สมาชิกเข้าสู่ระบบ

รวบผอ.โรงเรียนย่านบางชันทุจริตอาหารกลางวันนักเรียน

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. สนธิกำลังกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก. ปปป.) และสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบรามการทุจริตในภาครัฐ ( ป.ป.ท.) เข้าจับกุมผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียนบางชัน (ปลื้มวิทยานุสรณ์) ขณะเรียกรับเงินจากคู่สัญญาโครงการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ) สำหรับนักเรียน ภาคเรียนที่ 2/2565 ของโรงเรียนบางชัน (ปลื้มวิทยานุสรณ์) สำนักงานเขตคลองสามวา ได้ที่ห้องที่ทำงาน พร้อมหลักฐานเป็นเงินสดจำนวน 329,000 บาท 

เบื้องต้นในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยพนักงานสอบสวน บก. ปปป. จะได้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาตามหน้าที่และอำนาจต่อไป 

ทั้งนี้ เวลา 18.30 น. วันนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปป. เตรียมแถลงผลปฏิบัติการ ที่ห้องประชุม 2 อาราประชารักษ์ 

มติชนออนไลน์ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566

 

ข่าวเกี่ยวกัน

กทม.เร่งสอบผอ.โรงเรียนบางชัน ทุจริตค่าอาหารกลางวัน ลั่น ผิดจริงเจอปลด-สั่งออกแน่

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร รักษาราชการแทนปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนบางชัน (ปลื้มวิทยานุสรณ์) เขตคลองสามวา ถูกจับกุมจากการเรียกรับเงินอาหารกลางวันเด็ก ว่า ตามนโยบายกรุงเทพมหานคร “โปร่งใส ไม่ส่วย” กรุงเทพมหานครจะเร่งสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการอย่างเด็ดขาดที่สุดภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด โดยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน และในระหว่างนี้จะพิจารณาให้ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวพักราชการไว้ก่อน หากพบว่ามีความผิดวินัยร้ายแรง อัตราโทษคือการปลดออก หรือการสั่งให้ออกจากราชการ 

สำหรับกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้มีการร้องเรียนว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนบางชัน (ปลื้มวิทยานุสรณ์) มีพฤติกรรมใช้อำนาจในทางที่ไม่เหมาะสม เรียกรับเงินจากคู่สัญญาหรือผู้ประกอบการที่ชนะการเสนอราคาโครงการจ้างเหมาประกอบอาหารสำหรับนักเรียน ภาคเรียนที่ 2/2565 ของโรงเรียนฯ เป็นเงิน 329,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปปรับปรุงวัสดุ อุปกรณ์ โต๊ะ เก้าอี้ ภายในโรงอาหารของโรงเรียน และเรียกเก็บเพิ่มเติมเป็นเงินรายเดือนอีกเดือนละ 9,000 บาท พร้อมข่มขู่ผู้ประกอบการ หากไม่ยอมทำตามก็จะทำเรื่องยกเลิกสัญญา หรือทำเรื่องรายงานไปที่กรุงเทพมหานครว่าผู้ประกอบการได้รับเงินส่วนต่างค่าอาหารเช้าจากการที่เด็กนักเรียนไม่มารับประทานอาหารเป็นเงินจำนวนมาก 

ทางกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จึงวางแผนให้ผู้ประกอบการนำเงินไปส่งมอบให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวตามที่ร้องขอ ก่อนนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้พร้อมกับเงินของกลาง ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด และ เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ภายในห้องทำงานโรงเรียนบางชันปลื้มวิทยานุสรณ์ ถ.พระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา 

มติชนอนไลน์ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ผอ.ร.ร.ดัง บางชัน อ้างไม่ใช่เจ้าของเงิน 3.2 แสน แค่เชิญผู้ประกอบการ ถกเรื่องคุณภาพอาหาร

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจ บก.ปปป. สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท., เปิดปฏิบัติการ “ไข่นกกระทา” เข้าจับกุม นายไพฑูรย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางชัน (โรงเรียนบางชัน ปลื้มวิทยานุสรณ์) ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด และ เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ได้ภายในห้องทำงานโรงเรียนแห่งหนึ่ง (บางชันปลื้มวิทยานุสรณ์) ถ.พระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 

