ค้นหา

‘สุภัทร’ ย้ำสอบบิ๊ก สพท.ทั่วประเทศ ต้องบริสุทธิ์-ยุติธรรม

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้ลงนามในประกาศ คณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ที่ว่าง จำนวน 13 ตำแหน่ง 

สำหรับรายละเอียดและปฏิทินการรับสมัคร ดังนี้ ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกต้องดำเนินการตามขั้นตอนภายใน วันและเวลาที่กำหนด ดังนี้

          1.การสมัครรับการคัดเลือก จะต้องสมัครด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ ทางเว็บไซต์ https://otepc.thaijobjob.com ตั้งแต่วันที่ 1-7 กรกฎาคม 2565 ตลอด 24 ชั่วโมงไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยหลังจากสมัครและอัพโหลดเอกสารหลักฐาน ประกอบการสมัครเรียบร้อยแล้ว ต้องชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร จำนวน 50 บาท ผ่านทางระบบแอพพลิเคชั่น ได้ทุกธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 1-8 กรกฎาคม 2565 เวลา 23.59 น. ทั้งนี้หากผู้สมัครยังไม่ชำระเงินค่าธรรมเนียมตามเวลาที่กำหนด จะถือว่าการสมัครไม่สมบูรณ์

2.ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก ภายในวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 โดย

3.การคัดเลือกภาค ก วันที่ 24 กรกฎาคม 2565 จะจัดให้มีการสอบข้อเขียน ภาค ก ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานใน หน้าที่ เวลา 09.00-12.00 น.และ เวลา 13.30 – 15.30 น. สอบภาค ก ความสามารถในการวิเคราะห์กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องและการนำไปใช้ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

4.ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกภาค ก โดยเรียงลำดับตามเลขประจำตัวสอบ เพื่อเข้ารับการประเมินภาค ข และ ค วิสัยทัศน์และการพัฒนาเขตพื้นที่ พร้อมวันเวลาและสถานที่ในการประเมิน ภาค ค

5. การคัดเลือกภาค ข และ ค วันที่ 1 สิงหาคม 2565 สอบประเมินภาค ข และ ภาค ค วิสัยทัศและแนวทางการพัฒนาเขตพื้นที่การศึกษา วันที่ 22-28 สิงหาคม 2565 และสอบสัมภาษณ์ วันที่ 27-28 สิงหาคม 2565

6. การประกาศผลการคัดเลือก วันที่ 5 กันยานย 2565

สำหรับการประกาศขึ้นบัญชี ผู้ได้รับการคัดเลือกจะขึ้นบัญชีไว้ 2 ปี การขึ้นบัญชีจะเรียงลำดับจากผู้ได้คะแนนมากไปหาน้อย กรณีผู้ได้รับการคัดเลือกได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้ที่ได้คะแนนภาค ข มากกว่า อยู่ในลำดับที่ดีกว่า หากคะแนนภาค ข เท่ากัน ให้ผู้ที่ได้คะแนนภาค ก ในลำดับที่ดีกว่า หากเท่ากันอีกให้ผู้ที่มีอาวุโสมากกว่า ตามแนวปฏิบัติจัดลำดับอาวุโสตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนด อยู่ในลำดับที่ดีกว่า ผู้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งตามเกณฑ์นี้ ต้องได้รับการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อพัฒนาการศึกษาเป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง โดยจะมีการประเมิน 2 ครั้งในทุก 6 เดือน หากผลการประเมินครั้งแรกไม่ผ่านเกณฑ์ จะให้โอกาสปรับปรุง เพื่อพัฒนาตัวเอง หากผ่านการประเมินก็จะได้รับการบรรจุแต่งตั้งในตำแหน่งผู้อำนวยการสพท.ต่อไป แต่หากไม่ผ่านให้ไปดำรงตำแหน่งเดิมหรือเทียบเท่าก่อนเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสพท.” นายสุภัทร กล่าว 

