ค้นหา

เปิด 7 ข้อเรียกร้องต่อการปฏิรูปการศึกษาในวันครู

"วันครูแห่งชาติตรงกับวันที่ 16 มกราคม ของทุกปี สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ. 2488 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า "คุรุสภา" ซึ่งมีสถานะเป็นนิติบุคคลและให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ดูแล "สถาบันวิชาชีพครู"

ในขณะเดียวกันก็ให้ความเห็นในเรื่องนโยบายการศึกษาและวิชาการ แก่กระทรวงศึกษาธิการ อีกทั้งเป็นหน่วยงานที่จัดหาสวัสดิการให้แก่ครูและครอบครัว รวมไปถึงการส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครู

ในปี 2565 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญเนื่องในโอกาสวันครูแห่งชาติ ความว่า พัฒนาครู พัฒนาเด็ก เรียนรู้สู่อนาคต” 

ในขณะเดียวกัน ชมรมครูสังกัดกรุงเทพมหานครออนไลน์ บอกว่าสิ่งสำคัญที่ครูต้องการคือ ปฏิรูปการศึกษา แทนคำขวัญวันครูที่ทำไม่ได้จริง พร้อมยื่น 7 ข้อแถลงการณ์ของครูต่อรัฐบาล ณ อาคารรัฐสภา  ในวันที่วันที่ 13 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา 

โดยข้อเรียกร้องในแถลงการณ์ของครูสังกัดกรุงเทพมหานครออนไลน์ เราสรุปออกมาให้อ่านง่ายๆ 7 ข้อสำคัญ ดังนี้

1) ขอให้สนับสนุนอุปกรณ์การจัดการเรียนการสอนและระบบคลื่นความถี่ให้เพียงพอและครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนของครู โดยครูไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายเอง

2) ขอให้กำหนดและจัดสรรอัตราในกลุ่มงานสนับสนุนให้เพียงพอ เพื่อให้ครูได้จัดการเรียนการสอนอย่างเดียว หรือมีงานอื่นที่รบกวนการปฏิบัติการสอนของครูให้น้อยที่สุด ครูจะได้มีเวลาทุ่มเทให้กับการสอนและดูแลผู้เรียนได้อย่างเต็มที่

3) ขอให้ลดนโยบายในระดับต่างๆ และลดงานหรือการประเมินที่ไม่จำเป็นต่อการจัดการเรียนการสอนลง ให้ครูได้มีเวลาทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการจัดประสบการณ์ตามหลักสูตรให้แก่ผู้เรียน

4) ขอให้หาจุดที่เหมาะสมในการกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพครู ให้มีความชัดเจนและมีความมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งจนครูเสียโอกาส และขอให้พิจารณาเปลี่ยนเกณฑ์การพัฒนาครู เพื่อขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะเป็นลักษณะอื่นแทน ที่ไม่เป็นภาระแก่ครู

5) ขอให้จัดอัตรากำลังครูให้เพียงพอ โดยพึงพิจารณาให้มีครูครบชั้นเรียน และครบทุกกลุ่มวิชา

6) ขอให้งดหรือลดการอบรมครูในส่วนที่ไม่จำเป็น ซึ่งการพัฒนาครูควรจะอยู่ในขั้นตอนของสถาบันผลิตครู หรือการพัฒนาครูควรเกิดขึ้นจากหลักสูตรวิชาชีพครูที่มีความเข้มข้น ณ ขณะที่ยังศึกษาอยู่ในสถาบันผลิตครู เมื่อจบการศึกษาหรือจบหลักสูตรวิชาชีพครูมา จะต้องเป็นผู้ที่มีความพร้อมอย่างเข้มข้นแล้ว

7) ขอให้จัดสวัสดิการด้านที่พักอาศัยให้ครู โดยให้มีบ้านพักครูที่เพียงพอ หรือเอื้ออำนวยเรื่องการเบิกค่าเช่าบ้าน หรือจัดสรรเงินสวัสดิการอื่น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ 16 ม.ค. 2565

 

