
นายประเสริฐ จันทรรวงทองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้แถลงข่าวแถลงนโยบาย “Work Smart” ลดภาระครู คืนเวลาให้ห้องเรียนว่า
ในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่นี้ สิ่งที่ครูควรได้ใช้เวลามากที่สุด คือ การดูแล และพัฒนานักเรียนในห้องเรียน แต่จากการลงพื้นที่ของผมและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เราพบว่าครูจำนวนมากยังต้องแบกรับภาระงานเอกสาร งานประเมิน งานพัสดุ การเงิน และโครงการต่าง ๆ ที่ซ้ำซ้อน จนกระทบต่อเวลาและคุณภาพการเรียนการสอน โดยข้อมูลจาก กสศ. ยังสะท้อนว่า ครูกว่า 47.7% มองว่าภาระงานเหล่านี้ส่งผลต่อคุณภาพการสอน และกว่า 63% ไม่สามารถรักษาสมดุลชีวิตได้ หรือ Work-Life Balanced ได้
วันนี้ กระทรวงศึกษาธิการจึงจำเป็นต้องเดินหน้าแนวทาง “Work Smart” เพื่อลดภาระงานที่ไม่จำเป็น คืนเวลาให้ครูได้กลับไปทำหน้าที่สำคัญที่สุด คือ การดูแลนักเรียน
ผมขอย้ำว่า เราไม่ได้ลดเป้าหมายของการพัฒนาเด็กตามหลักการ แต่เราจะลด “วิธีทำงานที่ซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น”
· หนึ่งในประเด็นที่ครูสะท้อนมากที่สุด คือ ภาระด้านเอกสารและการประเมินของโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการสถานศึกษาสีขาว ซึ่งหลายส่วนมีความซ้ำซ้อนกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและงานด้านความปลอดภัยที่โรงเรียนดำเนินการอยู่แล้ว
· เช่นเดียวกันกับโครงการ ITA ที่มีความซ้ำซ้อนอยู่หลายส่วนเช่นกัน ซึ่งควรจะปรับให้สะดวกต่อการประเมิน ทั้งเวลาและขั้นตอน โดยที่ผ่านมาทางปปช. ได้มีมาตรการในการรายงานนี้ในระดับกรมเท่านั้น
กระทรวงศึกษาธิการยืนยันว่า เป้าหมายด้านความปลอดภัย การป้องกันยาเสพติด การส่งเสริมคุณลักษณะที่ดีต่างๆ และการดูแลนักเรียนยังคงมีความสำคัญเช่นเดิม แต่แนวทางตามนโยบาย Work Smart คือการ “ลดภาระการดำเนินงานและการประเมินที่ตกอยู่กับโรงเรียน”
ต่อจากนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะเข้ามามีบทบาทในการกำกับ ติดตาม และประเมินภาพรวมเชิงประจักษ์มากขึ้น โดยไม่ให้โรงเรียนจัดทำเอกสาร รายงาน และดำเนินกระบวนการ เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับภาระงานที่เหมาะสมมากขึ้น ได้พัฒนาตนเอง และสามารถทำงานเชิงป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในส่วนของระบบประเมิน และโครงการอื่น ๆ กระทรวงศึกษาธิการจะทยอยทบทวนทั้งหมดตามแนวทาง Work Smart โดยพิจารณาว่าอะไรจำเป็น อะไรซ้ำซ้อน และอะไรเป็นภาระที่ไม่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนโดยตรง
พร้อมกันนี้ จะมีการบูรณาการระบบข้อมูล และตัวชี้วัดต่าง ๆ เพื่อให้ครูบันทึกข้อมูลครั้งเดียว แต่สามารถใช้รายงานได้หลายระบบ ลดการกรอกข้อมูลซ้ำตลอดปีการศึกษา
รวมถึงจะทยอยโอนภารกิจด้านพัสดุ การเงิน และงานธุรการบางส่วนของโรงเรียนขนาดเล็ก ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเข้ามาช่วยดำเนินการมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานไม่มีความซ้ำซ้อน
