ค้นหา

ศธ.ประกาศแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับกัญชาในสถานศึกษา

วันที่ 5 ก.ค.2565 - เว็บไซต์ราชกิจจานุกเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับกัญชาหรือกัญชงในสถานศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ 

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังปัญหาที่อาจเกิดจากการใช้กัญชาหรือกัญชงในนักเรียน นักศึกษา หรือบุคลากร ในสถานศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบกับประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม(กัญชา) พ.ศ. 2565 กำหนดให้ผู้ที่มีอายุต่ำากว่า 20 ปี ไม่สามารถใช้และเข้าถึงกัญชาได้ 

ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับกัญชาหรือกัญชงในสถานศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการให้เหมาะสม 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการพ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงออกประกาศแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับกัญชาหรือกัญชงของสถานศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัดหรือในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการไว้ดังต่อไปนี้ 

ข้อ 1 สถานศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการห้ามใช้กัญชาหรือกัญชงกับนักเรียน นักศึกษา หรือบุคลากรโดยเด็ดขาด เพราะอาจมีผลต่อการพัฒนาสมองของนักเรียน นักศึกษา หรือบุคลากร 

ข้อ 2 ห้ามมิให้นักเรียน นักศึกษา หรือบุคลากร ของสถานศึกษา ส่วนราชการหรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ใช้กัญชาหรือกัญชง เพื่อการนันทนาการใดๆเพราะอาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น อาการทางจิต และระบบการท างานต่าง ๆ ของร่างกาย 

ข้อ 3 ให้ผู้บริหารสถานศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัดและในก ากับของกระทรวงศึกษาธิการกำกับควบคุมร้านค้าที่จำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มในบริเวณสถานศึกษาส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ให้งดจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีการผสมส่วนใด ๆ ของกัญชาหรือกัญชง

อีกทั้งห้ามมิให้นักเรียน นักศึกษาหรือบุคลากร ของสถานศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการนำอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีการผสมส่วนใด ๆ ของกัญชาหรือกัญชง เข้ามาบริโภคในสถานศึกษาส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการอย่างเด็ดขาด 

ข้อ 4 ให้ผู้บริหารสถานศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรม การจัดการเรียนการสอน การฝึกอบรมหรือการผลิตสื่อนวัตกรรม เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้กัญชาหรือกัญชงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชงที่เกินปริมาณตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด ให้แก่นักเรียน นักศึกษา บุคลากร ผู้ปกครองประชาชนหรือชุมชนที่อยู่หรืออาศัยบริเวณใกล้เคียงกับสถานศึกษาหรือหน่วยงาน เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากอันตรายของกัญชาหรือกัญชง 

ข้อ 5 การใช้กัญชาหรือกัญชงเพื่อการรักษาต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ หรือการใช้กัญชาหรือกัญชงเพื่อการศึกษาวิจัย ต้องอยู่ภายใต้การกำกับ ควบคุม และดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าส่วนราชการ หรือหัวหน้าหน่วยงานนั้นๆ 

ข้อ 6 นอกจากแนวทางที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้แล้ว ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าส่วนราชการ หรือหัวหน้าหน่วยงาน ของสถานศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการอาจออกมาตรการหรือแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดจากกัญชาหรือกัญชงได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ส่วนราชการหรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ นั้น ๆ ได้ 

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2565 
 

ตรีนุช เทียนทอง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 

ที่มา ;  สยามรัฐออนไลน์  5 กรกฎาคม 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

กำชับห้ามใช้กัญชาในสถานศึกษาทุกกรณีอย่างเด็ดขาด หากพบผู้บริหาร รร.จะมีความผิด

6 ก.ค.65-นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมมอบนโยบายให้แก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ว่า ตนได้ย้ำเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา เนื่องจากโรงเรียนต้องหยุดการเรียนการสอนที่โรงเรียนและหันมาเรียนในรูปแบบออนไลน์จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 กว่า 2 ปี

 

ดังนั้นในภาคเรียนใหม่ปีการศึกษา 2565 สถานศึกษาทุกแห่งได้เปิดเรียนออนไซต์เต็มรูปแบบจึงทำให้นักเรียนมีความหลากหลายและสุ่มเสี่ยงจะเกิดเหตุความไม่ปลอดภัยในโรงเรียนได้ เช่น การทะเลาะวิวาท ปัญหาซึมเศร้า เป็นต้น ซึ่งตนได้ย้ำให้โรงเรียนทุกแห่งได้จัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เน้นละลายพฤติกรรมนักเรียน และสร้างบรรยากาศมิติการอยู่ร่วมกันในสังคมของนักเรียน เพื่อให้เกิดความรักความสามัคคีเกิดขึ้นในโรงเรียน และลดความสูญเสียในอนาคต รวมถึงการดำเนินโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียนเชิงรุก เพื่อที่ครูจะได้ทราบถึงปัญหานักเรียน และนำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นระบบต่อไป 

นายอัมพร กล่าวต่อไป นอกจากนี้ตนขอให้ทุกโรงเรียนได้ประเมินภาวะการเรียนรู้ถดถอยของนักเรียนเป็นรายบุคคล เพราะอยากให้ครูได้ปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนให้เหมาะสมกับทักษะของผู้เรียนแต่ละคน โดยเฉพะนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1-3 จะต้องเน้นการอ่านออกเขียนได้และคิดเลขเป็น ขณะเดียวกันขอให้เขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งได้เตรียมความพร้อมสำรวจว่ามีโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่กี่แห่งที่ขาดครูหรือผู้บริหารโรงเรียน หรือมีครูและผู้บริหารโรงเรียนที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จำนวนกี่แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดสรรหาเครือข่ายความร่วมมือกับโรงเรียนคุณภาพชุมชนในพื้นที่สำหรับการบริหารจัดการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กให้มีคุณภาพ เนื่องจากที่ผ่านมาเราจะพบว่าโรงเรียนขนาดเล็กบางแห่งไม่ได้รับการจัดสรรอัตราเกษียณอายุราชการคืน ดังนั้นเพื่อเป็นป้องกันปัญหาจึงขอให้เขตพื้นที่การศึกษาเร่งสำรวจให้ครบถ้วน ไม่ใช่วันที่ 1 ตุลาคมไม่มีครูหรือผู้บริหารดูแลโรงเรียนเลยไม่ได้เด็ดขาด อีกทั้งยังมอบให้เขตพื้นที่ไปหานวัตกรรมที่เป็นโมเดลแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กด้วย 

สำหรับประเด็นการเปิดเสรีกัญชา-กัญชงนั้น ได้แจ้งให้เขตพื้นที่และโรงเรียนทุกแห่งต้องยึดประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ในการห้ามใช้กัญชาในสถานศึกษาทุกกรณีอย่างเด็ดขาด รวมถึงการปรุงอาหารในโรงเรียนด้วย ซึ่งหากพบผู้บริหารโรงเรียนจะมีโทษความผิดอย่างแน่นอน ที่ปล่อยละเลยปัญหานี้”เลขาฯ กพฐ. กล่าว 

 

ที่มา ; ไทยโพสต์ กรกฎาคม 2565 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น