
เมื่อวันที่ 3 พ.ค. รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ….. ได้พิจารณาลงมติเสียงข้างมากเห็นชอบร่างมาตรา 3 ให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จำนวน 5 ฉบับ ซึ่งมีคำสั่งคสช.ที่ 19/2560 เรื่อง ปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ. ว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ควรคำนึงถึงคุณภาพของผู้เรียนเป็นหลัก ไม่ใช่คำนึงถึงเรื่องอำนาจการบริหาร ซึ่งการมีศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) จะทำหน้าที่ประสานงานการศึกษาในพื้นที่นั้นๆ ให้สามารถขับเคลื่อนงานการศึกษาไปได้อย่างตรงจุด เพราะจังหวัดย่อมรู้ว่าจะพัฒนาเด็กในพื้นที่ของตนเองแบบไหน ทั้งนี้สถานการณ์ที่เรื้อรังมาตลอดเวลา 4-5 ปีระหว่างเขตพื้นที่และ ศธจ. เพราะเมื่อมีการโอนอำนาจการบริหารงานบุคคลไปที่ ศธจ. มีแต่การยื้อแย่งความรับผิดชอบเรื่องอำนาจบริหารงานบุคคล แต่ตนยังไม่เคยเห็นว่า จะมีกลุ่มใดออกมายื้อแย่งความรับผิดชอบต่อคุณภาพการศึกษาของเด็กที่ตกต่ำลงบ้าง
รศ.ดร.เอกชัย กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ในอนาคตจะต้องมีการกระจายอำนาจการจัดการให้จังหวัดรับผิดชอบโดยตรง หากจังหวัดที่มีความพร้อมอาจะมีคณะกรรมการนโยบายการศึกษาของจังหวัดประกอบด้วยผู้แทนภาครัฐ เอกชน หอการค้าจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานคณะกรรมการ ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ทิศทางการศึกษาของจังหวัดให้สอดคล้องกับนโยบายแห่งรัฐและเหมาะสมกับบริบทของจังหวัดและโรงเรียนใดที่มีความพร้อมก็ให้เป็นนิติบุคคลได้ ส่วน ศธจ.ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการอาจจะเป็นพนักงานราชการ จ้างนักบริหารมืออาชีพจริงๆ ให้เงินเดือนตอบแทนสูง ทำสัญญาจ้าง 4 ปี มีการกำหนดผลลัพธ์การบริหาร ตัวชี้วัดที่ชัดเจน และประเมินผลการปฏิบัติงานทุกปี ส่วนการทำงานของพื้นที่การศึกษาควรเป็นอิสระจากส่วนกลางแต่ให้ขึ้นกับจังหวัด ส่วนงบประมาณให้จัดสรรไปยังโรงเรียนโดยตรง และศธ.เป็นเพียงผู้กำกับ ติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาตามนโยบายรัฐและกำหนดทิศทางของประเทศเท่านั้น
“เอกชัย”ชี้ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาชาติ พ.ศ...ต้องคำนึงถึงคุณภาพผู้เรียนเป็นหลัก แจงปัญหา ศธจ.และเขตพื้นที่ มีแต่แย่งอำนาจบริหารงานบุคคล ไม่เห็นมีใครแย่งกันยกระดับผลสัมฤทธิ์ของเด็ก
ที่มา ; เดลินิวส์ 3 พฤษภาคม 2565
สรุปสาระสำคัญ
บทความกล่าวถึงมุมมองของ รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. หลายฉบับ โดยเน้นว่าการปฏิรูปการศึกษาควรยึด “คุณภาพผู้เรียน” เป็นศูนย์กลาง มากกว่าการแย่งชิงอำนาจบริหาร โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งระหว่างเขตพื้นที่การศึกษาและศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ที่มุ่งเน้นการยื้อแย่งอำนาจด้านบริหารงานบุคคล แต่กลับไม่ปรากฏความพยายามร่วมกันในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน
รศ.ดร.เอกชัย เสนอแนวคิดการกระจายอำนาจสู่จังหวัด ให้จังหวัดที่มีความพร้อมกำหนดนโยบายการศึกษาตามบริบทของตน ผ่านคณะกรรมการนโยบายการศึกษาจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และเปิดโอกาสให้โรงเรียนที่มีศักยภาพเป็นนิติบุคคล พร้อมเสนอให้ใช้ผู้บริหารมืออาชีพบริหาร ศธจ. ภายใต้สัญญาจ้างและตัวชี้วัดผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการควรทำหน้าที่กำกับ ติดตาม และประเมินผลเชิงนโยบายระดับชาติ ขณะที่งบประมาณควรจัดสรรถึงโรงเรียนโดยตรง เพื่อให้การจัดการศึกษาเกิดความคล่องตัว สอดคล้องพื้นที่ และมุ่งยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างแท้จริง
แนวข้อสอบ
สาระสำคัญที่ รศ.ดร.เอกชัย เน้นย้ำต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ คือข้อใด
ก. ความชัดเจนของโครงสร้างการบังคับบัญชา
ข. อำนาจการบริหารงานบุคคลของส่วนกลาง
ค. คุณภาพผู้เรียนเป็นเป้าหมายหลักของการปฏิรูป
ง. การลดบทบาทจังหวัดในการจัดการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้ให้สัมภาษณ์ชี้ชัดว่าการปฏิรูปต้องยึดคุณภาพผู้เรียน ไม่ใช่อำนาจบริหาร
ปัญหาหลักของความขัดแย้งระหว่างเขตพื้นที่การศึกษาและ ศธจ. ตามบทความคืออะไร
ก. ความไม่ชัดเจนของงบประมาณ
ข. การแข่งขันยกระดับผลสัมฤทธิ์นักเรียน
ค. การขาดบุคลากรทางการศึกษา
ง. การแย่งชิงอำนาจบริหารงานบุคคล
เฉลย: ง
เหตุผล: บทความระบุชัดว่าเกิดการยื้อแย่งอำนาจ แต่ไม่เน้นความรับผิดชอบต่อคุณภาพเด็ก
แนวคิดการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาของจังหวัดสะท้อนหลักการใดมากที่สุด
ก. การรวมศูนย์อำนาจ
ข. การกระจายอำนาจเชิงพื้นที่
ค. การควบคุมจากส่วนกลาง
ง. การบริหารแบบราชการดั้งเดิม
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการให้จังหวัดกำหนดทิศทางการศึกษาตามบริบทของตนเอง
หากโรงเรียนถูกกำหนดให้เป็นนิติบุคคลตามแนวคิดในบทความ ผู้บริหารสถานศึกษาควรปรับบทบาทอย่างไร
ก. ปฏิบัติตามคำสั่งส่วนกลางเท่านั้น
ข. มุ่งจัดการเรียนการสอนตามตัวชี้วัดคุณภาพ
ค. ลดความรับผิดชอบด้านงบประมาณ
ง. รอการจัดสรรทรัพยากรจาก ศธ.
เฉลย: ข
เหตุผล: การเป็นนิติบุคคลเพิ่มอิสระ แต่ต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทางการศึกษา
บทบาทที่เหมาะสมของกระทรวงศึกษาธิการตามข้อเสนอของ รศ.ดร.เอกชัย คือข้อใด
ก. บริหารโรงเรียนโดยตรง
ข. ควบคุมการใช้งบประมาณรายโรงเรียน
ค. กำกับ ติดตาม และประเมินผลเชิงนโยบาย
ง. แต่งตั้งผู้บริหารโรงเรียนทุกแห่ง
เฉลย: ค
เหตุผล: ศธ. ควรทำหน้าที่เชิงนโยบาย ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติในระดับพื้นที่