ท้ายที่สุดนี้ ผมขอยืนยันว่า การลดภาระครูไม่ใช่เพียงการลดงานเอกสาร แต่คือการปรับวิธีคิดและวิธีทำงานของระบบการศึกษาไทยทั้งระบบ เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับนักเรียนมากขึ้น โรงเรียนมีอิสระมากขึ้น และผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมากขึ้นอย่างแท้จริง
ที่มา ; อีทีวีแม็ค เวทีสาธารณะเพื่อการศึกษา


เกี่ยวข้องกัน
ลุยลดภาระครู สั่งยุบ 7 โครงการ งานซ้ำซ้อน ชู Work Smart ดึงเขตพื้นที่ช่วยงานเอกสาร
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานที่ประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ของศธ. ว่า ที่ประชุมหารือเรื่องสำคัญ คือการลดภาระครู คืนเวลาให้ห้องเรียน โดยเฉพาะในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ สิ่งที่ครูควรได้ใช้เวลามากที่สุด คือ การดูแล และพัฒนานักเรียนในห้องเรียน แต่จากการลงพื้นที่ของตนและนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. พบว่าครูจำนวนมากยังต้องแบกรับภาระงานเอกสาร งานประเมิน งานพัสดุ การเงิน และโครงการต่าง ๆ ที่ซ้ำซ้อน จนกระทบต่อเวลาและคุณภาพการเรียนการสอน
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ขณะที่ข้อมูลจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา( กสศ. )ยังสะท้อนว่า ครูกว่า 47.7% มองว่าภาระงานเหล่านี้ส่งผลต่อคุณภาพการสอน และกว่า 63% ไม่สามารถรักษาสมดุลชีวิตได้ หรือ Work-Life Balanced ได้ ดังนั้น ศธ. จึงจำเป็นต้องเดินหน้าแนวทาง “Work Smart” เพื่อลดภาระงานที่ไม่จำเป็น คืนเวลาให้ครูได้กลับไปทำหน้าที่สำที่สำคัญที่สุด คือ การดูแลนักเรียน
”ผมขอย้ำว่า เราไม่ได้ลดเป้าหมายของการพัฒนาเด็กตามหลักการ แต่จะลดวิธีทำงานที่ซ้ำช้อนและไม่จำเป็น และหนึ่งในประเด็นที่ครูสะท้อนมากที่สุด คือ ภาระด้านเอกสารและการประเมินของโครงการต่าง ๆโดยเฉพาะโครงการสถานศึกษาสีขาว ซึ่งหลายส่วนมีความซ้ำซ้อนกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ก็จะดำเนินการยกเลิกในปีงบประมาณ 2570 ขณะที่งานด้านความปลอดภัยที่โรงเรียนดำเนินการอยู่แล้ว เช่นเดียวกัน กับการรายงานผล ITA ที่มีความ ซ้ำซ้อนอยู่หลายส่วน ซึ่งควรจะปรับให้สะดวกต่อการประเมินทั้งเวลาและขั้นตอน ศธ. ยืนยันว่าเป้าหมายด้านความปลอดภัยและการป้องกันยาเสพติด การส่งเสริมคุณลักษณะที่ดีต่างๆ และการดูแลนักเรียนยังคงมีความสำคัญเช่นเดิม แต่จะเป็นไปตามนโยบาย “Work Smart” คือการลดภาระการดำเนินงานและการประเมิน จากเดิมเป็นหน้าที่ของโรงเรียน ต่อจากนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) จะเข้ามามีบทบาทส่งเสริม และสนับสนุน ในการกำกับและประเมินภาพรวมเชิงประจักษ์มากขึ้น โดยไม่ให้โรงเรียนจัดทำเอกสาร รายงานดำเนินกระบวนการ เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับภาระงานที่เหมาะสม ได้พัฒนาตนเอง และสามารถทำงานเชิงป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนของระบบประเมิน และโครงการอื่น ๆ ศธ.