กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศสั่งปิดโรงเรียนกรณีพิเศษ (โรคติดต่อโควิด-19 )
วันนี้ (17/3/2563) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้สถานศึกษาในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 มีการแพร่ระบาดในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ ตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตของนักเรียนนักศึกษาจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดดังกล่าว
จึงอาศัยอำนาจตามความในข้อ 9 ของระเบียบศธ.ว่าด้วยปีการศึกษาการเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ.2549 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2 ) พ.ศ.2558 จึงให้สถานศึกษาของรัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.เป็นต้นไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ระหว่างสถานศึกษา ต้องปิดเรียนด้วยพิเศษดังกล่าว หากมีความจำเป็นให้ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนดแนวทางแก้ปัญหาให้สถานศึกษาจัดให้มีการเรียนในรูปแบบอื่นโดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน


ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ยังกล่าวว่า ขอให้สถานศึกษาทุกแห่งยึดประกาศดังกล่าวอย่างเคร่งครัด รวมไปถึงโรงเรียนกวดวิชานอกระบบด้วยไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนสอนดนตรี โรงเรียนสอนติวเพื่อสอบแข่งขัน รวมถึงการเรียนการสอนในช่วงปิดภาคฤดูร้อน และโรงเรียนนานาชาติบางแห่ง ที่ยังมีการจัดการเรียนการสอนอยู่ จะต้องปิดเรียนทั้งหมดด้วย หากสถานศึกษาใดฝ่าฝืนในส่วนโรงเรียนเอกชนจะถูกยึดใบอนุญาตการจัดตั้งสถานศึกษา ส่วนโรงเรียนสังกัดอื่นๆ ผู้บริหารจะต้องรับผิดชอบและถูกลงโทษ แม้มีการประกาศปิดสถานศึกษาแต่ขอให้ข้าราชการครูที่เกี่ยวข้องต้องหยุดทำงานอยู่ที่บ้าน ไม่ใช่ออกไปเที่ยวต่างจังหวัด

นอกจากนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แจ้งแนวทางในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ต่อสถานศึกษาในสังกัด คือ

