
เมื่อวันที่ 2 ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงถึงทิศทางสำคัญของรัฐบาลในการเดินหน้าปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาครั้งใหญ่ มุ่งยกระดับการจัดการเรียนการสอน 3 วิชาหลัก ได้แก่ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และภาษาไทย ควบคู่กับการพัฒนาระเบียบวินัยและการเป็นพลเมืองโลก โดยย้ำชัดว่าการปรับหลักสูตรครั้งนี้ไม่ใช่การลดทอน แต่คือการเสริมสร้างให้บทเรียนมีความลึกซึ้ง และมีความหมาย สอดรับกับแนวทาง “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” อย่างแท้จริง
เข้าใจรากเหง้า เพื่อก้าวไปข้างหน้า
รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สมรรถนะที่แท้จริงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทักษะอาชีพ แต่คือความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ การปรับปรุงวิชาประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ จะเปลี่ยนผ่านจากการท่องจำสู่ “การวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์” เพื่อให้เยาวชนเข้าใจพัฒนาการของชาติและบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศเพื่อประชาชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในฐานะเรื่องราวที่พลเมืองทุกคนมีส่วนร่วม ซึ่งทุกประเทศที่มีระบบการศึกษาเข้มแข็ง ล้วนสอนให้เด็กรู้จักรากเหง้าของตนเอง รู้ว่าตนเป็นใคร มาจากไหน และมีหน้าที่อะไรต่อสังคม รัฐบาลเชื่อมั่นว่า พลเมืองที่เข้าใจที่มาของประเทศ คือพลเมืองที่พร้อมมีส่วนร่วมสร้างชาติ นอกจากนี้ วิชาหน้าที่พลเมืองจะมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ไทย พร้อมออกแบบกิจกรรมที่ฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม การเป็นผู้นำ การแก้ปัญหา และจิตอาสา เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กไทยสามารถยืนหยัดและแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคง
ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า มี 3 กลไกขับเคลื่อน และการเรียนรู้แบบไร้ขีดจำกัด พร้อมชี้แจงกรอบการขับเคลื่อนของกระทรวงฯ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนรายวิชา: มุ่งเน้นเนื้อหาที่ทันสมัยและวิเคราะห์เชิงลึก ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน: เน้นการฝึกวินัยและจิตสาธารณะ และส่วนกิจกรรมเสริมหลักสูตร: ปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ครอบคลุมความรักชาติ ซื่อสัตย์ มีวินัย และความเป็นไทย โดยศธ.ยังส่งเสริมให้สถานศึกษาบูรณาการเทคโนโลยี ทั้งสื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์ เข้ากับแหล่งเรียนรู้ดั้งเดิม เช่น พิพิธภัณฑ์และพื้นที่ในชุมชน โดยเฉพาะวิชาประวัติศาสตร์ที่ประสบการณ์จากพื้นที่จริงไม่สามารถหาได้จากในห้องเรียน พร้อมเปิดกว้างให้ “ครู” มีอิสระในการเลือกสื่อที่เหมาะสมกับบริบทของนักเรียนมากที่สุด
รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ภาษาไทย ฐานรากที่แข็งแกร่งสู่การเรียนรู้ภาษาที่สอง สำหรับวิชาภาษาไทย รมว.ศึกษาธิการ เน้นย้ำว่าการรักษาภาษาแม่คือการรักษาตัวตน โดยยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่มีหน่วยงานระดับชาติกำกับดูแลมาตรฐานภาษา ควบคู่ไปกับการผลักดันสู่เวทีโลก นอกจากนี้ งานวิจัยด้านประสาทวิทยาทั่วโลกยังยืนยันว่า เยาวชนที่มีทักษะภาษาแม่แข็งแกร่ง จะสามารถเรียนรู้ภาษาที่สองได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การพูดได้หลายภาษายังช่วยพัฒนาความจำ สมาธิ และทักษะการแก้ปัญหา การส่งเสริมภาษาไทยจึงไม่ใช่การแย่งพื้นที่ภาษาอังกฤษ แต่เป็นการสร้างฐานรากที่มั่นคง