สืบเนื่องจากก่อนหน้าได้รับการร้องเรียนว่า นายไพฑูรย์ มีพฤติกรรมใช้อำนาจหน้าที่ในทางไม่เหมาะสม เรียกรับเงินจากคู่สัญญาหรือผู้ประกอบการที่ชนะการเสนอราคาโครงการจ้างเหมาประกอบอาหารสำหรับนักเรียน ภาคเรียนที่ 2/2565 ของโรงเรียนบางชัน (ปลื้มวิทยานุสรณ์) เป็นเงิน 329,000 บาท อ้างว่าจะนำไปปรับปรุงวัสดุ อุปกรณ์ โต๊ะ เก้าอี้ ภายในโรงอาหารของโรงเรียน และ เรียกเก็บเพิ่มเติมเป็นเงินรายเดือนอีกเดือนละ 9,000 บาท ซึ่งเงินส่วนหลังนี้อ้างว่าเป็นค่าดูแลเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องอาหารของนักเรียน จำนวน 5 คน โดยให้เหตุผลว่าทางผู้ประกอบการได้กำไรจากการจัดทำโครงการดังกล่าวไปแล้ว หากไม่ยอมทำตามก็จะทำเรื่องยกเลิกสัญญา หรือ ทำเรื่องรายงานไปที่กรุงเทพมหานคร ว่า ผู้ประกอบการได้รับเงินส่วนต่างค่าอาหารเช้า จากการที่เด็กนักเรียนไม่มารับประทานอาหารเป็นเงินจำนวนมาก หลังทราบเรื่องจึงจัดกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบจนทราบว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดดังกล่าวจริง จึงวางแผนให้ผู้ประกอบการนำเงินไปส่งมอบให้กับ นายไพฑูรย์ ตามที่ร้องขอ ก่อนนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้พร้อมกับเงินของกลางดังกล่าว 

จากการสอบสวน นายไพฑูรย์ ให้การปฏิเสธ อ้างว่าไม่มีการเรียกรับเงินแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าก่อนหน้าจะถูกจับกุม ได้มีการเชิญตัวผู้ประกอบการมาเข้าพบจริง แต่เป็นการเรียกมาพบเพื่อเจรจาเกี่ยวกับปัญหาที่มีการร้องเรียนเรื่องคุณภาพอาหารเพียงเท่านั้น ส่วนซองเงินที่อยู่บนโต๊ะนั้น ก็ไม่ทราบว่าเป็นของผู้ประกอบการคนดังกล่าววางลืมไว้หรือไม่ แต่ไม่ใช่ของตนอย่างแน่นอน เบื้องต้นจึงนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปปป. เพื่อทำการแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวนส่งต่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาตามกฎหมายต่อไป 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการอาหารเด็กนักเรียนดังกล่าว เดิมทีมีการตั้งงบกลางไว้ที่ 12 ล้านบาท ก่อนเปิดให้ผู้ประกอบการต่างๆเสนอราคาโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) จนมีผู้ชนะการประกวดยื่นรับทำโครงการที่วงเงินงบประมาณ 8 ล้านบาท เฉลี่ยค่าอาหารเช้าและกลางวันต่อเด็กตกรายละ 28 บาท ต่อวัน จากจำนวนเด็ก เกือบ 3 พันคน ภายในกรอบระยะเวลา 100 วัน

สำหรับที่ไปที่มาของปฏิบัติการ “ไข่นกกระทา” ก็เพื่อเป็นการเปรียบเปรยเชิงสัญลักษณ์ให้เห็นว่าการปราบปรามทุจริตเงินโครงการดังกล่าวนั้นถือเป็นการช่วยให้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพมากขึ้นอีกทางหนึ่ง ซึ่งจากเดิมที่อาจเคยได้รับประทานอาหารเพียงแค่ไข่นกกระทา แต่หากไม่มีการทุจริตเงินส่วนนี้เกิดขึ้น เด็กนักเรียนเหล่านี้ก็จะได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์คุ้มค่าเงินอุดหนุนที่ภาครัฐจัดให้มากกว่าเพียงแค่ไข่นกกระทาใบเล็กๆนั่นเอง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ตามที่ทาง ผอ.อ้างว่าจะนำเงินดังกล่าวไปปรับปรุงโต๊ะเก้าอี้หรือโรงอาหารนั้นฟังไม่สมเหตุสมผล เพราะงบอาหารกลางวันนั้นรัฐได้จัดสรรให้เด็กๆ ได้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อพัฒนาการทั้งร่างกายและสมองของเด็ก หากนำเงินดังกล่าวมาทำอย่างอื่นถือเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อยากให้สงสารเด็กตาดำๆ แทนที่จะได้กินไข่ไก่ กลับได้กินแค่ไข่นกกระทาเท่านั้น