ข่าวเกี่ยวกัน

สวนดุสิตโพลเผยดัชนีความเชื่อมั่นครูไทย ปี 2564

เป็นประจำทุกปี โดยปีนี้เป็นปีที่ 17 ที่สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 3,734 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 10-13 มกราคม 2565 เน้นตัวชี้วัด 20 ประเด็นที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อครูไทยทั้งในด้านส่วนตัว การพัฒนาตนเอง และการพัฒนาวิชาชีพในรอบปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดจะมีคะแนนเต็ม 10 สรุปเรียงลำดับจากความเชื่อมั่นสูงสุดไปถึงต่ำสุด ได้ดังนี้ ปี 2560 ได้ 7.69 คะแนน ปี 2561 ได้ 6.48 คะแนน ปี 2562 ได้ 6.25 คะแนน ปี 2563 ได้ 7.35 คะแนน

 

ประชาชนให้คะแนน 20 ตัวชี้วัด “ดัชนีครูไทย” โดยคะแนนเต็ม 10 เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้

อันดับ 1 มนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับผู้อื่นได้ 7.98 คะแนน

อันดับ 2 มีความเมตตา มีจิตใจโอบอ้อมอารี  7.97 คะแนน

อันดับ 4 รักในวิชาชีพครู มีอุดมการณ์ความเป็นครู 7.89 คะแนน

อันดับ 5 ขยันขันแข็ง อดทน เสียสละ ซื่อสัตย์ สุจริต  7.87 คะแนน

อันดับ 6 มีเป้าหมาย ประเมินและปรับปรุงพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง 7.86 คะแนน

อันดับ 6 การประพฤติปฏิบัติตนถูกต้องตามหลักคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพครู 7.86 คะแนน

อันดับ 8 ใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสม 7.84 คะแนน

อันดับ 9 ความรู้ความสามารถในการสอนและถ่ายทอดความรู้ 7.83 คะแนน

อันดับ 10 ทันสมัย ทันเหตุการณ์ รู้ข้อมูลใหม่ ๆ 7.81 คะแนน

อันดับ 11 สามารถทำงานเป็นทีมได้ 7.78 คะแนน

อันดับ 12 ช่วยเหลือนักเรียน เพื่อนร่วมงาน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ 7.77 คะแนน

อันดับ 12 มีทัศนคติที่ดี เข้าใจและคำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียน 7.77 คะแนน

อันดับ 14 ดูแลตนเองทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจ 7.74 คะแนน

อันดับ 14 อบรม พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 7.74 คะแนน

อันดับ 16 มีความน่าเชื่อถือ เป็นแบบอย่างที่ดี 7.69 คะแนน

อันดับ 17 ปรับตัวได้เร็ว แก้ปัญหาได้ดี มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 7.68 คะแนน

อันดับ 18 ควบคุมอารมณ์ได้ดี แสดงออกอย่างเหมาะสม 7.64 คะแนน

อันดับ 19 มีความเป็นผู้นำ กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าเปลี่ยนแปลง 7.61 คะแนน

อันดับ 20 ประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่เป็นหนี้เป็นสิน 6.75 คะแนน

 

จุดเด่น-จุดด้อย” ของ ครูไทย วันนี้ คือ

+ จุดเด่น

  • ใช้เทคโนโลยี มีทักษะใหม่ ๆ มีเทคนิคการสอนที่ดี 82.29%
  • ยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ ขยัน ทุ่มเท เสียสละ 65.69%
  • มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ใกล้ชิดกับชุมชน ท้องถิ่น 61.53%

+ จุดด้อย

  • ภาระงานมาก ไม่มีเวลา 74.99%
  • ขาดงบประมาณ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน 59.42%
  • มีหนี้สินมาก รายได้น้อย 55.04% 

ประชาชนคิดว่า "ครูไทยในยุคโควิด-19" ต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง

1. สอนออนไลน์ให้น่าสนใจ ปรับรูปแบบการสอน 85.38%

2. ใช้สื่อโซเชียลให้เป็นประโยชน์ พัฒนาด้านภาษาและเทคโนโลยี 84.46%

3. ดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย ป้องกันตนเองจากโควิด-19 75.69% 