นายประเสริญ ยังได้กล่าวถึงกรณีเยาวชนสัญชาติไทยในโรงเรียนนานาชาติที่ขาดทักษะภาษาไทย ซึ่งเรื่องนี้ศธ.ได้หารือร่วมกับสมาคมโรงเรียนนานาชาติแล้ว และทุกฝ่ายมีวิสัยทัศน์ร่วมกันว่าเยาวชนไทยทุกคนควรสื่อสารภาษาของตนเองได้ โดยกระทรวงฯ พร้อมให้การสนับสนุนแนวทางดูแลทักษะภาษาไทยแก่นักเรียนกลุ่มดังกล่าว โดยไม่กระทบต่อจุดเด่นและหลักสูตรของแต่ละสถานศึกษา ปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการได้สื่อสารแนวทางทั้งหมดไปยังสถานศึกษาทุกสังกัด ภายใต้กรอบ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ และหลักสูตรแกนกลางฯ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศต่อไป โดยในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุมอนุกรรมการยกร่างพ.ร.บ. การศึกษาฯ ครั้งแรก โดยมีศ.วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธานคณะอนุกรรม พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญในด้านการศึกษา เข้าร่วมประชุม
ที่มา ; เดลินิวส์ออนไลน์
รัฐบาลมีนโยบายปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาครั้งสำคัญ โดยมุ่งยกระดับ 3 วิชาหลัก ได้แก่ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และภาษาไทย ให้สอดคล้องกับแนวคิด “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” ที่เน้นการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ทั้งความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ วิชาประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนจากการท่องจำสู่การวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจพัฒนาการของชาติ รู้จักรากเหง้าของตนเอง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ขณะที่วิชาหน้าที่พลเมืองจะส่งเสริมการคิดเชิงวิพากษ์ การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ การแก้ปัญหา และจิตอาสา ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ไทย
กระทรวงศึกษาธิการกำหนดกลไกขับเคลื่อน 3 ส่วน ได้แก่ การพัฒนารายวิชา กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และกิจกรรมเสริมหลักสูตร เพื่อปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ รวมถึงส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลร่วมกับแหล่งเรียนรู้ในชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ครูเลือกใช้สื่อที่เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน ด้านภาษาไทย เน้นการสร้างความเข้มแข็งของภาษาแม่ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ภาษาอื่น และช่วยพัฒนาความจำ สมาธิ และการแก้ปัญหา ทั้งยังมีแนวทางสนับสนุนให้นักเรียนไทยในโรงเรียนนานาชาติสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักสูตรการศึกษาของชาติ
หากโรงเรียนต้องการดำเนินการตามแนวทางการปรับปรุงวิชาประวัติศาสตร์ให้สอดคล้องกับนโยบายมากที่สุด ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เพิ่มจำนวนบทเรียนเพื่อให้เนื้อหาครบถ้วน
ข. ให้ผู้เรียนท่องจำเหตุการณ์สำคัญและวันสำคัญของชาติ
ค. จัดกิจกรรมศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์และอภิปรายเชิงวิเคราะห์
ง. มอบหมายให้ผู้เรียนสรุปเนื้อหาจากหนังสือเรียนเพียงอย่างเดียว
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นการเปลี่ยนจากการท่องจำสู่การวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ จึงควรใช้กิจกรรมที่ฝึกการคิดวิเคราะห์จากหลักฐานและข้อมูล
ข้อใดสะท้อนแนวคิด “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” ตามบทความได้ชัดเจนที่สุด
ก. มุ่งเพิ่มปริมาณเนื้อหาในทุกกลุ่มสาระ
ข. เน้นการสอบวัดผลปลายภาคเป็นหลัก
ค. มุ่งพัฒนาทักษะอาชีพเฉพาะทางเท่านั้น
ง. พัฒนาความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่นำไปใช้ได้จริง
เฉลย: ง
เหตุผล: หลักสูตรฐานสมรรถนะมุ่งให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะในการดำรงชีวิตและทำงานได้จริง
หากพบว่านักเรียนขาดความรับผิดชอบและจิตสาธารณะ ผู้บริหารควรใช้กลไกใดตามบทความเป็นลำดับแรก
ก. เพิ่มการบ้านทุกวิชา
ข. พัฒนากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่เน้นวินัยและจิตสาธารณะ
ค. จัดสอบวัดคุณธรรมทุกสัปดาห์
