ร่าง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ….

เป็นสรุปสาระสำคัญของ ร่าง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่...) พ.ศ.... ที่ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา (ต้องเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเหตุเพราะมีการเปลี่ยนแปลงสาระฯจากร่างกฎหมายของ สส.) เป็นความเคลื่อนไหวยังอ้างอิงไม่ได้ มีสาระสำคัญ ดังนี้

1. วัตถุประสงค์และเหตุผลความจำเป็นในการตรากฎหมาย

การตราพระราชบัญญัติฉบับนี้มีพื้นฐานมาจากเหตุผลและความจำเป็นดังต่อไปนี้:

  • การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ: แม้จะมีการจำกัดสิทธิและเสรีภาพบางประการตามมาตรา 26 ประกอบมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่กฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ข้าราชการครูฯ ปฏิบัติราชการได้อย่างต่อเนื่องและสุจริต
  • การปรับปรุงการบริหารงาน: เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลและคุ้มครองข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ความสอดคล้องทางกฎหมาย: เพื่อยกเลิกกฎหมายหรือคำสั่งบางประการที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางการบริหารงานบุคคลในปัจจุบัน โดยเฉพาะคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2560

2. การปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการ ก.ค.ศ.

มีการแก้ไขโครงสร้าง คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ดังนี้:

  • ประธานกรรมการ: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • รองประธานกรรมการ: ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
  • กรรมการโดยตำแหน่ง (จำนวน 7 คน): ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, เลขาธิการ ก.พ., เลขาธิการสภาการศึกษา, เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.), เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และเลขาธิการคุรุสภา
  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (จำนวน 6 คน): ครม. แต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย, การศึกษาพิเศษ, บริหารธุรกิจการเงินหรือด้านเศรษฐศาสตร์, การผลิตและพัฒนาครู, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, และด้านการวิจัยและประเมินผล ด้านละหนึ่งคน
  • กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (จำนวน 9 คน): มาจากการเลือกตั้ง (ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเขต, ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาเขตพื้นที่ประถมศึกษา, ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาเขตพื้นที่การศึกษามัธยม, ผู้แทนครูเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา, ผู้แทนครูเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา, ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นในเขตพื้นที่การศึกษา, ผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดอาชีวศึกษา, ผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)
  • เลขานุการ: ให้เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นกรรมการและเลขานุการ

3. วาระการดำรงตำแหน่งและการมอบอำนาจ

  • วาระการดำรงตำแหน่ง: กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนฯ มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่า 2 วาระไม่ได้
  • การจัดตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ: ให้ ก.ค.ศ. มีอำนาจแต่งตั้ง "อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ" คณะละไม่เกิน 15 คน เพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนหรือทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย

4. การบริหารงานบุคคลและการสอบแข่งขัน

  • อำนาจการสอบแข่งขัน: กำหนดให้ ก.ค.ศ. เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูฯ โดยสามารถมอบหมายให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานการศึกษาเป็นผู้ดำเนินการแทนได้ตามที่เห็นสมควร
  • การสรรหาผู้บริหารเขตพื้นที่ฯ: ให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยมอบอำนาจให้เลขาธิการ กพฐ. เป็นผู้กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาดังกล่าว
  • การรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา: ในกรณีที่โรงเรียนไม่มีผู้อำนวยการ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และไม่มีผู้รักษาการในตำแหน่ง ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูฯ รายใดไปรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษานั้นได้

5. เกณฑ์การสั่งให้ออกจากราชการ

  • การขาดคุณสมบัติ: หากขาดคุณสมบัติตามมาตรา 30 บางอนุมาตรา (เช่น (1), (4), (5), (7), หรือ (8)) ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการได้ทันที
  • กรณีล้มละลายทุจริต: เพิ่มเติมเกณฑ์ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูฯ ออกจากราชการได้ หากตกเป็นบุคคลล้มละลายทุจริตตามกฎหมายล้มละลาย

