ค้นหา

แนวทางพัฒนาครูให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ว่า ที่ประชุมเห็นชอบหลังการเกี่ยวกับแนวทางการปรับปรุงระบบการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาเพื่อการประกอบวิชาชีพครูของคุรุสภา โดยปรับปรุงระบบการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูและการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา ให้เชื่อมโยงกับการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู โดยที่ประชุมแต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงระบบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและการรับรองปริญญาทางการศึกษาเพื่อการประกอบวิชาชีพ 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่านอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการแนวทางการพัฒนาผู้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการชั่วคราว ให้มีมาตรฐานความรู้วิชาชีพ เพื่อเป็นคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ตามที่คุรุสภาเสนอ เนื่องจากปัจจุบันมีบุคคลผู้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการชั่วคราว ได้ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ในระดับการศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา หรืออุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา ทั้งของรัฐและเอกชนมากกว่า 50,000 คน เป็นชาวไทย 21,673 คน ชาวต่างประเทศ 28,953 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ได้รับการยกเว้นฯ มากกว่า 6 ปีขึ้นไป จำนวน 7,410 คน เป็นชาวไทย 4,191 คน ชาวต่างประเทศ 3,219 คน ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้ยังไม่สามารถพัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติตามมาตรฐานวิชาชีพครูที่คุรุสภากำหนดได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดในด้านโอกาสและการเข้าถึงการพัฒนา ที่ประชุมมองว่าควรจะทำช่องทางที่ให้ครูเหล่านี้สามารถได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ โดยจะต้องมีมาตรฐานและคุณภาพควบคู่กันไปด้วย ต่อไปคุรุสภา จะทำงานร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสร้างช่องทางให้ครูกลุ่มนี้มาเก็บชั่วโมงอบรมพัฒนาตนเอง เพื่อให้ครูเหล่านี้มีคุณสมบัติมาประกอบขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ที่ประชุม เห็นชอบในร่างข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. … เพื่อรองรับการดำเนินการปรับปรุงระบบการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูและการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา ให้เชื่อมโยงกับการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพในวิชาเอก ตามประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 และร่างแนวทางการปรับปรุงระบบใบอนุญาตที่กำหนดให้มีการจำแนกใบอนุญาตฯ ออกเป็น 3 ระดับ คือ

           1.ระบบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู กำหนดให้มีใบรับรองการปฏิบัติการสอน (Provisional Teaching Certificate) และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และ 

           2.ระบบการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครูเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น (Basic Professional Teaching License: B-license) และ

           3.ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง (Advanced Professional Teaching License : A-license)

ส่วนความคืบหน้าการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา ทราบว่าคุรุสภาได้ประกาศสมัครบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภาตั้งแต่วันที่ 5-16 สิงหาคมแล้ว ซึ่งขณะนี้คณะอนุกรรมการสรรหาฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยจะประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่คุณสมบัติครบถ้วน ภายในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ และในวันที่ 8 กันยายน คณะอนุกรรมการสรรหาฯ ให้ผู้สมัครเข้าแสดงวิสัยทัศน์และจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหา เสนอให้คณะกรรมการคุรุสภา พิจารณาภายในเดือนกันยายน อย่างไรก็ตามภายในเดือนกันยายนนี้ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) จะหมดวาระเช่นกัน ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการสรรหาประธาน กมว. โดยคณะกรรมการสรรหาฯ จะเสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมให้ที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภาพิจารณา ดังนั้น ดิฉันคาดว่าภายในเดือนกันยายนนี้ จะได้เลขาธิการคุรุสภาและประธานกมว.คนใหม่พร้อมกัน”น.ส.ตรีนุช กล่าว 

บอร์ดคุรุสภา เห็นชอบแนวทางพัฒนาครูไร้ตั๋วกว่า 5 หมื่นราย ให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ‘ตรีนุช’ คาด ก.ย.นี้ ได้ ‘บิ๊กคุรุสภา-ประธานกมว.’ คนใหม่ 

