ค้นหา

สพฐ.เร่งสำรวจอัตราว่าง ‘ผอ.ร.ร.’ เป็นข้อมูลการสรสรรหา

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมผู้บริหาร ศธ.ได้เข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานผลการจัดการศึกษาในภาพรวม โดยรองนายกฯ ทำความเข้าใจเรื่องหลักสูตร และให้เน้นปฏิบัติตามแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา จัดการเรียนการสอนในรูปแบบแอคทีฟเลิร์นนิ่ง ให้เร่งปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน การวัดการประเมินผลใหม่ ให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะตามที่ต้องการ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ จัดอบรมการจัดการสอนในรูปแบบแอคทีฟเลิร์นนิ่งให้ครู คาดว่า ภายใน 1-2 ปี จะพัฒนาครูทั่วประเทศกว่า 4 แสนคนได้ครบ

นายอัมพรกล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการบรรจุแต่งตั้งครูผู้ช่วยสังกัด สพฐ.นั้น ทราบว่าแต่ละจังหวัดทยอยบรรจุครูแทนอัตราเกษียณแล้ว ยังไม่พบจังหวัดใดมีปัญหา หากจังหวัดใดได้ครูไม่ครบ ให้เรียกใช้บัญชีจากจังหวัดใกล้เคียงได้ เชื่อว่าจะบรรจุครูได้ครบทันเปิดภาคเรียนแน่นอน ส่วนการคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาสังกัด สพฐ.อยู่ระหว่างสำรวจอัตราว่าง เพื่อกำหนดปฏิทินจัดสอบ 

การสอบคัดเลือกผู้อำนวยการโรงเรียน อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่ง สพฐ.พยายามจัดสอบแต่ละตำแหน่งตามขั้นตอนให้เร็วที่สุด ส่วนโรงเรียนที่ไม่มีผู้อำนวยการ และต้องให้ผู้บริหารโรงเรียนใกล้เคียงรักษาการนั้น มีอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ถ้าเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน ตำแหน่งต้องยุบตามตัว ตามมติคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ไม่สามารถเปิดสอบได้ โดยตำแหน่งว่างที่เปิดสอบได้ ต้องเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนเกิน 120 คนขึ้นไปเท่านั้น ส่วนจะเปิดสอบได้เมื่อไรนั้น ยังบอกไม่ได้ แต่จะเร่งให้เร็วที่สุด” นายอัมพร กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ.ปี 2564 โรงเรียนที่มีนักเรียน 0-120 คน 14,958 แห่ง โรงเรียนที่มีนักเรียน 121-200 คน 7,000 แห่ง โรงเรียนที่มีนักเรียน 201-300 คน 3,300 แห่ง โรงเรียนที่มีนักเรียน 301-499 คน 1,961 แห่ง โรงเรียนที่มีนักเรียน 500-1,499 คน 1,673 แห่ง โรงเรียนที่มีนักเรียน 1,500-2,400 คน 408 แห่ง และโรงเรียนที่มีนักเรียน 2,500 คนขึ้นไป 283 แห่ง

มติชนออนไลน์ วันที่ 4 พฤษภาคม 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

ก.ค.ศ. สั่งชะลอสรรหาบิ๊ก ร.ร. กว่า 1 พันอัตรา เร่งปรับเกณฑ์ใหม่

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่มี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติชะลอการคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา เนื่องจากคณะกรรมการศึกษาธิการ (กศจ.) แต่ละจังหวัด อยากให้ดำเนินการจัดสอบในวัน เวลาเดียวกันทั่วประเทศ จากเดิมที่ให้แต่ละ กศจ. กำหนดปฏิทินจัดสอบเอง ซึ่งที่ประชุมก็เห็นด้วย เพราะการให้แต่ละ กศจ.เปิดรับเอง ทำให้เกิดความวุ่นวาย ผู้สอบวิ่งสอบหลายที่ ทำให้ราชการเสียประโยชน์ หากจัดสอบพร้อมกันทั่วประเทศ จะแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว อีกทั้งยังแก้ปัญหาในเรื่องการยืนยันสิทธิ เพราะจะสามารถเลือกสมัครสอบได้ที่เดียวเท่านั้น ดังนั้น ผู้สมัครจะต้องเลือกสมัครสอบคัดเลือกในจังหวัดที่ต้องการอย่างแท้จริง 

จากนี้ ก.ค.ศ.จะต้องไปปรับแก้หลักเกณฑ์การคัดเลือกที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ ก.ค.ศ. ที่มีรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบ ก่อนดำเนินการกำหนดปฏิทินการจัดสอบต่อไป โดยขณะนี้มีตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนว่างอยู่กว่า 1,000 อัตรา เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา โดยทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด จะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพื่อให้การบริหารจัดการภายในโรงเรียนต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนความคืบหน้าการคัดเลือกรองผู้อำนวยการสถานศึกษานั้น ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการอบรมพัฒนาก่อนการบรรจุแต่ตั้ง คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันแต่ละ กศจ.ได้ทยอยบรรจุครูผู้ช่วยในโรงเรียนที่มีความต้องการเรียบร้อยแล้ว” นายอัมพรกล่าว 

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนยังได้ลงนามในหนังสือ ด่วนที่สุด เรื่อง สำรวจตำแหน่งว่างจากผลการเกษียณอายุราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2565 ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต/ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ตามมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ.2562-2565) ซึ่งคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) มีข้อเสนอ เรื่อง การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการและลูกจ้างประจำ โดยให้หน่วยงานราชการที่มีตำแหน่งข้าราชการเกษียณในแต่ละปี แจ้งตำแหน่งว่าง และทดแทนตำแหน่งอัตราว่างจากการเกษียณด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น โดยให้ ก.ค.ศ.จัดสรรอัตราว่างของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) ด้วยการจ้างงานในรูปแบบอื่นร้อยละ 10 กรณีลูกจ้างประจำให้พิจารณายุบเลิกอัตราจ้างลูกจ้างประจำ ด้วยผลจากการเกษียณและเหตุผลอื่น เว้นแต่มีเหตุผลความจำเป็นให้เสนอ คปร.พิจารณาเป็นกรณีไป ทั้งนี้ เมื่อได้ตัวเลขอัตราว่างเรียบร้อยและจะได้ตัวเลขอัตราเกษียณที่ คปร.จะอนุมัติคืนมา เพื่อจัดสรรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2565 หรือปีงบประมาณ 2566 ต่อไป 

มติชนออนไลน์ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น