ค้นหา

นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการศึกษายุค‘Metaverse’

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกับ ศูนย์สื่อสาธารณะเพื่อเด็กและครอบครัว ไทยพีบีเอส (ThaiPBS) แถลงข่าว โครงการนวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการศึกษาสำหรับเด็กยุค Metaverse” ความร่วมมือครั้งสำคัญของสื่อสาธารณะและภาคการศึกษา ที่ผนึกกำลังกันสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการศึกษา เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนให้กับครูทั้งระดับประถมศึกษา และปฐมวัย ภายใต้ 1.โครงการ คิดเรนเจอร์สชวนครูวิทย์-คณิต มาคิดให้ WOW ปี 6 และ 2.โครงการ KIDDY CODE สนุกโค้ด สนุกคิด 

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “รู้สึกชื่นชมยินดีกับสถานีไทยพีบีเอส ที่จัดทำโครงการอันเป็นประโยชน์มาอย่างต่อเนื่องยาวนานจนเข้าสู่ปีที่ 6 เด็กในยุคศตวรรษที่ 21 ต้องสามารถวางแผน คิดวิเคราะห์ เป็นเหตุเป็นผล เชิงวิทยาศาสตร์ มีภูมิคุ้มกันมีความสุข แก้ปัญหาชีวิตได้ ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง 

ผู้ใหญ่ต้องส่งเสริมและฝึกฝนให้เด็กมีทักษะเหล่านี้ ที่เรียกว่า unplugged coding ผ่านการเล่น การเรียนรู้ ทั้งในครอบครัว จากงานบ้าน งานสวน งานครัว สร้างมูลค่าเพิ่มให้ครอบครัวได้ เป็นพื้นฐานสู่อนาคตในการเผชิญปัญหาที่ซับซ้อนขึ้นเป็นทักษะที่โลกสมัยใหม่ต้องการ ทั้งเด็กปฐมวัย ประถมต้น ประถมปลาย มีความจำเป็นต้องเรียนรู้มีระบบคิด ซึ่ง coding ง่ายกว่าที่คิด พิชิตยุคดิจิทัล all for coding, coding for all และ metaverse จะเป็นตัวกรองให้เด็กเรียนรู้ ทั้งในจินตนาการและในโลกความจริง” รมช.ศธ. กล่าว 

รศ.ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไทยพีบีเอส เป็นองค์กรสื่อสาธารณะที่มีเป้าหมายในการเป็นสื่อที่สร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม มีแผนดำเนินงานภายใต้ประโยชน์ของสาธารณะเป็นที่ตั้ง เพื่อนำไปสู่สังคมคุณภาพและคุณธรรม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญรูปแบบรายการเด็กที่ออกอากาศทางไทยพีบีเอส จึงเป็นรายการที่เน้นส่งเสริมทักษะด้านการเรียนรู้ ส่งเสริมให้มีสื่อสำหรับเด็กที่มีคุณภาพและคุณค่าสาธารณะสอดคล้องเหมาะสมกับช่วงปฐมวัย สามารถนำความรู้จากเนื้อหารายการไปบูรณาการอย่างสร้างสรรค์ เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับครูและนักเรียน ดังเช่นโครงการ คิดเรนเจอร์สชวนครูวิทย์-คณิต มาคิดให้ WOW ปี 6 และ โครงการ KIDDY CODE สนุกโค้ด สนุกคิด นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนรู้วิทยาการคำนวณสำหรับเด็กปฐมวัย (อายุ 4-7 ปี) ให้เด็กๆ รู้จักกระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์ คิดอย่างเป็นระบบด้วยเหตุผลอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ 

เป็นเรื่องราวรอบตัว และสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงแนวความคิดนี้กับชีวิตจริงของพวกเขาได้ จัดทำในรูปแบบคลิปวีดีโอเรื่องวิทยาศาสตร์ และเกมการ์ด สำหรับเด็กปฐมวัย แจกให้ครูโรงเรียนอนุบาลนำไปเป็นสื่อกิจกรรมวิทยาการคำนวณภายในห้องเรียน” รศ.ดร.วิลาสินี กล่าว 

