
สรุปแนวทางปฏิบัติและหลักเกณฑ์การบริหารงบประมาณรายจ่ายบุคลากรภายใต้แผนงานบุคลากรภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ตามหนังสือซักซ้อมความเข้าใจจากสำนักงบประมาณ (ที่ นร 0718/ว240 ลงวันที่ 10 กันยายน 2569) โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด สาระสำคัญดังนี้


หัวใจสำคัญของแนวทางนี้คือการควบคุมการบรรจุและแต่งตั้งบุคลากรให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจริง โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดสำหรับการจัดการ "อัตราว่าง" ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงกระบวนการขออนุมัติกรณีพิเศษ เพื่อให้เกิดความสมดุลของกำลังคนในภาพรวมและเกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน
1. วัตถุประสงค์และที่มาของนโยบาย
การกำหนดแนวทางปฏิบัติครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เรื่องการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ โดยมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้:
- การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์: เพื่อให้อัตรากำลังภาครัฐเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ
- ความสมดุลและเหมาะสม: ปรับปรุงการใช้กำลังคนให้เหมาะสมกับบทบาทภารกิจของแต่ละหน่วยงาน และสร้างความสมดุลของกำลังคนในภาพรวม
- การปรับตัวต่อเทคโนโลยี: ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อรูปแบบการทำงาน
- วินัยการเงินการคลัง: บริหารจัดการภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรอย่างคุ้มค่า
2. หลักเกณฑ์ทั่วไปในการบรรจุและจ้างบุคลากร
หน่วยรับงบประมาณต้องยึดถือหลักการสำคัญในการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการ รวมถึงการจ้างพนักงานของรัฐ ดังนี้:
- ความสอดคล้องกับงบประมาณ: ดำเนินการได้เฉพาะอัตราที่ได้รับอนุมัติงบประมาณตาม พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมเท่านั้น
- เกณฑ์การพิจารณา: ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและความจำเป็นตามภารกิจจริง
- ระยะเวลาการจ้าง: ต้องสอดคล้องกับจำนวนเดือนที่ได้รับอนุมัติงบประมาณและอยู่ภายในกรอบวงเงินที่ได้รับจัดสรร
3. แนวทางปฏิบัติกรณี "อัตราว่าง"
สำนักงบประมาณได้จำแนกแนวทางปฏิบัติสำหรับอัตราว่างออกเป็น 3 กรณีหลัก เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดังนี้:
| กรณีอัตราว่าง | แนวทางปฏิบัติหลัก | ข้อยกเว้นและเงื่อนไขเพิ่มเติม |
|---|---|---|
| 1. อัตราว่างมีเงิน / อัตราหมุนเวียนพนักงานราชการ / อัตราว่างลูกจ้างชั่วคราว | ให้ชะลอ การบรรจุและแต่งตั้งไว้ก่อน | หากจำเป็นต้องจ้าง ให้ใช้งบประมาณเหลือจ่ายจากแผนบุคลากรฯ มาดำเนินการ (ห้ามเกินกรอบอัตรากำลัง) |
| 2. อัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการ | บรรจุ/จ้างได้ โดยใช้เงินเดือนแรกบรรจุ และมีระยะเวลา 1 เดือน | หน่วยงานศาล, รัฐสภา, องค์กรอิสระ, อัยการ และ ตร. (เฉพาะนักเรียนตำรวจ) ให้บรรจุได้ 4 เดือน |
| 3. อัตราว่างไม่มีเงิน (แต่ได้รับอนุมัติงบฯ ตาม พ.ร.บ. แล้ว) | บรรจุ/จ้างได้ โดยใช้เงินเดือนแรกบรรจุ และมีระยะเวลา 4 เดือน | หรือดำเนินการตามจำนวนเดือนที่ได้รับอนุมัติงบประมาณ |
หมายเหตุ: สำหรับหน่วยงานของศาล รัฐสภา องค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ ในกรณีที่ 1 ให้บรรจุและแต่งตั้งโดยใช้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุและมีระยะเวลา 4 เดือน หรือตามที่ได้รับอนุมัติงบประมาณ