จะทยอยทบทวนทั้งหมด ตามแนวทาง Work Smart โดยพิจารณาว่าอะไรจำเป็น อะไรซ้ำซ้อน และอะไรเป็นภาระที่ไม่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนโดยตรง พร้อมกันนี้ จะมีการบูรณาการระบบข้อมูล และตัวชี้วัดต่าง ๆ เพื่อให้ครูบันทึกข้อมูลครั้งเดียว แต่สามารถใช้รายงานได้หลายระบบ ลดการกรอกข้อมูลซ้ำตลอดปีการศึกษา รวมถึงจะทยอยโอนภารกิจด้านพัสดุ การเงิน และงานธุรการบางส่วนของโรงเรียนขนาดเล็ก เขตพื้นที่ฯ เข้ามาช่วยดำเนินการมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่ไม่มีความซ้ำซ้อน” รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันว่า การลดภาระครูไม่ใช่เพียงการลดงานเอกสาร แต่คือการปรับวิธีคิดและวิธีทำงานของระบบการศึกษาไทยทั้งระบบ เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับนักเรียนมากขึ้น โรงเรียนมีอิสระมากขึ้น และ นักเรียนได้รับการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
นายอัครนันท์ กล่าวว่า สำหรับโครงการที่จะยกเลิกใน ปี 2570 ดังนี้ 1.โครงการสถานศึกษาสีขาว 2.กิจกรรมการประเมิน ITA ออนไลน์ ระดับสถานศึกษา3.กิจกรรมการประเมินโรงเรียนคุณธรรม 4 ดาว – 5 ดาว4.โครงการยกระดับสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียน ตามกรอบการประเมินระดับนานาชาติ สู่การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน 5.โครงการยกระดับ OBEC Channel 6.โครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ สู่ห้องเรียน และ7.โครงการส่งเสริมสุขภาพและพลานามัย
สรุปโครงการที่จะยกเลิก
· โครงการสถานศึกษาสีขาว ศธ.จะยกเลิกทันทีในปีงบประมาณ 2570 เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงท้ายปีงบประมาณ 2569 แล้ว
· ส่วนอีก 6 โครงการ ได้แก่ กิจกรรมการประเมิน ITA ออนไลน์, กิจกรรมการประเมินโรงเรียนคุณธรรม 4–5 ดาว, โครงการยกระดับสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียนตามกรอบประเมินระดับนานาชาติสู่การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน, โครงการยกระดับ OBEC Channel, โครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สู่ห้องเรียน และโครงการส่งเสริมสุขภาพและพลานามัย จะดำเนินการยกเลิกการประเมินทั้งหมด
ที่มา ; มติชนออนไลน์
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงนโยบาย “Work Smart” เพื่อลดภาระงานที่ซ้ำซ้อนของครู คืนเวลาให้ครูกลับไปทำหน้าที่หลักคือการดูแลและพัฒนาผู้เรียนในห้องเรียน หลังพบว่าครูจำนวนมากต้องรับผิดชอบงานเอกสาร งานประเมิน งานพัสดุ การเงิน และโครงการต่าง ๆ จนกระทบต่อคุณภาพการสอน โดยข้อมูลจาก กสศ. ระบุว่า ครู 47.7% เห็นว่าภาระงานกระทบต่อการสอน และกว่า 63% ไม่สามารถรักษาสมดุลชีวิตและการทำงานได้
กระทรวงศึกษาธิการยืนยันว่าไม่ได้ลดเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียน แต่จะลดวิธีทำงานที่ซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น พร้อมทบทวนระบบประเมินและโครงการต่าง ๆ ตามแนวทาง Work Smart โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเข้ามาช่วยกำกับ ติดตาม และสนับสนุนงานแทนโรงเรียนมากขึ้น รวมทั้งบูรณาการระบบข้อมูลให้ครูบันทึกข้อมูลเพียงครั้งเดียวแต่ใช้ได้หลายระบบ
