สรุปสาระสำคัญของ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง จัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ลงวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2567) มีรายละเอียดดังนี้

1. วัตถุประสงค์และการจัดตั้ง
- เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาเป็น "พื้นที่ปลอดภัย" อย่างแท้จริง
- ให้ยกเลิกประกาศฉบับเดิม (ลงวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569) และจัดตั้ง "ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" (เรียกโดยย่อว่า "ศพส.สพฐ.") ขึ้นในสำนักอำนวยการ
2. โครงสร้างและการดำเนินงานในระดับต่างๆ
- ระดับ สพฐ. (ศพส.สพฐ.): มีภารกิจหลักในการทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนข้อมูล บูรณาการร่วมกับนักกฎหมาย นักจิตวิทยา และคุ้มครองดูแลสวัสดิภาพ พร้อมทั้งมีการแต่งตั้ง "คณะกรรมการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สพฐ." จำนวนไม่เกิน 13 คน โดยมีเลขาธิการ กพฐ. เป็นประธานกรรมการ
- ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ: ให้จัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ในทุกแห่ง เพื่อปฏิบัติงานด้านการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ คุ้มครองความปลอดภัย และส่งเสริมสวัสดิภาพในสังกัด
- ระดับสถานศึกษา: ให้มี "คณะกรรมการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยของสถานศึกษา" เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการในระดับสถานศึกษา พร้อมทั้งเฝ้าระวัง คัดกรอง และประสานช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
3. ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สพฐ.
อำนาจ หน้าที่ของ ศพส.สพฐ.
หน้าที่และอำนาจ ของ ศพส.สพฐ. (ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) มีรายละเอียดดังนี้
- จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ เพื่อส่งเสริม พิทักษ์สิทธิ และเสรีภาพ รวมถึงเสริมสร้างความปลอดภัยและสวัสดิภาพให้แก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด สพฐ.
- เป็นศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศ ในการขับเคลื่อนและบริหารจัดการข้อมูลเกี่ยวกับการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย โดยบูรณาการความร่วมมือร่วมกับนักกฎหมาย นักจิตวิทยา และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
- คุ้มครอง ดูแล และช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ดำเนินการด้านการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย เพื่อคุ้มครองและช่วยคลี่คลายปัญหาหรือภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา
- รับเรื่องร้องเรียนและร้องทุกข์ ดำเนินการเกี่ยวกับการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ และให้คำปรึกษาเชิงลึกในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย
- สร้างความรู้ พัฒนาทักษะ และวิจัย ส่งเสริมความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีในการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยแก่นักเรียน ครู บุคลากร และประชาชนทั่วไป รวมถึงการวิจัยและพัฒนามาตรฐานด้านนี้
- กำกับ ติดตาม และรายงานผล ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยของบุคลากรและนักเรียนร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
- ปฏิบัติงานเลขานุการ ทำหน้าที่เป็นงานเลขานุการให้แก่ "คณะกรรมการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สพฐ."
- ร่วมมือและสนับสนุนหน่วยงานอื่น ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
โครงสร้างคณะกรรมการดำเนินงาน ศพส.สพฐ. และอำนาจหน้าที่
1) โครงสร้างองค์ประกอบและจำนวนกรรมการ
คณะกรรมการชุดนี้มีจำนวน ไม่เกิน 13 คน โดยประกอบด้วยตำแหน่งสำคัญ ดังนี้:
- ประธานกรรมการ: เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- รองประธานกรรมการ: รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ได้รับมอบหมาย
- กรรมการโดยตำแหน่ง (หัวหน้าหน่วยงานภายใน สพฐ.):
- ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
- ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
- ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ
- ผู้อำนวยการสำนักบริหารมัธยมศึกษา
- ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา
- หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ / ผู้แทน:
- ผู้แทนที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 1 คน
- ผู้แทนผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 1 คน
- ฝ่ายเลขานุการ:
- ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ เป็น กรรมการและเลขานุการ
- ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็น กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
2) หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ
คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ในการขับเคลื่อนงานในระดับนโยบายและภาพรวม ดังนี้:
- กำหนดแนวทาง: กำหนดแนวทางการดำเนินงานของศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- บริหารและขับเคลื่อน: บริหารจัดการและขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ให้คำปรึกษา: ให้คำแนะนำ ปรึกษา แก่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน หรือดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ เสริมสร้างความปลอดภัยและสวัสดิภาพ