มติชนออนไลน์ วันที่ 24 สิงหาคม 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

“ตรีนุช” ถกบอร์ดคุรุสภายกระดับการพัฒนาวิชาชีพครู 

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการจัดระบบวิชาชีพครูตั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเฉพาะการปรับหลักสูตรการพัฒนาครู เพราะทุกวันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการพัฒนาหลักสูตรครูของแต่ละสถาบันจะต้องปรับตามให้เร็ว แต่การดำเนินการที่ผ่านมา มีการปรับมาแล้วแต่ต้องมาผ่านบอร์ดคุรุสภาและปรับแก้ใหม่ก็ต้องใช้เวลานาน และกว่าจะอนุมัติการปรับปรุงหลักสูตรการพัฒนาเสร็จก็ส่งผลให้มีความล่าช้าและไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นที่ประชุมจึงมีความเห็นว่า หากสถาบันผลิตครูจะมีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรครูก็จะให้คุรุสภาเข้าไปดำเนินการเข้าไปร่วมปรับหลักสูตรกับสถาบันผลิตครูด้วย เพื่อให้ตรงกับมาตรฐานการผลิตครูอย่างแท้จริง 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้มีประเด็นเรื่องครูที่อยู่ในระบบแต่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยเฉพาะกลุ่มครูอาชีวศึกษาที่มีความถนัดทางวิชาชีพแต่ยังไม่มีอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งตนต้องการจัดกระบวนการให้ครูกลุ่มเหล่านี้มีความสอดรับกับโลกปัจจุบัน และไม่ให้เด็กขาดครู โดยกลุ่มครูที่ต้องขอผ่อนผันทุก 2 ปี ที่ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 50,000 คน จะทำแพลตฟอร์มขึ้นร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อให้ครูกลุ่มนี้ได้เข้ามาอบรมและพันาตัวเองเก็บชั่วโมงเรียน เพื่อให้ครูสามารถใช้เป็นคุณสมบัติในการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ ทั้งนี้เพื่อให้ครูเหล่านี้มีช่องทางกว้างขึ้นในการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และมีมาตรฐานวิชาชีพตามที่คุรุสภากำหนด ขณะเดียวกันในส่วนของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเราพบปัญหานักศึกษาที่จบครูโดยตรง แต่ยังไม่สามารถไปประกอบวิชาชีพครูได้ ที่ประชุมจึงหาช่องทางให้นักศึกษาครูทีจบใหม่ได้ประกอบวิชาชีพครูได้เลย ด้วยการจัดทำระบบการผลิตครูให้มีคุณภาพ 

น.ส.ตรีนุช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้อนุมัติข้อบังคับการปรับปรุงระบบการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูใหม่ เนื่องจากที่ประชุมเห็นว่าเมื่อผู้เรียนที่จบจากคณะครุศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาวิชาชีพครูมาแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมาขอสอบ เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอีก จนทำให้เกิดขั้นตอนการขอที่ยุ่งยาก เมื่อจบหลักสูตรครูแล้วก็ต้องมาสอบขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูอีก และเมื่อสอบบรรจุข้าราชการแล้วก็ต้องมาสอบขอใบดังกล่าวด้วยเช่นกัน สำหรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพใหม่ได้กำหนดให้มีใบรับรองการปฏิบัติการสอน (Provisional Teaching Certificate) ซึ่งจำแนกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 

1. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น (Basic Professional Teaching License: B-license) ได้ตอนสอบบรรจุข้าราชการ ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย 

2. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นกลาง (Intermediate Professional Teaching License :I-license) ได้เมื่อได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากครูผู้ช่วยเป็นข้าราชการครู และ 

3. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง (Advanced Professional Teaching License : A-license) จะได้ต่อเมื่อเสนอเรื่องขอและเลื่อนวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 

ที่มา ; เดลินิวส์ 24 สิงหาคม 2565

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น