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ระบุว่า สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “ดัชนีครูไทย ปี 2564 ครูไทยในยุคโควิด-19” กลุ่มตัวอย่าง 3,734 คน สำรวจวันที่ 10-13 มกราคม 2565 พบว่า ประชาชนให้คะแนนความเชื่อมั่น “ดัชนีครูไทย” ปี 2564 ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว ภาพรวมคะแนนเต็ม 10 ได้ 7.75 คะแนน โดยดัชนีที่ได้คะแนนมากที่สุด คือ มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับผู้อื่นได้ 7.98 คะแนน ดัชนีที่ได้คะแนนน้อยที่สุด คือ ด้านการประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่เป็นหนี้เป็นสิน 6.75 คะแนน โดยประชาชนมองว่าจุดเด่นของครูไทย คือ การใช้เทคโนโลยี มีทักษะใหม่ ๆ มีเทคนิคการสอนที่ดี ร้อยละ 82.29 จุดด้อยคือ มีภาระงานมาก ไม่มีเวลา ร้อยละ 74.99 โดยครูไทยในยุคโควิด-19 ต้องปรับตัวด้านการสอนออนไลน์ให้น่าสนใจ ปรับรูปแบบการสอน ร้อยละ 85.38 รองลงมาคือ ใช้สื่อโซเชียลให้เป็นประโยชน์ พัฒนาด้านภาษาและเทคโนโลยี ร้อยละ 84.46 

กลุ่มตัวอย่างที่เป็น “ครู” ให้คะแนนดัชนีครูไทย 8.40 คะแนน ส่วน “นักเรียน/นักศึกษา” ให้ 8.25 คะแนน ซึ่งสูงกว่ากลุ่มอาชีพอื่น ๆ  ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ทั้งครูและนักเรียนได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน เมื่อครูมองครู นักเรียนมองครู จึงมีความเข้าอกเข้าใจ “หัวอกครู” เป็นอย่างดี เมื่อโควิด-19 พลิกวงการศึกษาไทยอย่างรวดเร็ว รัฐบาล จึงควรคว้าโอกาสนี้ในการพัฒนาการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นและไม่ทิ้งให้ใครต้องหลุดจากระบบการศึกษาไป ไม่ว่าจะเป็นครูหรือนักเรียนก็ตาม 

ส่วน ดร.กิ่งกาญจน์ ทองงอก ผู้จัดการโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ สุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า “ดัชนีครูไทย” ปีนี้น่าสนใจมาก หากวิเคราะห์รายละเอียดจะพบว่าดัชนี 5 อันดับแรกเป็น Soft skills ทั้งสิ้น เช่น มนุษยสัมพันธ์ที่ดี ความเมตตา บุคลิกภาพที่ดี ความเป็นครูที่ดี หรือความเสียสละ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญและเห็นว่าครูไทยมีความโดดเด่นในประเด็นเหล่านี้ ซึ่งแตกต่างจาก 3-4 ปีที่ผ่านมา ที่ดัชนีอันดับต้น ๆ เป็น Hard skills เช่น มีความรู้ หรือการเผยแพร่องค์ความรู้ใหม่ ๆ  ในเรื่องจุดด้อยของครูไทยหากต้องการพัฒนาเรื่องภาระงานมากและไม่มีเวลา ควรนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนให้ทำงานง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงควรปรับจากการทำงานคนเดียวมาเป็นการทำงานเป็นทีมอย่างเข้มแข็ง บริหารจัดการบทบาทของคนในทีมอย่างเหมาะสม เชื่อว่าครูจะสามารถก้าวข้ามความท้าทายเรื่องนี้ได้ 

ในยุคโควิด-19 ครูต้องปรับตัวอย่างมาก การสอนในรูปแบบ Online หรือ Hybrid Learning ทำให้บทบาทของครูต้องปรับเปลี่ยนจาก “ผู้ให้ความรู้” เป็น “ผู้สร้างสภาพแวดล้อมและออกแบบกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้เด็กเรียนรู้” โดยต้องเหมาะสมกับการเรียนแบบ Online และทำงานเป็น Partner กับผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมมือกันพัฒนาเด็กๆ ให้เติบโตอย่างสมวัยในยุคโควิด-19 

สวนดุสิตโพล’เปิด‘จุดเด่น-ด้อย’ พร้อมคะแนน 20 ตัวชี้วัด‘ดัชนีครูไทย’ เผยผลสำรวจแนะยุคโควิดต้องปรับตัวอย่างมากจาก ‘ผู้ให้ความรู้’ เป็นผู้สร้างสภาพแวดล้อมและออกแบบกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้เด็กเรียนรู้ เหมาะสมกับการเรียนแบบ Online 

ที่มา ; แนวหน้า วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565

ความเห็นของผู้ชม