 3
หากสถานศึกษามีผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนสูง แต่ขาดภาวะผู้นำและกลยุทธ์ที่ชัดเจน ผลการประเมินตามเกณฑ์ใหม่จะเป็นอย่างไร
ก. ผ่านการประเมิน
ข. ผ่านเฉพาะบางด้าน
ค. ไม่ผ่านเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน
ง. ได้รับการรับรองนานาชาติ
เฉลย: ค.
ข้อ 4
การแจ้งเกณฑ์การประเมินล่วงหน้า 1 ปี สอดคล้องกับหลักการบริหารการเปลี่ยนแปลงขั้นใด
ก. การบังคับใช้
ข. การคลายแรงต้าน
ค. การประเมินผล
ง. การควบคุมคุณภาพ
เฉลย: ข.
ข้อ 5
บทบาท Accreditation ของ สมศ. ส่งผลให้ระบบประกันคุณภาพการศึกษาไทยมีลักษณะใด
ก. ระบบบังคับทั้งหมด
ข. ระบบสมัครใจทั้งหมด
ค. ระบบสองระดับ (Dual-track)
ง. ระบบรวมศูนย์
เฉลย: ค.
ข้อ 6
สถานศึกษาเอกชนได้ประโยชน์สูงสุดจาก Accreditation เพราะเหตุใด
ก. ลดภาระงานเอกสาร
ข. เพิ่มงบประมาณจากรัฐ
ค. สร้างความเชื่อมั่นและความได้เปรียบทางการแข่งขัน
ง. ไม่ต้องรับการประเมิน
เฉลย: ค.
ข้อ 7
เกณฑ์ด้าน “ความสัมพันธ์กับชุมชน” สะท้อนแนวคิดการบริหารใด
ก. Centralized Management
ข. Stakeholder-based Management
ค. Scientific Management
ง. Bureaucratic Control
เฉลย: ข.
ข้อ 8
การประเมินภายนอกตามเกณฑ์ใหม่มีบทบาทใกล้เคียงแนวคิดใดมากที่สุด
ก. ผู้ตรวจสอบ
ข. ผู้ควบคุม
ค. เพื่อนคู่คิดเชิงพัฒนา (Critical Friend)
ง. ผู้จัดอันดับ
เฉลย: ค.
ข้อ 9
หากสถานศึกษามุ่งจัดทำเอกสารเพื่อการประเมินมากกว่าการพัฒนาระบบ จะขัดกับเจตนารมณ์เกณฑ์ใหม่อย่างไร
ก. ไม่ครบตัวชี้วัด
ข. ไม่สะท้อนคุณภาพที่แท้จริง
ค. ใช้งบประมาณสูง
ง. ไม่สอดคล้องกฎหมาย
เฉลย: ข.
ข้อ 10
การตั้งเป้าประเมินสถานศึกษาต่างประเทศของ สมศ. สะท้อนบทบาทองค์กรในฐานะใด
ก. หน่วยกำกับ
ข. หน่วยบังคับใช้กฎหมาย
ค. หน่วยบริการวิชาการระดับสากล
ง. หน่วยงานทางการเมือง
เฉลย: ค.
ข้อ 11
แนวคิด “Entrepreneurial Government” ปรากฏชัดในบทบาทใดของ สมศ.
ก. การควบคุมคุณภาพ
ข. การออกเกณฑ์ประเมิน
ค. การสร้างรายได้จากการประเมินต่างประเทศ
ง. การประกันคุณภาพภายใน
เฉลย: ค.
ข้อ 12
ภาวะผู้นำถูกกำหนดเป็นแกนกลางของเกณฑ์ 8 ด้าน เพราะเหตุใด
ก. เป็นตำแหน่งทางกฎหมาย
ข. เป็นตัวเชื่อมระบบคุณภาพทั้งหมด
ค. วัดได้ง่าย
ง. เป็นข้อบังคับ
เฉลย: ข.
ข้อ 13
เกณฑ์ใหม่ของ สมศ. สนับสนุน “Assessment for Learning” อย่างไร
ก. เน้นผลสอบ
ข. ใช้ข้อมูลเพื่อการพัฒนา
ค. ลดการประเมิน
ง. จัดอันดับสถานศึกษา
เฉลย: ข.
ข้อ 14
ความเสี่ยงสำคัญของการมุ่ง Accreditation โดยไม่พัฒนาระบบภายในคือข้อใด
ก. ค่าใช้จ่ายสูง
ข. บุคลากรต่อต้าน
ค. คุณภาพไม่ยั่งยืน
ง. ไม่ผ่านกฎหมาย
เฉลย: ค.
ข้อ 15
การประเมินตามเกณฑ์ใหม่ช่วยลด “กับดักคุณภาพ” อย่างไร
ก. ลดจำนวนตัวชี้วัด
ข. เพิ่มการแข่งขัน
ค. เปิดทางเลือกเชิงพัฒนา
ง. ใช้มาตรฐานเดียวกัน
เฉลย: ค.
ข้อ 16
บทบาทใหม่ของ สมศ. ส่งผลให้ผู้บริหารสถานศึกษาต้องพัฒนาเรื่องใดมากที่สุด
ก. งานเอกสาร
ข. ความรู้เชิงนโยบายและมาตรฐานสากล
ค. การเงิน
ง. การประชาสัมพันธ์
เฉลย: ข.
ข้อ 17
แนวคิดการประเมินเชิงองค์รวมสอดคล้องกับการบริหารคุณภาพแบบใด
ก. Total Quality Management
ข. Scientific Management
ค. Bureaucratic Model
ง. Command and Control
เฉลย: ก.
ข้อ 18
หาก สมศ. ไม่ยกระดับสู่มาตรฐานนานาชาติ จะสูญเสียสิ่งใดมากที่สุด
ก. งบประมาณ
ข. อำนาจตามกฎหมาย
ค. ความน่าเชื่อถือระดับสากล
ง. บุคลากร
เฉลย: ค.
ข้อ 19
เกณฑ์ใหม่สนับสนุนการบริหารการศึกษาในศตวรรษที่ 21 อย่างไร
ก. เน้นการควบคุม
ข. เน้นความยืดหยุ่นตามบริบท
ค. เน้นมาตรฐานเดียว
ง. เน้นรวมศูนย์
เฉลย: ข.
ข้อ 20
ผู้บริหารที่เข้าใจเจตนารมณ์เกณฑ์ใหม่ควรมีบทบาทใด
ก. ผู้สั่งการ
ข. ผู้ตรวจสอบ
ค. ผู้นำการเรียนรู้ขององค์กร
ง. ผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง
เฉลย: ค.
ความเห็นของผู้ชม