นายสุภัทร กล่าวต่อว่า หลักเกณฑ์และวิธีการฯ คัดเลือกปีนี้ ต่างจากหลักเกณฑ์และวิธีการฯ คัดเลือกเดิม คือ มีการประกาศรับสมัครบัญชีเดียวไม่แยกเป็นบัญชี สพป. และ สพม. ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เพราะมองว่าในการบริหารจัดการของ สพป.และสพม. มีภาระงานเหมือนกัน และปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนประถมศึกษา และโรงเรียนมัธยมศึกษา ใช้การบริหารจัดการตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เหมือนกัน จึงมองว่าการบริการจัดการของเขตพื้นฯที่ไม่ควรแยกสพป.และสพม. ควรจะรับนโยบายจาก ศธ.และสพฐ. ไปบริหารจัดการขับเคลื่อนภายใต้หลักการเดียวกัน และการสอบคัดเลือกครั้งนี้ จะสอบภาค ก เพื่อคัดกรองคนก่อน โดยผู้ที่สอบผ่านภาค ก ถึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ข และ ค ซึ่งต่างจากหลักเกณฑ์และวิธีการฯ เดิม ที่จะเปิดให้สอบทั้งภาค ก และ ข ภายในวันเดียวกัน 

การสอบครั้งนี้ต้องเป็นไปด้วยความตรงไปตรงมา ต้องบริสุทธิ์และยุติธรรม ดังนั้น หากพบใครก็ตามที่ไปอ้างว่าสามารถวิ่งเต้นให้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ได้ ขอให้รู้ไว้เลยว่าเป็นการโกหกแน่นอน 100% หากใครพบผู้ที่แอบอ้างวิ่งเต้นให้ได้ ขอให้รีบไปแจ้งความดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนคนที่จ่ายเงินไปแล้ว แสดงว่าจงใจทุจริต เพราะรู้อยู่ว่าเป็นเรื่องโกหก เมื่อมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ก็ให้ไปคิดเอาเองว่าจะมีความผิดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม วันนี้คนที่เป็นคณะกรรมการในกระบวนการสอบทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการออกข้อสอบ การตรวจข้อสอบ การประเมินผลงาน และการสัมภาษณ์ ยังไม่รู้ตัวเลยว่าจะต้องเป็นกรรมการ เพราะเรื่องนี้ต้องเป็นความลับในทุกขั้นตอน ส่วนตอนนี้มีกระแสข่าวมีคนเริ่มตกเบ็ดเข้ามาบ้างหรือไม่ ก็มีกระแสมาบ้าง และตอนนี้บางคนเริ่มหลบสายตาผมแล้ว ผมยังสงสัยเลย” นายสุภัทร กล่าว 

คลิกประกาศสอบ  >>> 

มติชนออนไลน์ วันที่ 21 มิถุนายน 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

การสอบคัด ผอ.เขตพื้นที่ไม่มีทุจริตอย่าหลงเชื่อแก๊งตกเบ็ด 

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงนามในประกาศ คณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ที่ว่าง จำนวน 13 ตำแหน่ง ซึ่งจะมีการเปิดรับสมัครในวันที่ 1 ก.ค. นี้ ผ่านระบบออนไลน์ ทางเว็บไซต์ https://otepc.thaijobjob.com โดยการจัดสอบดังกล่าวจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก ภายในวันที่ 12 ก.ค. และวันที่ 24 ก.ค. สอบข้อเขียน ภาค ก ส่วนในวันที่ 1 ส.ค. จะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลืกภาค ก เพื่อเข้ารับการประเมินภาค ข และ ค จากนั้นในวันที่ 27-28 ส.ค. สอบสัมภาษณ์ และวันที่ 5 ก.ย.ประกาศผลคัดเลือกต่อไป สำหรับการประกาศขึ้นบัญชี ผู้ได้รับการคัดเลือกจะขึ้นบัญชีไว้ 2 ปี การขึ้นบัญชีจะเรียงลำดับจากผู้ได้คะแนนมากไปหาน้อย 

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้การจัดสอบคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น จะต้องเป็นการดำเนินการจัดสอบด้วยความยุติธรรม โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีการวิ่งเต้นให้สอบบรรจุเข้าในตำแหน่งดังกล่าวได้นั้น ตนขอยืนยันว่าการสอบทุกกรณีของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่มีการวิ่งเต้นเกิดขึ้นได้ เพราะกระบวนการจัดสอบจะต้องดำเนินการอยู่ในชั้นความลับไม่ว่าจะเป็นการออกข้อสอบ การนำส่งข้อสอบ นอกจากนี้ตนฝากเตือนไปยังผู้สมัครสอบคัดเลือกทุกคนว่าอย่าไปหลงเชื่อกลุ่มแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์หรือแก๊งตกเบ็ดอย่างเด็ดขาด เพราะมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้นมาหลายคดีแล้ว อย่างไรก็ตามหากพบกลุ่มบุคคลแอบอ้างหรือเรียกรับผลประโยชน์จากการสอบครั้งนี้ขอให้แจ้งข้อมูลมาที่ตนโดยตรงจะตรวจสอบทันที และหากพบข้าราชการ สพฐ.เข้าไปเกี่ยวข้อง จะต้องโดนลงโทษทางวินัยอย่างแน่นอน 