ทั้งนี้ขอยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้กลั่นแกล้งแต่อย่างใด ที่ทำไปก็เพื่อช่วยเด็กไทยทั่วประเทศได้กินอาหารเต็มงบประมาณที่รัฐจัดสรรให้ อย่างไรก็ตามนอกจากนี้ยังได้รับการร้องเรียนเรื่องการโกงอาหารกลางวันเด็กอีกประมาณ 10 กว่าแห่ง ซึ่งทาง บก.ปปป.จะได้ดำเนินการตรวจสอบต่อไป” 

มติชนออนไลน์ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566

ข่าวเกี่ยวกัน

ศธ.ย้ำอาหารกลางวันต้องโปร่งใสทุกมิติ หากพบทุจริตจัดการทันที

กรณี ผู้อำนวยการโรงเรียนบางชัน (ปลื้มวิทยานุสรณ์) เขตคลองสามวา สังกัดกรุงเทพมหานคร ถูกจับกุมจากการเรียกรับเงินอาหารกลางวันเด็ก ขณะนี้ทางกรุงเทพมหานคร ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดที่สุดภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนดนั้น 

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ในส่วนของ ศธ. ตนเน้นย้ำผู้บริหารส่วนกลาง และพื้นที่ว่าต้องดำเนินการเรื่องต่างๆ ให้ความโปร่งใสในทุกเรื่อง ไม่ใช่เรื่องอาหารกลางวันเท่านั้น แต่จะต้องโปร่งใสในทุกมิติ เพราะเราทำงานด้านการศึกษาจึงต้องเป็นต้นแบบที่ดี ให้เยาวชน อย่างไรก็ตาม เรื่องอาหารกลางวัน ศธ.มีกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว แม้ที่ผ่านมา ศธ.ได้วางมาตรการป้องกันอย่างถึงที่สุด แต่หากมีการทุจริตเกิดขึ้นก็จะต้องดำเนินการทางกฎหมายทันที 

ด้านนายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตนได้เน้นย้ำกับโรงเรียนในสังกัด อยู่เสมอว่าจะต้องดำเนินการตามระเบียบที่ ศธ. กำหนดอย่างเคร่งครัด คือ โรงเรียนต้องทำการเบิกจ่ายค่าอาหารกลางวันตามข้อเท็จจริง และที่ผ่านมา ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ร่วมกันสุ่มตรวจติดตามการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายหัว และเงินอุดหนุนอาหารกลางวันอยู่เสมอ จึงเชื่อว่าในโรงเรียนเอกชนจะไม่มีการทุจริตอาหารกลางวัน 

ข่าวเกี่ยวกัน

ผู้ว่าฯสุราษฎร์ ชี้ปมทุจริตอาหารกลางวัน ‘มีมูล’ เตรียม ‘ย้าย’ ผอ.ออกนอกพื้นที่สอบวินัย

 

 

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ได้รับรายงาน เรื่องดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ได้จัดเจ้าหน้าที่ มาสืบสวนเก็บรวบรวมข้อมูล จนพบว่าเรื่องนี้มีมูลความผิด จึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง นางอุทัยวรรณ ภู่ศิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดภูเขาทอง 

ซึ่งวันนี้ก็ได้ลงมาติดตามความคืบหน้าของการสอบสวนด้วยตนเอง เนื่องจากกรณีนี้เป็นความผิดวินัยร้ายแรง และเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ โดยเบื้องต้น ได้รับรายงานว่า ทางโรงเรียนดังกล่าว ได้รับงบประมาณการจัดอาหารกลางวันแก่เด็กอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 รวม 491 คน อัตราวันละ 22 บาท รวมกว่า 10,000 บาทต่อวัน ส่วนนักเรียนชั้น ม.1-ม.3 อีก 60 คน ซึ่งไม่มีงบประมาณจากส่วนกลาง จะมีการเก็บเงินคนละ 20 บาทต่อวัน คุณครู คนละ 300 บาท ต่อเดือน เพื่อสมทบกับงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากกระทรวงฯ ในการจัดอาหารกลางวัน 