อาจารย์ฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารค่ายวิทยาศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ครูเป็นหัวใจสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพ การส่งเสริมครูให้มีศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคตเป็นสิ่งสำคัญมากในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน การเตรียมคนสำหรับอนาคต จึงจำเป็นมากที่เราจะทราบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลกหรือ Mega Trends ทำให้เกิดผลกระทบและเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ สังคม ธุรกิจ วัฒนธรรม และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคม 

ในปีนี้ ได้เลือก 4 เรื่องที่สำคัญมาอบรม ได้แก่ Jump to Metaverse for Innovative Learning กระโดดเข้าโลกเสมือนเพื่อสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ของเด็ก, เติมความรู้ สร้างทักษะ สู่สมรรถนะ หนูทำได้แก้ปัญหาเป็นแบบเต็ม STEAM, โลกสวยและน่าอยู่ด้วยมือเรา...แนวทางและกิจกรรมจัดการศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Education for Sustainable Development) และโค้ดให้ม่วนชวนให้คิด เสริมทักษะความเข้าใจและการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 (Coding in Action)” อาจารย์ฤทัย กล่าว 

รศ.ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ ประธานกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อสะเต็มศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ปีนี้ทางทีมสะเต็มของเราได้ออกแบบกิจกรรม โดยยังเน้นการเรียนรู้ตามวิถีสะเต็มและใช้สโลแกนสำหรับกิจกรรมครั้งนี้ว่า “สนุกคิดพิชิตปัญหาด้วยสะเต็ม” โดยภาพรวมกิจกรรมจะมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และการแก้ปัญหาผ่านการร่วมด้วยช่วยกันเรียนรู้ทำงานกันเป็นทีมในการแก้ปัญหาหรือก้าวผ่านความท้าทายที่กำหนดให้ ซึ่งได้พยายามออกแบบสถานการณ์ให้ครอบคลุมในมิติต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน โดยกิจกรรมจะครอบคลุมทั้งที่เกี่ยวกับคน สัตว์ สิ่งของ และสถานการณ์จะออกแบบให้เป็นทั้งที่เป็นเหตุการณ์ที่อยู่บนโลกและดาวอังคาร เช่น กิจกรรมที่ผู้เรียนรับบทบาทเป็นนักพันธุศาสตร์ในการสร้างสายพันธุ์แมลงใหม่เพื่อเป็นต้นแบบในการสร้างเป็นหุ่นยนต์เพื่อไปสำรวจดาวอังคาร และกิจกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องปากท้องใกล้ตัวที่ผู้เรียนจะรับบทเป็นนักสืบ FDA ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว เป็นต้น 

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทางทีมเราเชื่อว่า ผู้เรียนจะได้รับแรงบันดาลใจกระตุ้นปลุกเร้า เพื่อมุ่งสัประยุทธ์พิชิตความท้าทาย โดยใช้ความรู้และทักษะด้าน STEM และสามารถประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาและสร้างองค์ความรู้ใหม่ได้ด้วยตนเอง เพราะเราเชื่อว่า วันนี้ โรงเรียนจะไม่ใช่โรงสอนอีกต่อไป ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เราสอนมากเท่าไร แต่ขึ้นอยู่กับการที่นักเรียนของเราสามารถเรียนรู้ได้เท่าไร เรียนรู้ตามรูปแบบที่ถนัด เรียนรู้ให้เต็มศักยภาพ และให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นผู้ที่มีทักษะการเรียนรู้ที่สามารถออกแบบและหาทรัพยากรการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ จนนำไปสู่ผู้เรียนที่เป็นผู้รู้จริง ทำได้ ใช้ประโยชน์เป็น” รศ.ดร.วรรณพงษ์ กล่าว 

นางวรินทร์เนตร เติมศิริกมล ผู้ผลิตรายการคิดเรนเจอร์ส และผู้จัดทำโครงการ คิดเรนเจอร์ส ชวนครูวิทย์-คณิต มาคิดให้ WOW ปี 6 และ โครงการ KIDDY CODE สนุกโค้ด สนุกคิด กล่าวว่ากิจกรรมเหล่านี้ เป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากรายการ Kid Rangers ของไทยพีบีเอส ที่จะนำเสนอรูปแบบการเรียนรู้แบบบูรณาการ และ STEM ศึกษา ผ่านการผจญภัยไปทำภารกิจของเด็กๆ ในที่ต่างๆทั่วประเทศ โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กประถมศึกษา เราจึงจัดกิจกรรมอบรมครู เพื่อนำสื่อเพื่อการเรียนรู้จากหน้าจอสู่ห้องเรียน