ที่มา ; เดลินิวส์

ข่าวเกี่ยวกัน

นายก ส.พ.บ.ค.โต้! ปลัด ศธ. จัดสอบคัดเลือก ผอ.สพท.แบบรวมเขตประถม-มัธยม 

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา (ส.พ.บ.ค.) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว สำนักข่าวการศึกษาออนไลน์ EdunewsSiam.com โดยตอบโต้กรณีนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ยืนยันว่าการจัดสอบคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) จะดำเนินการประกาศรับสมัครบัญชีเดียว ไม่แยกเป็นบัญชีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เพราะมองว่าการบริหารจัดการของ สพป.และ สพม.มีภาระงานเหมือนกัน และปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนประถมศึกษาและโรงเรียนมัธยมศึกษาใช้การบริหารจัดการตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ.2560) เหมือนกัน จึงมองว่าการบริหารจัดการของเขตพื้นที่การศึกษาไม่ควรแยก สพป.และ สพม. ควรจะรับนโยบายจาก ศธ.และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปบริหารจัดการขับเคลื่อนภายใต้หลักการเดียวกันนั้น

โดยนายรัชชัยย์เผยว่า โดยส่วนตัวแล้วตนให้ความเคารพปลัด ศธ.ท่านนี้มาก เพราะเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และความมุ่งมั่นจริงจังในเรื่องการพัฒนาการศึกษา แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีความเห็นต่างในเรื่องดังกล่าวในประเด็นต่างๆ ดังนี้ 

          1. การบริหารจัดการศึกษาในระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษานั้น มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งด้านปรัชญา ด้านวัตถุประสงค์ และด้านวิธีการ ดังนั้น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในการนำนโยบายของ ศธ.และ สพฐ.ไปขับเคลื่อนเพื่อให้การจัดการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ จึงต้องเป็นผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะในด้านการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา หากให้ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงในการบริหารกิจการมัธยมศึกษา ไปบริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ก็ต้องใช้เวลานานในการปรับตัว เรียนรู้ หาประสบการณ์ และอาจขาดความเชื่อมั่นในการบริหาร เพราะต้องไปบริหารและสั่งการผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมากกว่า ซึ่งจะไม่เกิดผลดีต่อการจัดการศึกษา 

 

          2. หากแนวคิดในเรื่องการบริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ไม่จำเป็นต้องสรรหาผู้มีความรู้และประสบการณ์เฉพาะทาง เป็นที่ยอมรับกันได้ว่าการจัดการศึกษาจะบรรลุวัตถุประสงค์นั้น ต่อไปนายทหารบกยศพันเอกตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21 ก็สามารถโอนย้ายไปเป็นนายทหารอากาศยศนาวาอากาศเอก ตำแหน่งผู้บังคับการกองบิน 7 ได้ ใช่หรือไม่ และสามารถโอนย้ายผู้บังคับการกองบิน 7 ไปเป็นทหารเรือยศนาวาเอก ตำแหน่งผู้บังคับการเรือหลวงจักรีนฤเบศร์ ได้ ใช่หรือไม่ โดยให้ทหารบกไปสอนแนะนำวิธีการขับเครื่องบินและการรบทางอากาศให้ทหารอากาศ และให้ทหารอากาศไปสอนวิธีขับเรือรบและยุทธวิธีการรบทางน้ำให้กับทหารเรือ อย่างนี้เป็นที่ยอมรับกันได้ ใช่หรือไม่ เพราะทุกท่านก็เป็น “ทหาร” เหมือนกัน 

 

          3.เรื่องการรวมการบริหารการศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษาโดยไม่แยกระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษานั้น เคยมีมาก่อนและประสบความล้มเหลว จนต้องมีการแก้ไขกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติถึง 3 ฉบับ อันนำไปสู่การแยกเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา  