วิธีป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา
1. ดื่มน้ำอุ่น เมื่อรู้สึกกระหายน้ำ (เด็ก 30-50 ซีซี, ผู้ใหญ่ 50-80 ซีซี)
2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม
3. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด
4. สวมใส่หน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในที่ชุมชน
5. ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว
6. หลีกเลี่ยงการเข้าไปตลาดค้าสัตว์ และไม่สัมผัสหรืออยู่ใกล้กับสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่ป่วย หรือตาย
7. หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์ เจลล้างมือ
8. ห้ามรับประทานของดิบ รับประทานอาหารที่สะอาดปลอดภัย มีสารอาหารครบถ้วน
9. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
และ 10. หากพบนักเรียนมีอาการไข้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ลดยาก ปวดศีรษะและลำตัว มีอาการไอต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน มีน้ำมูก ให้รีบพาไปพบแพทย์ หรือโทรแจ้งสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
คลิก ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิด. สถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙ และแก้ไข (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘
สรุปสาระสำคัญ
กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้สถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน รวมถึงในระบบและนอกระบบ ปิดเรียนเป็นกรณีพิเศษตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร โดยอาศัยอำนาจตามระเบียบว่าด้วยปีการศึกษา พ.ศ. 2549 และฉบับแก้ไข พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ หากมีความจำเป็น สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนในรูปแบบอื่นโดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน เช่น การเรียนทางไกลหรือออนไลน์ นอกจากนี้ ทุกสถานศึกษาต้องปฏิบัติตามประกาศอย่างเคร่งครัด รวมถึงโรงเรียนกวดวิชาและโรงเรียนนานาชาติ หากฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษ เช่น การเพิกถอนใบอนุญาตหรือความผิดทางวินัยของผู้บริหาร อีกทั้งครูและบุคลากรต้องปฏิบัติงานตามมาตรการ ไม่ใช่ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อการท่องเที่ยว พร้อมกันนี้ สพฐ.ได้กำหนดแนวทางป้องกันโรค เช่น การล้างมือ สวมหน้ากาก หลีกเลี่ยงที่แออัด ไม่ใช้ของร่วมกัน และหากพบผู้มีอาการต้องรีบพบแพทย์ เพื่อควบคุมและลดการแพร่ระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อสอบ
ข้อ 1 การสั่งปิดสถานศึกษาอาศัยอำนาจตามข้อใด
ก. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
ข. ระเบียบ ศธ.ว่าด้วยปีการศึกษา พ.ศ.2549
ค. คำสั่งนายกรัฐมนตรี
ง. พระราชกำหนดฉุกเฉิน
เฉลย: ข
เหตุผล: ระบุชัดว่าใช้อำนาจตามระเบียบ ศธ. ปี 2549 และฉบับแก้ไข
ข้อ 2 วัตถุประสงค์หลักของการปิดสถานศึกษาคืออะไร
ก. ลดภาระครู
ข. ปรับหลักสูตร
ค. ความปลอดภัยของผู้เรียน
ง. ประหยัดงบประมาณ
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นความปลอดภัยจากการแพร่ระบาด
ข้อ 3 หากต้องจัดการเรียนการสอนในช่วงปิดเรียน ควรใช้แนวทางใด
ก. หยุดเรียนทั้งหมด
ข. เรียนเฉพาะนักเรียนเก่ง
ค. เรียนรูปแบบอื่นไม่เข้าชั้นเรียน
ง. เรียนเฉพาะวันหยุด
เฉลย: ค
เหตุผล: ระบุให้ใช้รูปแบบอื่น เช่น ออนไลน์
ข้อ 4 สถานศึกษาใดต้องปฏิบัติตามประกาศนี้
ก. เฉพาะโรงเรียนรัฐ
ข. เฉพาะเอกชน
ค. เฉพาะนานาชาติ
ง. ทุกประเภทในกำกับ ศธ.
เฉลย: ง
เหตุผล: ครอบคลุมทุกสังกัด
ข้อ 5 หากโรงเรียนเอกชนฝ่าฝืนจะเกิดผลอย่างไร
ก. ถูกตักเตือน
ข. ถูกลดงบประมาณ
ค. ถูกยึดใบอนุญาต
ง. ไม่มีผล
เฉลย: ค
เหตุผล: มีบทลงโทษชัดเจน
ข้อ 6 บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในสถานการณ์นี้คือข้อใด
ก. ปล่อยให้ครูตัดสินใจ
ข. ไม่ต้องรับผิดชอบ
ค. รับผิดชอบและปฏิบัติตามนโยบาย
ง. ปิดโรงเรียนเฉพาะบางวัน
เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้บริหารต้องรับผิดชอบโดยตรง
ข้อ 7 แนวทางใด “ไม่ถูกต้อง” ในการป้องกันโรค
ก. ล้างมือ
ข. ใส่หน้ากาก
ค. ใช้ของร่วมกัน
ง. หลีกเลี่ยงที่แออัด
เฉลย: ค
เหตุผล: ห้ามใช้ของร่วมกัน
ข้อ 8 หากพบนักเรียนมีอาการเสี่ยง ควรทำอย่างไร
ก. ให้กลับบ้าน
ข. แจ้งผู้ปกครองอย่างเดียว
ค. พาไปพบแพทย์หรือแจ้ง 1422
ง. ปล่อยไว้
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นมาตรการควบคุมโรค
ข้อ 9 แนวคิดการบริหารที่สอดคล้องกับเหตุการณ์นี้คือข้อใด
ก. การแข่งขัน
ข. การบริหารความเสี่ยง
ค. การตลาด
ง. การลงทุน
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพ
ข้อ 10 การกำหนดให้เรียนรูปแบบอื่นสะท้อนแนวคิดใด
ก. ความยืดหยุ่นทางการศึกษา
ข. การควบคุมเข้มงวด
ค. ลดคุณภาพ
ง. เพิ่มภาระ
เฉลย: ก
เหตุผล: เป็นการปรับตัวให้เรียนได้ต่อเนื่อง
ความเห็นของผู้ชม