- กำกับและรายงานผล: กำกับ ติดตาม สรุปผลการดำเนินงาน และรายงานผลให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทราบ
- แต่งตั้งคณะทำงาน: แต่งตั้งคณะทำงานดำเนินงานตามความจำเป็นเหมาะสม
- ปฏิบัติหน้าที่อื่น: ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมอบหมาย
4. ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย ระดับเขตพื้นที่การศึกษา(ไม่มีคณะกรรมการ)
1) การจัดตั้งหน่วยงาน
- ให้จัดตั้ง "ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" (ระบุชื่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา) ทุกแห่ง และใน สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
- มีบทบาทหน้าที่เพื่อปฏิบัติงานด้านการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ เสริมสร้างความปลอดภัย และสวัสดิภาพให้นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงสถานศึกษาในสังกัดรองรับจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2) หน้าที่และอำนาจสำคัญ
ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ในระดับเขตพื้นที่การศึกษามีภารกิจหลัก 3 ประการ ได้แก่:
- จัดทำแผนงานและแนวทาง: วางแผนและกำหนดแนวทางการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ คุ้มครองความปลอดภัย และส่งเสริมสวัสดิภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา
- บริหารจัดการและประสานความร่วมมือ: บริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับนักกฎหมาย นักจิตวิทยา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- เฝ้าระวังและช่วยเหลือ: ดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน คุ้มครอง ช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิ ความรุนแรง หรือภัยคุกคามทุกรูปแบบในสถานศึกษา
5. การพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย ระดับสถานศึกษา(มีเฉพาะคณะกรรมการ)
1) การจัดตั้งและการแต่งตั้งคณะกรรมการ
- ให้สถานศึกษาทุกแห่งจัดตั้ง "คณะกรรมการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยของสถานศึกษา" โดยการแต่งตั้งต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
2) หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการระดับสถานศึกษา
คณะกรรมการฯ ประจำสถานศึกษา มีบทบาทและภารกิจสำคัญ ดังนี้:
- กำหนดแนวทางและมาตรการ: วางมาตรการในระดับสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายของ สพฐ. และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- สร้างความตระหนักรู้: ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ เรื่องการเคารพสิทธิแก่ผู้เรียน บุคลากร และผู้ปกครอง
- รับเรื่องร้องเรียนและประสานเครือข่าย: เป็นเครือข่ายร่วมรับเรื่องร้องเรียน เฝ้าระวัง คัดกรอง และประสานความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงหรือการละเมิดสิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยทุกรูปแบบ
- ติดตามและรายงานผล: กำกับ ติดตาม และรายงานผลการดำเนินงานของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ



@ข้อสอบสำหรับตำแหน่งแรกบรรจุ (ครูผู้ช่วย บุคลากรการศึกษา)
1. ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีชื่อเรียกโดยย่อว่าอะไร
ก. ศพส.สพฐ.
ข. ศรส.
ค. ปลพ.สพฐ.
ง. ศสป.
เฉลย: ก คำอธิบาย: ข้อ 3 ของประกาศระบุชื่อย่อของศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สพฐ. ว่า "ศพส.สพฐ."
2.หน่วยงานใดภายในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่รับผิดชอบ "ศพส.สพฐ."
ก. สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ
ข. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
ค. สำนักอำนวยการ
ง. กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา
เฉลย: ค คำอธิบาย: ข้อ 3 ของประกาศระบุว่า ให้จัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สพฐ. "ในสำนักอำนวยการ"
3.ตำแหน่งใดทำหน้าที่เป็น "ประธานกรรมการ" ในคณะกรรมการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สพฐ.
ก. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ
ค. รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ได้รับมอบหมาย
ง. ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่งตั้ง
เฉลย: ก คำอธิบาย: ข้อ 4 กำหนดให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานกรรมการ
4.ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย จัดตั้งขึ้นในหน่วยงานระดับใดบ้าง
ก. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
ค. สถานศึกษา
ง. เฉพาะ ก และ ข
เฉลย: ง คำอธิบาย: ข้อ 3 และ ข้อ 5 กำหนดให้มีศูนย์ฯในระดับ สพฐ. และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และในข้อ 6 ของประกาศ ระบุให้สถานศึกษาทุกแห่งจัดตั้ง "คณะกรรมการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยของสถานศึกษา" โดยการแต่งตั้งต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยไม่ได้ระบุให้มีศูนย์ฯ
5.ในระดับสถานศึกษา การจัดตั้ง "คณะกรรมการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยของสถานศึกษา" จะต้องได้รับความเห็นชอบจากใคร
ก. เลขาธฺิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ข. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ผู้บริหารสถานศึกษา