          4. หากผู้มีอำนาจยืนยันที่จะให้มีการสมัครสอบคัดเลือกเเบบรวมเขต ก็ขอเรียนเสนอแนะให้ศึกษาเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553, พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2553 และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ.2553 ให้ดีว่า การดำเนินการเช่นนี้ขัดกับเจตนารมณ์กฎหมายทั้ง 3 ฉบับ หรือไม่

และเรียนเสนอแนะให้ศึกษาคำพิพากษาศาลปกครองพิษณุโลก คดีหมายเลขแดง ที่ 193/2556 ด้วย เพราะเรื่องนี้หากมีผู้มีส่วนได้เสียสักรายไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง และศาลมีคำสั่งให้มีการทุเลาการบังคับตามกฎและสั่งให้ประกาศดังกล่าวมีการสิ้นผลบังคับเป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากเกินกว่าที่จะเยียวยาในภายหลัง” 

นายก ส.พ.บ.ค.ยังเผยอีกว่า การบริหารจัดการเขตพื้นที่การศึกษาในปัจจุบันที่ใช้หลักการคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแยกกันตามประเภทนั้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็ยังคงอยู่ภายใต้นโยบายจาก ศธ.และ สพฐ.อยู่แล้ว จึงไม่ใช่เหตุผลเพื่อการสอบรวมเขตฯแต่อย่างใด อีกทั้งเรื่องการสอบแยกเขตฯนั้น ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (ปรับปรุง พ.ศ.2560) เช่นกัน 

อนึ่ง นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เรื่องรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีตำแหน่ง ผอ.สพป. และ ผอ.สพม.ที่ว่าง จำนวน 13 ตำแหน่ง ที่มีรายละเอียดและปฏิทินการรับสมัคร แจ้งให้ทราบโดยทั่วไป 

นายก ส.พ.บ.ค.โต้ปลัด ศธ. จัดสอบคัดเลือก ผอ.สพท. แบบรวมเขตประถม-มัธยม เตือน! ให้ศึกษาคำพิพากษาศาลปกครองพิษณุโลก คดีหมายเลขแดง ที่ 193/2556 ก่อนบานปลายเกินเยียวยา 

ที่มา ; edunewssiam

ข่าวเกี่ยวกัน

บิ๊ก ก.ค.ศ.’ฉุนถูกอ้างชื่อตกเบ็ด ผอ.เขตฯ

นายอัมพร  พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงนามประกาศ รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) แทนตำแหน่งว่าง 13 อัตรา  สมัครวันที่ 1-7 กรกฎาคม ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก ภายในวันที่ 12 กรกฎาคม  สอบข้อเขียน ภาค ก ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานใน และความสามารถในการวิเคราะห์กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องและการนำไปใช้ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน  วันที่ 24 กรกฎาคม ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกภาค ก วันที่ 1 สิงหาคม  สอบประเมินภาค ข และ ภาค ค วิสัยทัศและแนวทางการพัฒนาเขตพื้นที่การศึกษา วันที่ 22-28 สิงหาคม  และสอบสัมภาษณ์ วันที่ 27-28 สิงหาคม 2565 ประกาศผลการคัดเลือก วันที่ 5 กันยานย นั้น ขณะนี้พบว่า มีผู้แอบอ้างว่า ข้าราชการระดับสูงระดับ 10และ 11 หรืออดีตข้าราชการระดับสูง ในศธ. จะช่วยเหลือให้เป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯได้ หากใครอยากเป็นต้องจ่ายค่าวิ่งเต้น ประมาณ 2-3 ล้านบาท 

 

การสอบผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงและอดีตผู้บริหารศธ. หลายคน ถูกแอบอ้างซึ่งทราบว่าบางคนที่ถูกนำชื่อไปแอบอ้างได้ไปแจ้งความไว้แล้ว ส่วนผมเองยังไม่ชื่อว่าถูกแอบอ้าง จึงยังไม่ได้มีการดำเนินการ ทั้งนี้โดยความเป็นจริง ไม่มีใครช่วยใครได้ เป็นการตกเบ็ดอย่างไปหลงเชื่อ หากใครรู้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ทุจริต หรือมีเบาะแสใด สามารถแจ้งมาที่ผม ปลัดศธ. และนายประวิต เอราวรรณ์  เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้ทันที โดยการสอบครั้งนี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการศธ. เน้นย้ำให้ดำเนินการจัดสอบให้มีความโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกคน เพราะอยากได้คนเก่ง คนดีมาทำงาน อีกทั้งกรรมการจัดสอบฯ ทุกคนได้มีการหารือ และเพื่อหาทางป้องกัน และตัวกรรมการฯเองก็ไม่มีใครเปิดช่อง ให้ใครสามารถดำเนินการทุจริตได้ ” นายอัมพรกล่าว 