4. การบริหารจัดการกรณีความจำเป็นนอกเหนือกรอบงบประมาณ
ในกรณีที่หน่วยรับงบประมาณมีความจำเป็นต้องบรรจุหรือจ้างบุคลากร นอกเหนือ จากที่ได้รับอนุมัติใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายฯ ให้ดำเนินการดังนี้:
- การขอตกลง: ต้องทำความตกลงกับสำนักงบประมาณก่อนเป็นรายกรณี
- แหล่งเงินทุน: ให้พิจารณาใช้เงินเหลือจ่ายหรือปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณภายในแผนงานบุคลากรภาครัฐของหน่วยงานตนเองเป็นลำดับแรก
- เกณฑ์การตัดสินใจ: ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและปฏิบัติตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด
5. บทวิเคราะห์และข้อสรุปสำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
จากการซักซ้อมความเข้าใจตามหนังสือ ว240 สามารถสรุปนัยสำคัญได้ดังนี้:
- ไม่ใช่การหยุดบรรจุ: ข้อมูลระบุชัดเจนว่ายังคงมีการบรรจุข้าราชการและจ้างพนักงานรัฐได้ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและประเภทของอัตราว่างที่กำหนด ดังนั้นผู้ที่สอบขึ้นบัญชีหรือเตรียมสอบควรติดตามประกาศรายหน่วยงานเป็นสำคัญ
- การควบคุมเข้มงวด: รัฐบาลมุ่งเน้นการควบคุมรายจ่ายด้านกำลังคนผ่านมาตรการ "ชะลอ" ในบางกรณี และการจำกัดระยะเวลาการบรรจุในปีแรก (เช่น 1 เดือน หรือ 4 เดือน) เพื่อให้สอดรับกับการเบิกจ่ายจริง
- ความเป็นอิสระของบางองค์กร: หน่วยงานในสายงานตุลาการ นิติบัญญัติ และองค์กรอิสระ ยังคงได้รับข้อยกเว้นให้มีระยะเวลาบรรจุที่ยาวกว่าหน่วยงานบริหารในบางกรณี (4 เดือนเทียบกับ 1 เดือน) เพื่อความต่อเนื่องในการปฏิบัติภารกิจเฉพาะด้าน
- ความสอดคล้องของข้อมูล: แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานข่าวที่ระบุว่าทำเนียบรัฐบาลกำลังดำเนินการควบคุมรายจ่ายด้านกำลังคนภาครัฐในปี 2570 เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ
หน่วยรับงบประมาณทุกแห่งมีหน้าที่ต้องถือปฏิบัติตามแนวทางนี้อย่างเคร่งครัด โดยมีกองพัฒนาระบบงบประมาณและการจัดการ สำนักงบประมาณ เป็นหน่วยงานกำดูแลและให้คำปรึกษาในการดำเนินการ
@แนวข้อสอบสำหรับผู้บริหาร
๑.โรงเรียนขนาดใหญ่ในสังกัด สพท. มีตำแหน่งครูผู้สอนว่างลงเนื่องจากครูเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ในฐานะ ผอ.สพท. ท่านจะสั่งการและบริหารการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูทดแทนตำแหน่งดังกล่าวตาม ว ๒๔๐ อย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบงบประมาณมากที่สุด
ก. สั่งการให้บรรจุแต่งตั้งครูใหม่ได้ทันทีโดยใช้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุ ระยะเวลา ๔ เดือน
ข. ให้ชะลอการบรรจุแต่งตั้งไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับอนุมัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมจากสำนักงบประมาณ
ค. บรรจุและแต่งตั้งได้โดยใช้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุ ระยะเวลา ๑ เดือน หรือตามจำนวนเดือนที่ได้รับอนุมัติงบประมาณ
ง. ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณผ่าน สพฐ.เพื่อขอบรรจุด้วยอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ ระยะเวลา ๑๒ เดือนเต็ม
จ. ให้ใช้เงินงบประมาณรายได้สถานศึกษาที่มีอัตราว่างจ้างพนักงานราชการทดแทนไปก่อนเนื่องจาก ว ๒๔๐ ห้ามบรรจุข้าราชการเกษียณ