แต่พบว่า เงินที่เก็บเพิ่มเติมจากนักเรียนมัธยมและครู มีการทำบัญชีแยกจากเงินโครงการอาหารกลางวัน และนำมาสมทบแค่บางครั้ง ทำให้คุณภาพอาหารและปริมาณไม่เป็นไปตามที่กำหนด โดยหลังจากการสรุปข้อเท็จจริงแล้วก็จะต้องตั้งกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยร้ายแรง ซึ่งขั้นต้นระหว่างกระบวนการสอบสวน จะมีการย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนออกจากพื้นที่จนกว่าจะมีการสอบสวนแล้วเสร็จนายวิชวุทย์ กล่าว 

นายวิชวุทย์ กล่าวอีกว่า เรื่องอาหารกลางวัน เคยมีบทเรียน มาจากโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อำเภอท่าชนะ เมื่อหลายปีก่อน จึงได้กำชับ ให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคน ได้กวดขัน ตรวจสอบ โรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักเรียนได้รับอาหารที่ดี เพียงพอ ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการของร่างกายและสมอง โดยหากกรณีนี้ทำจริง ก็จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด

 

 

ข่าวเกี่ยวกัน

เพจดังแฉ อาหารกลางวัน ร.ร.ในสุราษฎร์ฯไม่ตรงปก น้อยจนกินไม่อิ่ม จนท.โรงเรียนแจงแล้ว

 

 

ไม่อิ่มไม่มีเติมสภาพอาหารกลางวันของเด็กๆ โรงเรียนวัดภูเขาทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเช่นนี้ทุกวันยกเว้นวันที่มีการเข้าตรวจจะดีขึ้นหน่อย และไม่ตรงปกกับที่เอาขึ้นโชว์ในเว็บไซต์ ที่นี่เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีตั้งแต่อนุบาลถึง ม.ต้น รวม 591 คน คำนวณเงินอุดหนุนต่อหัว 491 คน ตกวันละประมาณ 10,800 บาท เก็บค่าอาหารจากเด็กมัธยมอีกคนละ 20 บาทต่อวัน เด็ก 100 คน เป็นเงินวันละ 2,000 บาท ส่วนครู 30 คน จ่ายรายเดือนคนละ 300 ถึงเวลาทำก็ให้เด็กทั้งหมดตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม มากินในงบอุดหนุน ส่วนที่เก็บเพิ่มจากเด็กมัธยมกับครู ยักเอาไว้ อ้างว่าเอาไว้รับรองแขก เด็กกินไม่อิ่มขอเติมไม่มีให้เติม” 

 

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่โรงเรียนดังกล่าวเพื่อขอพบกับนางอุทัยวรรณ ภู่ศิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดภูเขาทอง เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว โดยทางผู้อำนวยการโรงเรียนได้ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ โดยจะชี้แจงทุกประเด็นข้อสงสัยในวันพรุ่งนี้ (18 กุมภาพันธ์ ) เวลา 09.00 น. 

 

ขณะที่บรรยากาศภายในโรงเรียนวันนี้ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจากมีกิจกรรมการเข้าค่ายลูกเสือของเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4, 5, 6 ขณะที่ภายในโรงครัวได้มีแม่ครัวจัดเตรียมอาหารกลางวันสำหรับครูและนักเรียนที่มาเข้าค่ายลูกเสือ เป็นเมนูอาหาร ผัดพริกหมู ผัดพริกไก่ ไข่ดาว จำนวน 212 กล่อง

นางเนาวรัตน์ เค้าอนุรักษ์ แม่ครัว กล่าวว่า ทุกวันจะทำอาหารให้กับนักเรียน โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ไม่เผ็ด เผ็ดน้อย เผ็ดปกติ อาหารที่ทำก็มีปริมาณเยอะ ครบ 5 หมู่ มีผลไม้ ที่เห็นเป็นข่าวก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาข้อมูลมาจากไหน ไปพูดกัน ทุกวันอาหารที่ทำเสร็จเราก็จะจัดเตรียมไว้ แล้วจะมีคุณครูมาเอาไปตักให้เด็กๆ รับประทาน ถ้าเด็กคนไหนไม่อิ่มก็สามารถเติมได้ 

ตอนนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจ กลัวคนอื่นจะหาว่าแม่ครัวอย่างนู้นอย่างนี้ไหม คิดดูว่ากระแสมาแบบนี้บางคนที่ไม่เข้าใจ ก็จะคิดว่าแม่ครัวทำกับข้าวอย่างไรถึงให้เด็กๆ ไม่พอกินและทำก็ไม่อร่อย แต่ที่เราถามเด็กๆ ว่าได้กินข้าวหรือยัง กินอิ่มไหม เด็กก็ตอบว่าอิ่มและอร่อย ส่วนภาพที่เอามาแชร์กันไม่ใช่ภาพอาหารกลางวันของโรงเรียนนี้แน่นอน ก็ทำให้เราเสียกำลังใจ อาชีพที่เรารักอยู่ตรงนี้ แต่เอาไปลงแบบนี้ มาโจมตีกันแบบนี้ ที่ผ่านมา ผอ.ไม่เคยมายุ่งกับตรงนี้ ถ้าแม่ครัวจะสั่งอะไรก็จะแจ้งให้คุณครูที่รับผิดชอบไปซื้อไปจัดหามาให้” 

เกี่ยวข้องกัน

.ร.สุรินทร์ แถลงโต้ ก.ก.ยื่นสอบส่วยร้านค้า-งบข้าวน.ร.รวมครู ยืนยันทำถูกต้องทุกอย่าง

ร.ร.ดังเมืองช้าง แถลงโต้ อดีตผู้สมัครก้าวไกล กรณีบริหารจัดการอาหารกลางวันเด็กส่อแววไม่โปร่งใส วอนก่อนรับเรื่องอะไรให้สอบถามข้อเท็จจริงกับทางโรงเรียนด้วย..ปัญหาที่เกิดมาจากการเสียผลประโยชน์ของคนที่เคยได้ประโยชน์ตรงนี้

กรณี นายเบญจมินทร์ ปันสน อดีตผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ พรรคก้าวไกล ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองโรงเรียนเมืองสุรินทร์ และได้นำข้อร้องเรียนมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เบญจมินทร์ ปันสน ระบุว่า รอง ผอ.ร.ร.แห่งหนึ่งในเมืองสุรินทร์ส่อแววใช้เงินของนักเรียนไม่โปร่งใส เด็กหยุดเรียนแต่ขอให้ออกบิล เก็บส่วยร้านค้า ถ้าไม่จ่าย ไม่ซื้อของด้วย

โครงการอาหารกลางวันนักเรียนระดับประถมศึกษาถือเป็นบริการสาธารณะของรัฐที่จัดขึ้นเพื่อให้นักเรียนมีสวัสดิการด้านการศึกษาและได้รับโภชนาการที่ดี ปัจจุบันโรงเรียนดังกล่าวมีการวางแนวทางการสั่งอาหารกลางวันนักเรียนคือ ใน 1 วัน จะมีอาหารนักเรียน 1 อย่าง + ผลไม้ และสั่งอาหารให้ครูเพิ่ม + 1 อย่าง เท่ากับรวมเป็นอาหาร 2 อย่าง โดยรองผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้นำค่าอาหารครูไปรวมเข้ากับค่าอาหารนักเรียน และยังมีการเก็บเงินเพิ่มจากบุคลากรครูในโรงเรียนอีกจำนวน 200 บาท/เดือน/คน

ทั้งยังอ้างว่า รอง ผอ.ร.ร.แห่งนี้มียังการสั่งของนอกรายการ เช่น กาแฟ ผงชง กระเช้าผลไม้ ฯลฯ รวมไปถึงเมื่อโรงเรียนมีงานกิจกรรมต่างๆ ให้นำค่าใช้จ่ายไปลงในรายการโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ซึ่งควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบการใช้งบ เบิกจ่ายเพื่อป้องกันความเสียหายและรักษาผลประโยชน์ของนักเรียน

นอกจากนี้ในช่วงที่หยุดเรียน นักเรียนไม่ได้มาโรงเรียน แต่กลับมีการขอให้ร้านอาหารออกบิลใบเสร็จให้จำนวน 30,000 บาท/วัน และรอง ผอ.มีการเรียกรับเงินด้วยวาจาอย่างไม่เป็นทางการจากคู่ค้าร้านอาหาร ร้านแก๊สหุงต้ม ร้านเครื่องเขียน ฯลฯ จำนวน 50,000 บาท/ภาคเรียน หากไม่จ่ายให้โรงเรียนจะไม่ซื้อสินค้าด้วย