 

นายอัมพร  กล่าวต่อว่า ส่วนการคัดเลือกผู้อำนวยการโรงเรียน อยู่ระหว่างนอหลักเกณฑ์การคัดเลือกใหม่ ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการก.ค.ศ. ที่มีรัฐมนตรีว่าการศธ. เป็นประธานให้ความเห็นชอบ ปลายเดือนนี้ คิดว่าไม่มีปัญหา หากคณะกรรมการก.ค.ศ.เห็นชอบแล้ว ก็สามารถดำเนินการคัดเลือกได้ทันที 

 

นายประวิต  กล่าวว่า มีผู้นำชื่อตนไปแอบอ้างจริง โดยมีคนโทรมาบอกตนว่า มีผู้ไปแอบอ้างชื่อ และบอกกับผู้ที่จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสสาน  ว่า ถ้าอยากเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯให้ติดต่อผ่านผู้ที่แอบอ้าง เพราะเข้านอกออกในศธ. รู้จักตนและผู้ใหญ่ในศธ. เป็นอย่างดี สามารถติดต่อช่วยเหลือได้ ซึ่งทันทีที่ทราบเรื่องตนไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา และให้มีการหาข้อมูลผู้แอบอ้าง เบื้องต้นยังไม่ทราบว่า เป็นใคร แต่ส่วนตัวรู้สึกรังเกียจเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ใครมีเบาะแสการทุจริต สามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่ตน หรือสพฐ. โดยตรง หากพบว่าเป็นข้าราชการ มีทั้งคดีอาญา และมีโทษทางวินัยถึงขั้นไล่อออก แต่หากเป็นอดีตข้าราชการ ก็จะต้องโดยคดีอาญาแน่นอน เรื่องนี้จะไม่ปล่อยไว้เด็ดขาด 

 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 27 มิถุนายน 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช’ ย้ำเฟ้นบิ๊กเขตฯ -สอบ38ค(2) โปร่งใส มั่นใจระบบดี

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ..ตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ศธ.เตรียมจัดสอบเพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ในหลายตำแหน่ง ทั้งการสอบคัดเลือกผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)  การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38  (2) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน และมีผู้มาแอบอ้างว่า รู้จักกับผู้บริหารระดับสูงและสามารถวิ่งเต้นให้เข้าสู่ตำแหน่งได้นั้น ขอเตือนผู้สมัครทุกคนอย่าไปหลงเชื่อ พวกตกเบ็ด โดยตนได้เน้นย้ำ เรื่องความมีธรรมาภิบาล และความโปร่งใส โดยเฉพาะการสอบที่จะต้องมีความเป็นธรรม เพื่อคัดเลือกผู้เหมาะสมเข้ามาทำงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีผู้มาแอบอ้างชื่อรัฐมนตรี บ้างหรือไม่ ..ตรีนุช กล่าวว่า ยังไม่ได้ยินใครอ้าง แต่จะอ้างว่ารู้จักกับใครก็ตาม ตั้งแต่รัฐมนตรี ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง ยืนยันว่าเป็นเรื่องไม่จริง ไม่มีใครช่วยให้เข้ารับตำแหน่งได้ มั่นใจว่าระบบจัดสอบค่อนข้างรัดกุม

 

นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดศธ.กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังมีการสอบคัดเลือกเพื่อเลื่อนตำแหน่ง คือการสอบผู้อำนวยการสพทและการสอบเข้ารับราชการในตำแหน่ง 38  (2) ซึ่งมีผู้เข้าสอบเป็นจำนวนมาก ซึ่งรัฐมนตรีว่าการศธ.ให้นโยบายและสั่งการขั้นเด็ดขาด ให้ผู้บริหารทุกระดับ ถือหลักธรรมาภิบาล ให้ความเป็นธรรมกับผู้เข้าสอบทุกคนการดำเนินการทุกอย่าง ทุกขั้นตอน จะต้องโปร่งใส ปราศจากการใช้เส้นสาย และห้ามไม่ให้เกิดการทุจริตโดยเด็ดขาด เพราะศธ.ต้องเป็นแบบอย่าง ในความซื่อสัตย์สุจริต ความถูกต้องดีงาม