เฉลย ข้อ ค. เหตุผล ; เพราะกรณีอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการ ว ๒๔๐ กำหนดให้หน่วยรับงบประมาณบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการได้ โดยใช้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุและมีระยะเวลา ๑ เดือน หรือตามจำนวนเดือนที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณ
๒. สพท. มีตำแหน่งพนักงานราชการว่างลงระหว่างปีงบประมาณเนื่องจากพนักงานราชการเดิมลาออก (อัตราหมุนเวียน/ว่างมีเงิน) ผอ.กลุ่มบริหารงานบุคคลเสนอให้เรียกตัวผู้ผ่านการสรรหามาทำสัญญาจ้างทันที ในฐานะ ผอ.สพท. ท่านควรตัดสินใจเชิงบริหารอย่างไรตาม ว ๒๔๐
ก. อนุมัติให้ทำสัญญาจ้างทันที เพราะเป็นอัตราหมุนเวียนที่มีเงินงบประมาณเดิมเหลืออยู่แล้ว
ข. สั่งการให้ชะลอการจ้างไว้ก่อน เว้นแต่มีความจำเป็น จึงพิจารณาใช้เงินเหลือจ่าย/หมดความจำเป็นใต้แผนงานบุคลากรภาครัฐ
ค. ทำหนังสือขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณผ่าน สพฐ.เป็นรายกรณีเพื่อขอยกเว้นการชะลอการจ้าง
ง. อนุมัติให้จ้างได้ทันทีโดยกำหนดระยะเวลาสัญญาจ้างไว้ที่ ๔ เดือน
จ. ให้ยกเลิกอัตรากำลังดังกล่าวทันทีเนื่องจาก ว ๒๔๐ ยุบเลิกตำแหน่งว่างมีเงินทั้งหมดในปี ๒๕๗๐
เฉลย ข้อ ข. เหตุผล ; เพราะ ว ๒๔๐ กำหนดว่า กรณีอัตราว่างมีเงิน อัตราหมุนเวียนของพนักงานราชการ ให้หน่วยรับงบประมาณ "ชะลอ" ไว้ก่อน หากจำเป็นจึงใช้งบเหลือจ่าย/หมดความจำเป็นภายใต้แผนงานบุคลากรภาครัฐมาดำเนินการ
๓.ในการบริหารงบประมาณรายจ่ายบุคลากรภาครัฐตาม ว ๒๔๐ กฎหมายฉบับใดที่ถูกระบุไว้โดยตรงว่าหน่วยรับงบประมาณต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาวินัยการบริหารจัดการเงินแผ่นดิน
ก. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
ข. พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑
ค. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
ง. พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙
จ. พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒
เฉลย ข้อ ข. เหตุผล; เพราะในข้อ ๒ ของ ว ๒๔๐ ระบุไว้ชัดเจนว่าต้องดำเนินการตามนัย "พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ อย่างเคร่งครัด"
๔.หน่วยงานใดต่อไปนี้ ไม่ได้รับสิทธิ ข้อยกเว้นการใช้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุ ระยะเวลา ๔ เดือน ในกรณีบรรจุอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการตาม ว ๒๔๐
ก. สำนักงานศาลยุติธรรม
ข. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (เฉพาะบรรจุนักเรียนตำรวจ)
ง. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
จ. สำนักงานอัยการสูงสุด
เฉลย ข้อ ง. เหตุผล; เพราะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไม่ได้อยู่ในรายชื่อหน่วยงานข้อยกเว้น (ศาล, รัฐสภา, องค์กรอิสระ, องค์กรอัยการ, สตช. เฉพาะบรรจุนักเรียนตำรวจ)
๕. คำว่า "หน่วยรับงบประมาณ" ตามที่ระบุในหนังสือ ว ๒๔0 ในบริบทของกระทรวงศึกษาธิการ หมายถึงหน่วยงานในระดับใด
ก. โรงเรียนทุกแห่งในสังกัด
ข. กลุ่มงานในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีสถานะเป็นหน่วยรับงบประมาณตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ
ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
จ. ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา
เฉลย ข้อ ค. เหตุผล; เพราะ "หน่วยรับงบประมาณ" ในระเบียบงบประมาณและ ว ๒๔๐ หมายถึงส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณโดยตรงตาม พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย
@ข้อมูลเพิ่มเติม

