ค้นหา

VUCA World โลกที่ผันผวนและสลับซับซ้อนยิ่งกว่า Disruption

ปัจจุบันมีศัพท์ใหม่ที่เรียกว่า VUCA World คือมีการเปลี่ยนแปลงที่ผันผวน ไม่แน่นอน มีความสลับซับซ้อน ไม่รู้จะไปในทิศทางไหน ด้วยความเร็วหรือความเร่ง ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ว่ากันว่า VUCA World หรือ โลกยุคผัวผวน ทำให้คนจบปริญญาระดับเกียรตินิยม ต้องตกงานนับแสนคน เพราะคาดเดาไม่ได้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไร สิ่งที่เรียนในวันนี้ อาจไม่เป็นที่ต้องการของวันพรุ่งนี้

ดัง 4 คำที่ผสมกลายเป็น VUCA คือ

·      V- Volatility ความผันผวน ยากจะคาดเดา เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันไม่ทันตั้งตัว

·      U-Uncertainty มีความไม่แน่นอนสูง ไม่ชัดเจน ยากจะอธิบาย

·      C-Complexity ความซับซ้อนสูง มีปัจจัยมากมายที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจ

·      A-Ambiguity มีความคลุมเครือ เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ยากจะคาดเดาผลลัพธ์ได้ 

การดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 นอกเหนือจากวิชาความรู้แล้ว ภูมิคุ้มกัน” จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพื่อยืนอยู่บนโลกใบนี้อย่างไม่ลำบาก มีความสุข และ แข่งขันกับคนอื่นได้ 

สิ่งสำคัญนอกเหนือจากวิชาความรู้คือ การแก้ปัญหาชีวิตประจำวันให้สามารถก้าวพ้นอุปสรรคความสลับซับซ้อนในอนาคตได้ เป็นสิ่งที่จะต้องปลูกฝังกันตั้งแต่วัยเยาว์ ปรับเปลี่ยนตัวเองได้ทันการณ์ วันนี้ทำงานธนาคาร สายการบิน พรุ่งนี้สามารถถอดสูทเป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ เขียนโปรแกรม หรือ ขายข้าวแกงได้โดยไม่รู้สึกล้มเหลว ผิดหวัง หรือ เสียใจ แต่กลับมีความรู้สึกภาคภูมิใจในการกล้าเปลี่ยนแปลง และปรับตัวรับกับความผันผวนได้โดยไม่สูญเสียรายได้จากการสร้างอาชีพใหม่

ไวรัสโควิด-19 เป็นตัวอย่างที่ดีของความผันผวน ทำให้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไป การเข้ามาของเทคโนโลยีทำลายล้างธุรกิจหลายอย่างที่ปรับตัวไม่ได้ บางองค์กร บางอาชีพหายไป ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดอาชีพใหม่ๆ มากมาย 

VUCA World จึงต่างจาก Disruption เพราะ Disruption คือการทำลายล้าง จบแล้วเริ่มต้นใหม่ แต่  VUCA เป็นความผันผวนไม่สิ้นสุด ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะต้องเผชิญกับอะไร 

การ Reskill หรือ Upskill กลายเป็นคลังความรู้ใหม่ เพื่อให้มีความรู้ทักษะมากกว่า 1 อย่าง ระบบการศึกษาต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ทักษะอาชีพที่เปลี่ยนไป การพัฒนาจะค่อยๆ เปลี่ยนจากฝั่ง Supply side ไปสู่การร่วมออกแบบโมเดลการศึกษา พัฒนาคน ทั้งเชิงการทำงานและร่วมลงทุน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคที่ต้องใช้บุคลากร เช่นเดียวกับนักศึกษาที่ต้องเป็นเป็นนักศึกษาตลอดชีวิต จากในอดีตทำงานถึงอายุ 60 เกษียณตัวเอง แต่ปัจจุบันควรต้อง reskill หรือ upskill เพื่อทำอาชีพใหม่ๆ นอกเหนือจากงานประจำที่เคยทำมา 

มีข้อพิสูจน์ชัดเจนว่า กลุ่มผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่มีความต้องการบุคลากรที่แตกต่างจากอุตสาหกรรมยุคเก่า เน้นคนที่มีความรู้ ทักษะ เข้าใจในงานที่ทำ มากกว่าใบปริญญา นั่นคือโจทย์ที่สถาบันการศึกษาต้องปรับระบบการเรียนการสอนให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มงานฝีมือ อาทิ หุ่นยนต์ เครื่องกลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอไอ ซึ่งหากเด็กที่จบในระดับ ปวช. หรือ ปวส. มีทักษะมากพอก็สามารถเข้าไปทำงานกับภาคอุตสาหกรรมได้โดยไม่ต้องรอใบปริญญา 

สิ่งหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ก็คือ การยกเลิกระบบรีไทร์ในระดับอุดมศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป จากเคยกำหนดระยะเวลาสำเร็จการศึกษาแบบเดิมคือ ปริญญาตรี 4 ปี ไม่เกิน 8 ปี ปริญญาโท 2 ปี ไม่เกิน 5 ปี ปริญญาเอก 3 ปี ไม่เกิน 6 ปี จะถูกยกเลิกเปิดช่องให้เรียนควบคู่กับการทำงาน เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว หรือหาประสบการณ์ใหม่ๆ นอกห้องเรียนก่อนกลับมาเรียนอีกครั้ง สามารถนำประสบการณ์นั้นมาเทียบโอนหน่วยกิตได้ที่เรียกว่าระบบเครดิตแบงก์ เป็นการเปิดช่องให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ไม่มีการกำหนดปีเรียนจบ เพียงแต่นักศึกษาที่จะเรียนในระบบนี้ได้ต้องมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด 

การศึกษาและการสร้างทุนมนุษย์ ต้องเริ่มกระบวนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากที่เคยเน้นเรื่อง IQ และ EQ เป็นหลัก ต้องนำเรื่อง AQ (Adversity Quotient) หรือ active skill มาผสมผสาน รองรับโลกยุคใหม่ที่เรียกว่า VUCA World 

ทุกคนต้องปรับตัว ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม 

ทีมา ; SALIKA

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น