นอกจากนี้ ยังมีแผนยกเลิกหรือยุติการประเมินใน 7 โครงการที่สร้างภาระซ้ำซ้อน เช่น โครงการสถานศึกษาสีขาว และ ITA ออนไลน์ระดับสถานศึกษา เพื่อให้ครูมีเวลาพัฒนาผู้เรียน พัฒนาตนเอง และยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างแท้จริง
นโยบาย “Work Smart” ของกระทรวงศึกษาธิการมีเป้าหมายสำคัญที่สุดข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนโครงการพัฒนาครู
ข. ลดงบประมาณด้านการศึกษา
ค. คืนเวลาให้ครูดูแลผู้เรียนในห้องเรียน
ง. เพิ่มการประเมินคุณภาพโรงเรียน
ข้อ 2
ข้อมูลจาก กสศ. ที่สะท้อนปัญหาภาระงานครู สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
ก. ครูส่วนใหญ่ต้องการเปลี่ยนอาชีพ
ข. ภาระงานส่งผลต่อคุณภาพการสอนและสมดุลชีวิต
ค. ครูขาดทักษะการใช้เทคโนโลยี
ง. โรงเรียนมีบุคลากรไม่เพียงพอทุกแห่ง
ข้อ 3
เหตุผลสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการจะยกเลิกบางโครงการ คือข้อใด
ก. โรงเรียนไม่ให้ความร่วมมือ
ข. ขาดงบประมาณสนับสนุน
ค. โครงการไม่สอดคล้องกับหลักสูตร
ง. มีความซ้ำซ้อนและเพิ่มภาระงานครู
ข้อ 4
หากผู้บริหารโรงเรียนต้องการดำเนินงานตามนโยบาย Work Smart ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เพิ่มการรายงานผลทุกกิจกรรม
ข. มอบหมายงานเอกสารให้ครูทุกคนเท่าเทียมกัน
ค. ลดงานซ้ำซ้อนและใช้ข้อมูลร่วมกันในหลายระบบ
ง. เน้นการประเมินมากกว่าการสอน
ข้อ 5
บทบาทใหม่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามนโยบายนี้ คือข้อใด
ก. จัดการเรียนการสอนแทนครู
ข. สนับสนุน กำกับ และประเมินภาพรวมแทนโรงเรียนบางส่วน
ค. ควบคุมหลักสูตรของทุกโรงเรียนโดยตรง
ง. จัดสอบกลางทุกระดับชั้น
ข้อ 6
ข้อใดสะท้อนแนวคิดสำคัญของนโยบาย Work Smart ได้ชัดเจนที่สุด
ก. ลดเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียน
ข. ยกเลิกทุกโครงการของโรงเรียน
ค. ปรับวิธีทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ง. เพิ่มการควบคุมจากส่วนกลาง
ข้อ 7
หากครูมีเวลามากขึ้นจากการลดภาระงาน ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมากที่สุดคือข้อใด
ก. ครูมีเวลาออกเอกสารเพิ่มขึ้น
ข. ผู้เรียนได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างมีคุณภาพ
ค. โรงเรียนลดจำนวนกิจกรรมทั้งหมด
ง. การประเมินภายนอกเพิ่มขึ้น
ข้อ 8
ข้อใดเป็นตัวอย่างของการบูรณาการข้อมูลตามแนวทาง Work Smart
ก. ครูกรอกข้อมูลแยกทุกโครงการ
ข. ใช้เอกสารคนละชุดในแต่ละหน่วยงาน
ค. รายงานข้อมูลผ่านหลายระบบเพื่อความรอบคอบ
ง. บันทึกข้อมูลครั้งเดียวและใช้ได้หลายระบบ
ข้อ 9
การยกเลิกโครงการสถานศึกษาสีขาว สะท้อนหลักคิดใดมากที่สุด
ก. ลดความสำคัญของการป้องกันยาเสพติด
ข. ลดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทั้งหมด
ค. ลดการดำเ
นินงานที่ซ้ำซ้อนแต่ยังคงเป้าหมายเดิม
ง. โอนภารกิจทั้งหมดให้เอกชนดำเนินการ
ข้อ 10
ในมุมมองเชิงบริหาร การลดภาระครูตามนโยบายนี้จะเกิดผลยั่งยืนได้เมื่อใด
ก. เมื่อครูทำงานเอกสารได้รวดเร็วขึ้น
ข. เมื่อทุกโรงเรียนใช้แบบประเมินเดียวกัน
ค. เมื่อมีการปรับทั้งวิธีคิดและระบบการทำงานของการศึกษา
ง. เมื่อเพิ่มจำนวนโครงการประเมินคุณภาพโรงเรียน
คลิกเฉลย >>>