ง. เพิ่มเวลาเรียนในห้องเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุชัดว่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมีบทบาทสำคัญในการฝึกวินัยและจิตสาธารณะ
ครูประวัติศาสตร์ต้องการออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับนโยบายและใช้ทรัพยากรในชุมชนอย่างคุ้มค่า แนวทางใดเหมาะสมที่สุด
ก. ใช้หนังสือเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้เพียงแหล่งเดียว
ข. จัดการเรียนรู้ผ่านวิดีโอออนไลน์ทั้งหมด
ค. พาผู้เรียนศึกษาพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในชุมชนร่วมกับสื่อดิจิทัล
ง. ให้ผู้เรียนค้นคว้าข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตโดยไม่มีการสะท้อนคิด
เฉลย: ค
เหตุผล: นโยบายสนับสนุนการบูรณาการเทคโนโลยีกับแหล่งเรียนรู้จริงในชุมชน
เหตุผลสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเรียนภาษาไทย คือข้อใด
ก. เพื่อทดแทนการเรียนภาษาอังกฤษ
ข. เพื่อให้ผู้เรียนใช้ภาษาไทยเพียงภาษาเดียว
ค. เพื่อสร้างฐานรากที่แข็งแรงสำหรับการเรียนรู้ภาษาอื่นและการพัฒนาสมอง
ง. เพื่อให้โรงเรียนนานาชาติใช้หลักสูตรเดียวกับโรงเรียนทั่วไป
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความอ้างอิงงานวิจัยที่ชี้ว่าทักษะภาษาแม่ที่แข็งแรงช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาที่สองและพัฒนากระบวนการคิด
สถานการณ์ใดสะท้อนการพัฒนาวิชาหน้าที่พลเมืองตามนโยบายได้ดีที่สุด
ก. นักเรียนแข่งขันตอบปัญหากฎหมายเพียงอย่างเดียว
ข. นักเรียนฝึกอภิปรายประเด็นสาธารณะ ทำงานเป็นทีม และร่วมกิจกรรมจิตอาสา
ค. นักเรียนท่องจำรัฐธรรมนูญทุกมาตรา
ง. นักเรียนศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยเพียงอย่างเดียว
เฉลย: ข
เหตุผล: นโยบายเน้นการคิดเชิงวิพากษ์ การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ และจิตอาสา
หากครูเลือกใช้สื่อการสอนแตกต่างกันตามบริบทของผู้เรียน การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการใดในบทความ
ก. การรวมศูนย์การจัดการเรียนรู้
ข. การควบคุมมาตรฐานสื่อจากส่วนกลางทั้งหมด
ค. การให้อิสระทางวิชาการแก่ครูในการเลือกสื่อที่เหมาะสม
ง. การลดบทบาทของครูในการออกแบบการเรียนรู้
เฉลย: ค
เหตุผล: กระทรวงศึกษาธิการเปิดกว้างให้ครูเลือกใช้สื่อที่เหมาะสมกับบริบทของนักเรียน
ในฐานะผู้บริหารโรงเรียน หากต้องการประเมินผลการขับเคลื่อนนโยบายนี้ ตัวชี้วัดใดเหมาะสมที่สุด
ก. จำนวนชั่วโมงเรียนที่เพิ่มขึ้น
ข. จำนวนข้อสอบที่นักเรียนทำได้
ค. จำนวนหนังสือเรียนที่โรงเรียนจัดซื้อ
ง. พฤติกรรมการมีวินัย การทำงานร่วมกัน และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน
เฉลย: ง
เหตุผล: ตัวชี้วัดดังกล่าวสะท้อนสมรรถนะและคุณลักษณะตามเป้าหมายของนโยบายโดยตรง
ข้อใดเป็นความท้าทายสำคัญที่สุดในการนำนโยบายนี้ไปสู่การปฏิบัติในโรงเรียน
ก. การเพิ่มจำนวนรายวิชาใหม่
ข. การเปลี่ยนบทบาทครูจากผู้ถ่ายทอดความรู้เป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ
ค. การยกเลิกการใช้เทคโนโลยีในโรงเรียน
ง. การลดเวลาเรียนทุกระดับชั้น
เฉลย: ข
เหตุผล: การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะต้องอาศัยการออกแบบกิจกรรมและการประเมินรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงบทบาทสำคัญของครู
หากโรงเรียนต้องการพัฒนาผู้เรียนให้เป็น “พลเมืองโลก” ตามแนวคิดในบทความ ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้เฉพาะวัฒนธรรมต่างประเทศ
ข. มุ่งเน้นการแข่งขันทางวิชาการเพียงอย่างเดียว
ค. ปลูกฝังความเข้าใจรากเหง้าของตนเอง ควบคู่กับการคิดวิเคราะห์และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมโลก
ง. ลดการเรียนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองเพื่อเพิ่มภาษาอังกฤษ
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นการรักษาอัตลักษณ์ไทย ควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการแข่งขันในโลกยุคใหม่ จึงเป็นแนวทางสู่การเป็นพลเมืองโลกอย่างสมดุล.