6. อื่นๆ

  • การปรับปรุงคำศัพท์: ให้แก้ไขคำว่า "ขั้นเงินเดือน" ในพระราชบัญญัติเดิม (พ.ศ. 2547) เป็นคำว่า "เงินเดือน" ในทุกแห่ง

7. บทเฉพาะกาลและการบังคับใช้

  • ให้ คณะกรรมการ ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ ชุดเดิมที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ก่อนหน้านี้ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งชุดใหม่ แต่ต้องไม่เกิน 180 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
  • ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
Screenshot
Screenshot
Screenshot
Screenshot

@ข้อสอบสำหรับตำแหน่งแรกบรรจุ (ครูผู้ช่วย บุคลากรทางการศึกษาอื่น)

1. ผู้ใดดำรงตำแหน่งเป็น ประธานกรรมการ ในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)

ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ค. เลขาธิการ ก.ค.ศ.

ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เฉลย ข. เหตุผล: โครงสร้าง ก.ค.ศ. ตามมาตรา 7 (1) กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ

2.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ. มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี และสามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้อย่างไร

ก. คราวละ 2 ปี และดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่า 2 วาระได้

ข. คราวละ 3 ปี และดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 3 วาระ

ค. คราวละ 4 ปี และดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่าสองวาระไม่ได้

ง. คราวละ 5 ปี และดำรงตำแหน่งได้วาระเดียวเท่านั้น

เฉลย ค. เหตุผล: มาตรา 13 กำหนดว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ มีวาระอยู่จำหน่ายคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งใหม่ได้อีก แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่าสองวาระไม่ได้

3.หน่วยงานหรือบุคคลใดเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามหลักการทั่วไปในมาตรา 49

ก. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการเองทั้งหมดโดยตรง

ข. ก.ค.ศ. เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน (โดยอาจมอบหมายให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ ส่วนราชการ หรือหน่วยงานการศึกษาดำเนินการแทนได้)

ค. สำนักงาน ก.พ. เป็นผู้จัดสอบกลางให้ทุกกระทรวง

ง. สถานศึกษาทุกแห่งจัดสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยด้วยตนเอง

เฉลย ข. เหตุผล: มาตรา 49 กำหนดให้ ก.ค.ศ. เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง แต่ในกรณีที่ ก.ค.ศ. เห็นสมควรจะมอบหมายให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานการศึกษา เป็นผู้ดำเนินการก็ได้

4. ก.ค.ศ. มีอำนาจตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญ เรียกว่าอะไร และมีจำนวนคณะละไม่เกินกี่คน

ก. "อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ" คณะละไม่เกินสิบห้าคน

ข. "อนุกรรมการเขตพื้นที่" คณะละไม่เกินยี่สิบคน

ค. "คณะกรรมการกลั่นกรอง" คณะละไม่เกินเจ็ดคน

ง. "คณะทำงานพิเศษ" คณะละไม่เกินสิบคน

เฉลย ก.

เหตุผล: มาตรา 17/1 (ที่แก้ไขใหม่) ระบุว่า ก.ค.ศ. มีอำนาจตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญ เรียกโดยย่อว่า "อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ" คณะละไม่เกินสิบห้าคน

5. กรณีที่สถานศึกษาไม่มีผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ และไม่มีผู้รักษาการในตำแหน่ง ผู้มีอำนาจสามารถสั่งให้บุคคลใดไปรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษานั้นได้

ก. สั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดไปรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษานั้นได้

ข. สั่งให้ครูในโรงเรียนนั้น

ค. สั่งให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนไกล้เคียง

ง. ถูกทุกข้อ

เฉลย ก. เหตุผล: มาตรา 68 วรรคสาม (ที่เพิ่มใหม่) บัญญัติว่า ในกรณีที่สถานศึกษาไม่มีผู้อำนวยการฯ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ และไม่มีผู้รักษาการในสถานศึกษานั้น ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดไปรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษานั้นได้

@ข้อสอบสำหรับผู้บริหาร

1.ข้อใดคือจำนวนและที่มาที่ถูกต้องที่สุดของ "กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา" ใน ก.ค.ศ. ตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้

ก. จำนวน 12 คน มาจากการแต่งตั้งโดยประธาน ก.ค.ศ.