กิจกรรมอบรมนี้จัดมาเป็นปีที่ 6 แล้ว ก่อนหน้านี้จะมีการจัดในรูปแบบ on-site ไปยังหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ และช่วงโควิดที่ผ่านมาก็ปรับเป็นรูปแบบ online โดยคุณครูจะได้มาอัปเดตนวัตกรรม หรือเทรนด์ ทางการศึกษาใหม่ๆ แล้วนำกลับไปลองใช้กับนักเรียนในห้องเรียน จากนั้นก็จะมีการจัดประกวดคลิป VDO การสอนของคุณครูตามเนื้อหาที่คุณครูได้รับการอบรมไป คุณครูที่ชนะ 5 ท่านก็จะได้ไปดูการจัดการเรียนการสอนใหม่ๆ ที่ต่างประเทศ” นางวรินทร์เนตร กล่าว 

สำหรับโครงการนวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการศึกษาสำหรับเด็กยุค Metaverse ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่ “โครงการ คิดเรนเจอร์ส ชวนครูวิทย์-คณิต มาคิดให้ WOW ปี 6” และ “โครงการ KIDDY CODE สนุกโค้ด สนุกคิด” จัดด้วยรูปแบบไฮบริด คือทั้ง on-site และ online ด้วยกัน โดยจะเดินทางไปยังหัวเมือง 5 จังหวัดทั่วประเทศและจัดอบรมครูที่สมัครมา on-site จำนวน 50 คนในขณะเดียวกัน จะมีการ Live สื่อสารถึงครูในรูปแบบ online อีกด้วย 

ทั้งนี้ 4 Mega Trends กับการศึกษาของเด็กในโลกอนาคต คือ 4 เรื่องสำคัญในแวดวงการศึกษา ที่ครูไทยควรเตรียมพร้อมเรียนรู้ เพื่อส่งต่อเนื้อหาเหล่านี้ให้เด็กนักเรียนในศตวรรษที่ 21 เพราะเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาโลกในอนาคตอันใกล้ ได้แก่

          1.Jump to Metaverse for Innovative Learning กระโดดเข้าโลกเสมือนเพื่อสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ของเด็ก

          2 เติมความรู้ สร้างทักษะ สู่สมรรถนะ หนูทำได้แก้ปัญหาเป็นแบบเต็ม STEAM

          3.โลกสวยและน่าอยู่ด้วยมือเรา แนวทางและกิจกรรมจัดการศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และ

          4.โค้ดให้ม่วน ชวนให้คิด เสริมทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 

โครงการ KIDDY CODE สนุกโค้ด สนุกคิดเป็นโครงการที่ส่งเสริมการเรียนรู้เรื่อง แนวคิดเชิงคำนวณและ Unplugged Coding ให้กับเด็กปฐมวัย หรือเด็กอนุบาล แบบครบวงจร โดยมีตั้งแต่คลิป VDO เพื่อการเรียนรู้ ชื่อรายการ KIDDY CODE สนุกโค้ด สนุกคิด นำเสนอเกี่ยวกับการฝึกคิดเชิงคำนวณของเรื่องราวในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมีการฝึกแก้ไขโจทย์ปัญหาที่มาในรูปแบบนิทาน และกิจกรรม Unplugged Coding สนุกๆ รวมไปถึงการฝึกให้เด็กรู้จักสิ่งที่เป็นเทคโนโลยีดิจิทัล รอบตัวแบบง่ายๆ จำนวน 20 ตอน ซึ่งจะออกอากาศในช่องทางที่หลากหลายของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จากนั้นนำตัวรายการโทรทัศน์มาต่อยอดเป็นการ์ดเกม ที่คุณครูสามารถนำไปเป็นสื่อในการเรียนการสอนแบบ Unplugged Coding อย่างสนุกสนานในห้องเรียน กับเด็กปฐมวัย จำนวน 3,000 ชุด และมีการจัดกิจกรรมอบรมครูปฐมวัย เพื่อสอนเทคนิควิธีการใช้คลิปรายการ และการ์ดเกมเพื่อสอนนักเรียนในห้องเรียนให้สนุกและมีความสุขกับการเรียนรู้แบบ Unplugged Coding 