ทั้งนี้ เบญจมินทร์ ปันสน – Benjamin Punson จึงได้ส่งมอบเอกสารหลักฐานสำคัญไปหารือในรัฐสภาผ่าน ‘กรุณพล เทียนสุวรรณ’ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองโฆษก พรรคก้าวไกล – Move Forward Party เนื่องจากเห็นว่าเรื่องดังกล่าวควรต้องมีตรวจสอบการใช้งบอย่างโปร่งใส ป้องกัน และปราบปรามการทุจริต ไม่ควรที่จะปล่อยปละละเลย จะทำให้โรงเรียนดังกล่าว ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงถูกทลาย ไม่ใช่เพราะสถาบันการศึกษา แต่เพราะคณะผู้บริหารขาดความโปร่งใสและไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ของนักเรียนเป็นสำคัญที่สุดได้

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่โรงเรียนเมืองสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ คณะผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษา ได้แถลงชี้แจ้งกรณีดังกล่าวต่อผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์

โดย นายชีวิน ทองศรี ผอ.ร.ร.เมืองสุรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนของโรงเรียน เดิมทีเรามีเจ้าเดียวตอนหลังตรวจสอบภายในได้เข้าตรวจสอบและให้เราปฏิบัติตาม อย่างเช่นร้านแก๊สเราก็เอาร้านแก๊ส ร้านผักเราก็เอาผัก คือแยกซื้อโดยตรงจากร้านแต่ละร้านเลย ซึ่งเดิมทีจะมีแค่เจ้าเดียวที่มาจัดการซื้อให้ และหลังจากมีการร้องเรียนทางหน่วยงานก็ได้ลงสืบข้อเท็จจริงแล้ว ข้อมูลเราก็ได้ให้ไปหมดแล้ว ยืนยันว่าเราทำถูกต้องทุกอย่าง

ส่วนกรณีที่ร้องว่าค่าอาหารครูไปรวมเข้ากับค่าอาหารนักเรียน และยังมีการเก็บเงินเพิ่มจากบุคลากรครูในโรงเรียนอีกจำนวน 200 บาท/เดือน/คน นั้น คือเราจะไปกินอาหารกลางวันเด็กไม่ได้ เรามีการเก็บต่างหากเฉพาะครู เพื่อที่จะประกอบอาหารให้ครูมารับประทาน เราจะเก็บเดือนละ 200 บาท ก็ตกวันละ 10 บาทต่อคน 200 บาทนี้ไม่ได้เก็บทุกคนแล้วแต่ครูท่านใดจะสะดวก เหมือนการผูกปิ่นโต ซึ่งช่วงปิดเทอมก็จะได้เงินที่เก็บนี้มาทำอาหารให้ครูกิน ซึ่งไม่เกี่ยวกับเงินเด็ก คือเงินเด็กเราจะไปแตะไม่ได้เลย ตรงนี้สามารถมาตรวจสอบบัญชีได้เลย

นางพงศ์ทิพย์ สมชอบ คณะกรรมการสถานศึกษา กล่าวว่า แต่ก่อนมีเจ้าเดียวที่มีหมู มีไก่ มีกะทิส่งให้เรา เขาทำมาร่วม 10 ปีแล้ว แต่พอมาผู้บริหารยุคใหม่ ทางเทศบาล ทาง ป.ป.ช.เข้ามาบอกให้พวกเราทำทุกอย่างตามระเบียบ เช่น ผักให้ซื้อที่ร้านผัก หมูให้ชื้อที่ร้านหมู กะทิก็ให้ซื้อที่ร้านกะทิ แยกซื้อวัตถุดิบแต่ละอย่างจากร้านค้าโดยตรง โรงเรียนเราก็ทำตาม พอเราทำตาม คนที่เขาเคยทำก็เสียผลประโยชน์ และก็เกิดข้อร้องเรียนตรงนี้ขึ้น

นายเกรียงศักดิ์ สุขชีพ คณะกรรมการสถานศึกษา กล่าวว่า ในหลักเกณฑ์ของการทำอาหารกลางวันนั้น เมื่อก่อนมีผู้ส่งของเจ้าเดียว เป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร ทำมานานแล้วตั้งแต่หลาย ผอ.ที่ผ่านมา แต่พอดีเขาเปลี่ยนระเบียบจากการที่ทางเทศบาลลงมาตรวจสอบเรื่องการใช้งบประมาณอาหารกลางวัน กับหน่วยตรวจสอบภายในของสำนักงานเขต 1 มาก็ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า