ข. จำนวน 9 คน มาจากการเลือกตั้ง

ค. จำนวน 9 คน มาจากการคัดเลือกหรือเลือกสรร

ง. จำนวน 12 คน มาจากการคัดเลือกหรือเลือกสรร

เฉลย ข. เหตุผล: กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามโครงสร้างใหม่ มีจำนวน 9 คน ได้มาโดยมาจากการเลือกตั้ง

2.ข้อใดกล่าวถึงอำนาจในการแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของ "อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ" ได้ถูกต้องตามร่างกฎหมายฉบับนี้

ก. ก.ค.ศ. มีอำนาจแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ คณะละไม่เกิน 15 คน เพื่อทำการใดๆ แทน ก.ค.ศ.

ข. รัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ ตามเสนอของเลขาธิการ ก.ค.ศ. คณะละไม่เกิน 20 คน

ค. ก.ค.ศ. แต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ จากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ.

ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ จากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ. เท่านั้น

เฉลย ก. เหตุผล: มาตรา 17 (ที่แก้ไขใหม่) กำหนดให้ ก.ค.ศ. มีอำนาจตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญ เรียกว่า "อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ" คณะละไม่เกินสิบห้าคน เพื่อทำการใดๆ แทน ก.ค.ศ. หรือทำหน้าที่เช่นเดียวกับคณะอนุกรรมการอื่น

3. เปรียบเทียบอำนาจการ "สั่งให้ออกจากราชการ" ในกรณีขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๐ กับกรณี "ล้มละลายทุจริต" ข้อใดวิเคราะห์ความแตกต่างเชิงกระบวนการได้ถูกต้องที่สุด

ก. ทั้งสองกรณีต้องผ่านกระบวนการสอบสวนทางวินัยเหมือนกันทุกประการ ไม่มีความแตกต่าง

ข. ทั้งสองกรณีล้วนเป็นการสั่งให้ออกจากราชการโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่เป็น "สถานภาพ" ของบุคคล (ขาดคุณสมบัติ/ตกเป็นบุคคลล้มละลายทุจริตตามคำพิพากษา) มิใช่ "ความผิดทางวินัย" จึงสามารถสั่งให้ออกได้ทันทีเมื่อมีข้อเท็จจริงหรือคำพิพากษาถึงที่สุดยืนยันสถานภาพนั้น โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสอบสวนวินัย

ค. กรณีล้มละลายทุจริตต้องรอให้พ้นระยะเวลา ๓ ปีตามกฎหมายล้มละลายก่อนจึงจะสั่งให้ออกได้

ง. กรณีขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๐ ต้องสอบสวนวินัยก่อน ส่วนกรณีล้มละลายทุจริตสั่งให้ออกได้ทันที

เฉลย: ข เหตุผล: ทั้งสองกรณีมีลักษณะร่วมกันคือเป็นเรื่อง "สถานภาพบุคคล" ที่กฎหมายกำหนดเป็นเงื่อนไขต้องห้ามของการเป็นข้าราชการ มิใช่การกระทำผิดวินัยที่ต้องพิสูจน์เจตนาผ่านกระบวนการสอบสวน จึงสามารถสั่งให้ออกได้ทันทีเมื่อมีข้อเท็จจริง/คำพิพากษายืนยันทั้งสองกรณี ก. ผิดเพราะระบุว่าต้องสอบสวนวินัยทั้งคู่ ค. ผิดเพราะสร้างเงื่อนไขเวลาที่ไม่มีในบทบัญญัติร่างกฎหมาย ง. เข้าใจผิดว่าทั้งสองกรณีมีกระบวนการต่างกัน ทั้งที่จริงมีหลักการร่วมกัน

4.พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจของ ก.ค.ศ. ในการดำเนินการสอบแข่งขัน กับอำนาจของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมาย ข้อใดสะท้อนหลักกฎหมายปกครองเรื่อง "การมอบอำนาจ" ได้ถูกต้องที่สุด