เฉลย: ข คำอธิบาย: ข้อ 6 ตอนท้ายระบุชัดเจนว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการระดับสถานศึกษาต้องเป็นไปโดย "ความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน"
@ข้อสอบสำหรับคัดเลือกผู้บริหารฯ
1.หากท่านต้องการเสนอแนะแนวทางเชิงนโยบายเพื่อปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยในภาพรวมของประเทศ หน่วยงานระดับใดของ สพฐ. ที่มีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการ "จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนยุทธศาสตร์"
ก. สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ
ข. สำนักนโยบายและแผน
ค. สำนักอำนวยการ
ง. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
เฉลย: ค คำอธิบาย: ข้อ 3 ของประกาศระบุว่า "ศพส.สพฐ." ซึ่งตั้งอยู่ในสำนักอำนวยการ มีภารกิจหลักในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนยุทธศาสตร์เพื่อส่งเสริม พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ ฯลฯ
2.ในการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ข้อใดคือภารกิจในลำดับต้นๆ ที่เขตพื้นที่ต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดผลجูปธรรมในสถานศึกษา
ก. จัดทำแผนงานและแนวทางการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ คุ้มครองความปลอดภัย และส่งเสริมสวัสดิภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา
ข. ออกคำสั่งให้ข้าราชการครูทางด้านจิตวิทยาแนะแนวมาปฏิบัติงานที่ศูนย์ กรณีสำนักงานเขตพื้นที่ไม่มีนักจิตวิทยา
ค. จัดทำข้อมูลสารสนเทศเพื่อการประสานงานและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เช่น ตำรวจ สาธารณสุข พม.จังหวัด และหน่วยงานอื่นๆในพื้นที่
ง. จัดสรรงบประมาณ จัดตั้งโครงการสนับสนุนงานศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ
เฉลย: ก คำอธิบาย: ข้อ 5 (๑) ระบุภารกิจแรกของศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา คือ "จัดทำแผนงานและแนวทางการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ คุ้มครองความปลอดภัย และส่งเสริมสวัสดิภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา"
3. หากสถานศึกษาแห่งหนึ่งต้องการจัดตั้ง "คณะกรรมการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยของสถานศึกษา" ขั้นตอนสำคัญทางกฎหมายตามประกาศ คือข้อใด
ก. ผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถลงนามแต่งตั้งได้ทันที
ข. ต้องได้รับความเห็นชอบจาก "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ก่อนจึงจะแต่งตั้งได้
ค. ต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาชุดนี้
ง. ต้องรอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาออกคำสั่งแต่งตั้งให้เท่านั้น โรงเรียนไม่มีอำนาจแต่งตั้งเอง
เฉลย: ข คำอธิบาย: ข้อ 6 ของประกาศระบุตอนท้ายไว้อย่างชัดเจนว่า "ทั้งนี้ การแต่งตั้งคณะกรรมการให้เป็นไปโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น"
4.ข้อใดคือเจตนารมณ์สูงสุดของการกำหนดให้มี "พื้นที่ปลอดภัย" (Safe Zone) ในสถานศึกษาตามประกาศนี้
ก. เพื่อให้นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการถูกขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม
ข. เพื่อป้องกันมิให้เกิดข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษา
ค. เพื่อพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ปลอดจากภัยคุกคามและการละเมิดทุกรูปแบบ
ง. เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาโฟกัสเรื่องการรักษาความปลอดภัยเป็นกรณีพิเศษ
เฉลย: ค คำอธิบาย: อารัมภบทของประกาศระบุชัดเจนว่าเป็นไปตามนโยบายที่มุ่งเน้นการพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้โรงเรียนและสถานศึกษาเป็น "พื้นที่ปลอดภัย" อย่างแท้จริง
5.ข้อใดแสดงถึงความเชื่อมโยงของโครงสร้าง "ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ" ทั้ง 3 ระดับ (สพฐ. - เขตพื้นที่ - สถานศึกษา) ได้ถูกต้องตามลำดับสายงาน
ก. ศพส.สพฐ. -> ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ เขตพื้นที่การศึกษา/สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ -> คณะกรรมการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิฯ สถานศึกษา
ข. ศพส.สพฐ. -> ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ เขตพื้นที่การศึกษา/สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ -> ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ สถานศึกษา
ค. คณะกรรมการ ศพส.สพฐ. -> ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ เขตพื้นที่การศึกษา/สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ -> คณะกรรมการฯ สถานศึกษา
ง. ศูคณะกรรมการ ศพส.สพฐ. -> คณะกรรมการศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ เขตพื้นที่การศึกษา/สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ -> คณะกรรมการฯ สถานศึกษา
เฉลย: ก คำอธิบาย: ลำดับการจัดตั้งและโครงสร้างตามประกาศเริ่มจากระดับ สพฐ. (ข้อ 3), ระดับเขตพื้นที่การศึกษาและสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (ข้อ 5), และระดับสถานศึกษา (ข้อ 6)
หมายเหตุ ; นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดเป็นเนื้อหาในหลักสูตรการคัดเลือกผู้บริหารการศึกษา บริหารสถานศึกษา ครูผู้ช่วย และบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่ง
@ข้อมูลเพิ่มเติม

