
วันนี้ (๑๑ มีนาคม ๒๕๖๕) สำนักนโยบายและแผนการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญเรื่อง “รูปแบบการจัดการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มโดยการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน” โดยมี ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา (นางรัชนี พึ่งพาณิชย์กุล) เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ นายพิภพ พิทักษ์ศิลป์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศาสตราจารย์กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์ อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และผู้แทนจาก CP All องค์กรเอกชน และหน่วยงานการศึกษา ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต อาคาร ๒ ชั้น ๒ สกศ. และในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านโปรแกรม Cisco WebEx
การประชุมครั้งนี้มีการนำเสนอร่างรายงานการวิจัยเรื่อง รูปแบบการจัดการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มโดยการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ซึ่งแบ่งได้เป็น ๒ รูปแบบ คือ
๑) ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน (CONNEXT ED) และโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เป็น ๒ โครงการสำคัญที่ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ บุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ และโครงการก่อการครู
๒) ภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมตามศักยภาพและนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ขององค์กร เช่น โครงการทรูปลูกปัญญา รวมถึงการสนับสนุนแพลตฟอร์มการเรียนรู้จาก Google อย่าง Google Classroom และ Google Workspace for Education
ที่ประชุมได้หยิบยกข้อเสนอแนะจากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากสถานศึกษาที่เป็น Best Practice ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ และระดมไอเดียเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ฯ โดยปรับระบบ Education Financing โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณที่มีความยืดหยุ่นให้ความสำคัญกับผู้เรียนสูงสุด ทั้งด้านการจัดหาอุปกรณ์ดิจิทัล สัญญาณอินเทอร์เน็ต รวมถึงค่าธรรมเนียมแอปพลิเคชัน และการซ่อมแซ่มอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีที่ โดยร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดหาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่มีคุณภาพ มีราคาที่เหมาะสม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ Ed. Tech Startup ของไทย เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการศึกษาอย่างจริงจัง ทั้งนี้ สกศ. จะรวบรวมข้อเสนอแนะจากที่ประชุมเพื่อนำมาพัฒนาร่างรายงานวิจัยให้สมบูรณ์ และจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อไป
ที่มา ; ข่าวสภาการศึกษา
สรุปสาระสำคัญ
บทความกล่าวถึงการประชุมระดมความคิดเห็นเรื่อง รูปแบบการจัดการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มโดยการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2565 เพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมดิจิทัล การประชุมมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง โดยนำเสนอร่างรายงานวิจัยซึ่งจำแนกรูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่
(1) การมีส่วนร่วมตามนโยบายภาครัฐ เช่น โครงการ CONNEXT ED และโรงเรียนร่วมพัฒนา ที่เอกชนสนับสนุนทรัพยากร เทคโนโลยี และบุคลากร
(2) การมีส่วนร่วมตามศักยภาพและ CSR ขององค์กร เช่น โครงการทรูปลูกปัญญา และการสนับสนุนแพลตฟอร์มจาก Google
นอกจากนี้ ที่ประชุมเสนอให้ปรับระบบการเงินการศึกษา (Education Financing) ให้มีความยืดหยุ่นและยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ครอบคลุมอุปกรณ์ดิจิทัล อินเทอร์เน็ต ค่าซอฟต์แวร์ และการบำรุงรักษา พร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชนและ EdTech Startup ไทย เพื่อพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มการศึกษาอย่างยั่งยืน
แนวข้อสอบ
วัตถุประสงค์หลักของการประชุมที่ สกศ. จัดขึ้น คือข้อใด
ก. ประเมินผลการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลของโรงเรียน
ข. จัดสรรงบประมาณด้านเทคโนโลยีให้สถานศึกษา
ค. พัฒนารูปแบบและข้อเสนอเชิงนโยบายการเรียนรู้ดิจิทัลร่วมกับเอกชน
ง. คัดเลือกแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางของประเทศ
เฉลย: ค
เหตุผล: การประชุมมุ่งระดมความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย ไม่ใช่การประเมินหรือคัดเลือกแพลตฟอร์มโดยตรง
ข้อใดสะท้อนความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนทั้งสองรูปแบบ
ก. แหล่งงบประมาณที่ใช้
ข. ระดับการควบคุมโดยรัฐ
ค. ฐานคิดในการดำเนินงาน (นโยบายรัฐ vs CSR/ศักยภาพองค์กร)
ง. กลุ่มเป้าหมายของผู้เรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: รูปแบบแรกขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐ ส่วนรูปแบบที่สองขับเคลื่อนจาก CSR และศักยภาพขององค์กรเอกชน
หากผู้บริหารสถานศึกษานำข้อเสนอจากบทความไปใช้ การตัดสินใจใดสอดคล้องแนวคิดมากที่สุด
ก. ใช้งบประมาณกับอาคารเรียนเป็นลำดับแรก
ข. เลือกแพลตฟอร์มที่มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด
ค. จัดสรรงบอย่างยืดหยุ่นโดยคำนึงถึงความพร้อมของผู้เรียน
ง. มุ่งพัฒนาเนื้อหาดิจิทัลโดยครูเพียงฝ่ายเดียว
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้น Education Financing ที่ยืดหยุ่นและให้ความสำคัญกับผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
บทบาทของ EdTech Startup ไทย ตามบทความ ควรเป็นลักษณะใด
ก. ผู้จำหน่ายอุปกรณ์เทคโนโลยี
ข. ผู้แข่งขันกับแพลตฟอร์มต่างประเทศ
ค. ผู้ร่วมพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการศึกษา
ง. ผู้กำหนดมาตรฐานหลักสูตรดิจิทัล
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเสนอให้เปิดโอกาส EdTech Startup เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้
ความท้าทายสำคัญที่ผู้กำหนดนโยบายต้องคำนึงถึง หากขยายการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม คือข้อใด
ก. การต่อต้านการเปลี่ยนแปลงของครู
ข. ความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต
ค. การขาดแคลนครูด้านเทคโนโลยี
ง. ความซ้ำซ้อนของเนื้อหาหลักสูตร
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ให้เห็นความจำเป็นในการจัดสรรอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตอย่างทั่วถึงเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