ก. เมื่อมอบอำนาจแล้ว อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ กลายเป็นผู้มีอำนาจแทน ก.ค.ศ. อย่างสมบูรณ์ ก.ค.ศ. ไม่มีอำนาจเรียกคืนหรือดำเนินการเองอีกในเรื่องนั้น

ข. ก.ค.ศ. ยังคงเป็นผู้ทรงอำนาจตามกฎหมายอยู่เสมอ การมอบหมายเป็นเพียงการให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ ปฏิบัติหน้าที่แทนในทางปฏิบัติ ซึ่ง ก.ค.ศ. ยังสามารถกำกับดูแล เรียกคืนอำนาจ หรือดำเนินการเองได้ตามที่เห็นสมควร

ค. อำนาจการสอบแข่งขันเป็นอำนาจเฉพาะตัวที่ไม่สามารถมอบหมายให้หน่วยงานอื่นดำเนินการแทนได้ตามหลักกฎหมาย

ง. การมอบหมายทำให้เกิดอำนาจใหม่ที่เป็นอิสระจาก ก.ค.ศ. โดยสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่มีการมอบหมาย

เฉลย: ข เหตุผล: หลักกฎหมายปกครองทั่วไปเรื่องการมอบอำนาจกำหนดว่าอำนาจตามกฎหมาย ยังคงอยู่ที่ผู้มอบอำนาจเสมอ ผู้รับมอบเพียงได้รับอนุญาตให้ใช้อำนาจแทนในทางปฏิบัติ ผู้มอบจึงยังมีอำนาจกำกับ ดูแล และเรียกคืนได้ ก. ง. ตีความผิดว่าอำนาจถูกโอนไปอย่างเด็ดขาด ซึ่งขัดหลักกฎหมายปกครอง ค. ขัดกับข้อเท็จจริงในเอกสารที่ระบุชัดว่าสามารถมอบหมายได้

5.ข้าราชการครูรายหนึ่งถูกศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลายอันเนื่องมาจากการทำธุรกิจส่วนตัวขาดทุนโดยสุจริต มิได้มีเจตนาทุจริตแต่อย่างใด ผู้มีอำนาจจะสามารถสั่งให้ออกจากราชการตามหลักเกณฑ์ที่เพิ่มเติมใหม่ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

ก. สามารถสั่งให้ออกได้ทันที เพราะกฎหมายกำหนดว่าบุคคลล้มละลายทุกกรณีต้องออกจากราชการ

ข. ไม่สามารถสั่งให้ออกตามหลักเกณฑ์ใหม่นี้ได้ เนื่องจากบทบัญญัติที่เพิ่มเติมมุ่งเฉพาะกรณี "ล้มละลายทุจริต" ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลายเท่านั้น การล้มละลายโดยสุจริตไม่เข้าองค์ประกอบ

ค. ต้องรอคำตอบที่ผู้มีอำนาจหารือไปยัง ก.ค.ศ.

ง. ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาเป็นรายกรณีไป โดยไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัว

เฉลย: ข เหตุผล: เอกสารระบุชัดเจนว่าเกณฑ์ที่เพิ่มเติมใหม่จำกัดเฉพาะ "บุคคลล้มละลายทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย" ซึ่งเป็นสถานะทางกฎหมายเฉพาะที่แตกต่างจากการล้มละลายทั่วไป (เดิมมาตรา ๓๐(๙) ว่าด้วยการเป็นบุคคลล้มละลายทั่วไปเป็นคุณสมบัติต้องห้ามอยู่แล้ว แต่ประเด็นนี้ถามถึง "หลักเกณฑ์ใหม่" ที่เพิ่มเติมเฉพาะกรณีทุจริต) การตีความกฎหมายอาญา/กฎหมายที่มีผลกระทบต่อสิทธิต้องตีความโดยเคร่งครัด ก. ค. และ ง. ขยายขอบเขตเกินกว่าที่กฎหมายบัญญัติ

หมายเหตุ ; กพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กำหนดเป็นเนื้อหาในหลักสูตรการสอบแข่งขัน การคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่ง