 

ผมขอเน้นย้ำไปถึงผู้เข้าสอบทุกคน ทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะการสอบเข้ารับราชการในตำแหน่ง 38  ( 2 ) ซึ่งเปิดรับจำนวน 208 อัตราผู้สมัครสอบจำนวน 120,048 ราย  จัดสอบวันที่ 3 กรกฎาคม ขอให้เชื่อมั่นในระบบศธที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการจัดสอบ โดยได้วางระบบความเป็นธรรมทุกขั้นตอน ขออย่าได้หลงเชื่อว่าจะมีผู้ใด กลุ่มใดที่แอบอ้างว่าจะสามารถวิ่งเต้นช่วยเหลือเข้าสู่ตำแหน่งได้ หากมีข้อมูลบุคคล กลุ่มบุคคลใดติดต่อมาว่าสามารถช่วยเหลือได้ ขอให้แจ้งมายังศธได้ทุกช่องทางเพื่อดำเนินคดีต่อผู้ประพฤติชั่วต่อไปรองปลัดศธกล่าว 

 

เกี่ยวกัน

เตือนสอบราชการศธ.ไม่มีเส้นสาย ย้ำทุกขั้นตอนโปร่งใส

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงนามในประกาศ คณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ที่ว่างจำนวน 13 ตำแหน่ง ซึ่งจะมีการเปิดรับสมัครในวันที่ 1 ก.ค. นี้ ผ่านระบบออนไลน์ ทางเว็บไซต์ https://otepc.thaijobjob.com และการสอบเข้ารับราชการในตำแหน่ง 38 ค (2) สังกัดศธ.ซึ่งขณะนี้มีผู้สมัครสอบเป็นจำนวนมากนั้น  เรื่องนี้น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ได้ให้นโยบายและสั่งการขั้นเด็ดขาด ให้ผู้บริหารทุกระดับ ถือหลักธรรมาภิบาล ให้ความเป็นธรรมกับผู้เข้าสอบทุกคน การดำเนินการทุกอย่าง ทุกขั้นตอนจะต้องโปร่งใส ปราศจากการใช้เส้นสาย และห้ามไม่ให้เกิดการทุจริตโดยเด็ดขาด เพราะศธ.จะต้องเป็นกระทรวงแบบอย่างในความซื่อสัตย์สุจริต 

โฆษกศธ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ขอย้ำไปถึงผู้เข้าสอบทุกคน ทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะการสอบเข้ารับราชการในตำแหน่ง 38 ค ( 2 ) ว่าขอให้เชื่อมั่นในระบบของศธ.ที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้วางระบบความเป็นธรรมทุกขั้นตอน ขออย่าได้หลงเชื่อว่าจะมีผู้ใด กลุ่มใดที่แอบอ้างว่าจะสามารถวิ่งเต้นช่วยเหลือเข้าสู่ตำแหน่งได้ หากมีข้อมูลบุคคล กลุ่มบุคคลใดติดต่อมาว่าสามารถช่วยเหลือได้ ขอให้แจ้งมายังกระทรวงศึกษาธิการ ได้ทุกช่องทางเพื่อดำเนินคดีต่อผู้ประพฤติชั่วต่อไป ในส่วนของการสอบคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้บริหารที่มีความสำคัญต่อการศึกษาของชาติ ผู้มาสอบต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม เป็นแบบอย่างให้กับข้าราชการครูทั่วประเทศ  จึงขอให้ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก อย่าได้หลงเชื่อ ว่าจะมีกลุ่มคนที่สามารถช่วยเหลือได้ ยิ่งการเรียกรับเงิน เพื่อแลกกับตำแหน่งตามที่มีกระแสข่าว กันนั้น ยิ่งสร้างความเสียหายให้กับระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการอย่างยิ่ง  ถ้ามีข้อมูลขอให้แจ้งมาที่สำนักงานปลัดศธ.เพื่อที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้แอบอ้างต่อไป 

กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศชัดสอบราชการศธ. ย้ำไม่มีเส้นสาย ทุกขั้นตอนโปร่งใส เพื่อให้ได้บุคลากรที่เหมาะสมกับงาน หากพบเบาะแสแอบอ้างขบวนการแก๊งตกเบ็ดให้ส่งเรื่องมาที่สำนักงานปลัดศธ.พร้อมตรวจสอบทันที 

ที่มา ; เดลินิวส์ 29 มิถุนายน 2565

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น