ที่มา ; แนวหน้าวันจันทร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมตา” เปิดขายเสื้อผ้าดิจิทัลให้ “อวาตาร์”สวมใส่แบรนด์หรูวงการแฟชั่น 

วันนี้ เมตา (Meta) ได้เปิดตัวร้าน Avatars Store ร้านค้าดิจิทัลรูปแบบใหม่ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนสามารถซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายระดับพรีเมียมจากแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง บาเลนเซียกา (Balenciaga) พราด้า (Prada) และทอม บราวน์ (Thom Browne) ซึ่งเป็นทางเลือกในการแต่งกายที่เพิ่มขึ้นจากตัวเลือกฟรีที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้ Avatars ได้สวมใส่บน Facebook Instagram และ Messenger 

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เมตา และ เอวา เฉิน รองประธานฝ่ายพันธมิตรด้านแฟชั่นของ Instagram ได้ประกาศเปิดตัวร้าน Avatars Store ของ เมตา ผ่านไลฟ์ทาง Instagram เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเขาได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์สำหรับอวาตาร์และเมตาเวิร์ส รวมถึงโอกาสใหม่ๆ สำหรับแบรนด์และธุรกิจต่างๆ  

เซดริก ชาร์บิท ประธานบริหารของบาเลนเซียกาได้กล่าวว่า ตอนที่เราได้เห็นข้อความทวีต “ ‘เฮ้ @Balenciaga มีเดรสโค้ดสำหรับเมตาเวิร์สไหม’ เราชอบไอเดียนี้ทันที Web3 และ Meta ได้นำโอกาสใหม่ๆ ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนมาให้กับบาเลนเซียกา ลูกค้าของเราและผลิตภัณฑ์ของเรา ซึ่งเป็นการเปิดเส้นทางใหม่ๆ สำหรับเสื้อผ้าลักซ์ชัวรี่” 

นอกจากนี้ วิน เมธวิน นักแสดงไทย ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาอันตื่นเต้นในครั้งนี้ ด้วยการอวดโฉมอวาตาร์ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ของเขา ซึ่งแต่งกายด้วยผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าดิจิทัลจากพราด้า เพื่อเป็นการฉลองการร่วมงานของเขาในงานแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่นเสื้อผ้าผู้ชายของทางแบรนด์ 

ด้วยฟีเจอร์ที่สามารถปรับแต่ง อวาตาร์ของตัวเองได้กว่า 1 ล้านล้านล้านแบบจาก เมตา ทำให้ร้าน Avatars Store แห่งใหม่นี้จะช่วยให้ผู้คนสามารถแสดงความเป็นตัวตนและความสนใจของพวกเขาได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้นทั่วทั้งแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ เมตา ยังมีแผนที่จะขยายร้านค้าแบบใหม่ดังกล่าวสู่โลกเสมือนจริงหรือ VR และนำเสนอแบรนด์อื่นๆ อีกต่อไปเร็วๆ นี้ 

ร้านค้า Meta Avatars จะเริ่มทยอยเปิดตัวในบางประเทศตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป รวมถึงประเทศไทย สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยผู้คนจะเริ่มสามารถปรับเปลี่ยนอวาตาร์ของตัวเองได้ทั้งบน Instagram, Facebook  และ Messenger 

 

แบรนด์หรู ในวงการแฟชั่น บาเลนเซียกา, พราด้า และทอม บราวน์ แห่เปิดเสื้อผ้าดิจิทัล บน Avatars Store ของ “เมตา” ให้ผู้ใช้งาน Facebook  Instagram และ Messenger สวมใส่ในอวาตาร์ของตนเอง 

ที่มา ; เดลินิวส์

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น