โรงเรียนควรจะหาผู้รับส่งของนี้แยกเป็นส่วนๆ ไป ทางโรงเรียนก็เลยดำเนินการให้เป็นไปทำตามระเบียบให้ถูกต้อง ตามที่แต่ละหน่วยงานแนะนำมา แต่พอทำไปแล้วเจ้าที่เคยส่งประจำก็เลยอาจขาดผลประโยชน์ ทางโรงเรียนก็ได้เชิญมาพูดคุยแต่เขาไม่รับฟัง ก็เลยเกิดเหตุขึ้นมาตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้ว และเขาก็น่าจะไปร้องต่อทางผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกลด้วย เหตุการณ์ก็เป็นไปตามนี้ ซึ่งการประกอบอาหารกลางวันเด็กที่นี่ก็ทำดีมาโดยตลอด แต่มันเกิดที่เราต้องทำตามระเบียบให้มันถูกต้อง ไม่อย่างนั้นทางโรงเรียนก็มีความผิด เหมือนเป็นการผูกขาดเจ้าเดียว

นางสุภัคร์ สุขกฤต รอง ผอ.ร.ร.เมืองสุรินทร์ กลุ่มบริหารงบประมาณ กล่าวว่า ในส่วนที่ว่าเรียกเก็บของคุณครู ตรงนี้เราได้มีการประชุมทุกครั้งที่มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียน เราจะมีคณะทำงาน ในส่วนตรงนี้ไม่เกี่ยวกับอาหารเด็กนักเรียนเลย

ส่วนเรื่องกระเช้าก็เป็นเงินของโรงเรียน ไม่ได้เกี่ยวข้องในส่วนของอาหารกลางวันเด็กเลย และในส่วนที่ว่าเก็บเงินในช่วงที่ไม่มีเด็กมาเรียนก็เช่นกัน ในช่วงที่เด็กสอบเสร็จปิดเทอมคุณครูก็มาทำงานกันปกติอยู่แล้ว ทางโรงเรียนก็ได้ทำอาหารกลางวันไว้บริการคุณครู ส่วนตรงนี้เป็นเงินที่เราดำเนินการเอง ไม่เกี่ยวกับเงินอาหารกลางวันเด็กนักเรียนแต่อย่างใด ไม่ได้เบิกเงินของนักเรียนแม้แต่บาทเดียว และเราก็ได้ทำหนังสือชี้แจงไปยัง สนง.เขตเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เกิดเรื่องเรียนขึ้นเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนตรงนี้ก่อนหน้านั้นทางโรงเรียนเราก็ได้ดำเนินต่อเนื่องเลยก็คือการสั่งซื้อจากผู้ค้าเพียงรายเดียว และทางเทศบาลซึ่งเป็นเจ้าของเงินก็ได้เข้ามาตรวจสอบเหมือนกับว่ามาตามเงิน เพราะเราได้รับเงินงบจากทางเทศบาลเมืองสุรินทร์

วันที่เข้ามาตรวจสอบท่านก็ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าด้วยว่าจะมา ท่านก็มาดูว่าวันนั้นเราทำเมนูอะไรบ้างให้เด็ก ซึ่งวันนั้นจะเป็นน้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด ซึ่งเป็นเมนูที่เด็กโปรดมาก แล้วเมนูต่างๆ เรามาจากโปรเกรม Thai School Lunch เราไม่ได้ทำอะไรโดยพลการ และท่านก็ได้มีการสอบถามถึงการดำเนินจัดซื้อจัดจ้างแบบไหน เราก็เลยบอกว่าสั่งจากร้านร้านเดียว

ท่านก็ได้แนะนำว่าควรจะกระจายหลายๆ ร้าน เพราะว่าจะเป็นการซื้อตรงจากผู้ค้า ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง และทางตรวจสอบภายในของเขตพื้นที่การศึกษา ก็ได้เข้ามาตรวจเหมือนกัน ก็ได้ให้คำแนะนำแบบเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมา ป.ป.ช.ก็ได้เข้ามาตรวจสอบเรื่องอาหารกลางวันด้วยเช่นกัน ซึ่งทุกอย่างก็ดำเนินการตามระเบียบถูกต้อง

ซึ่งหลังจากมีการร้องเรียนเกิดขึ้น มีผลกระทบต่อทางโรงเรียนค่อนข้างสูงมาก โดยเฉพาะตัวเองที่เป็นผู้ถูกร้อง ซึ่งเราไม่เคยทำอะไรโดยพลการ มีกรรมการสถานศึกษาคอยกำกับเราตลอด เราต้องการให้โรงเรียนพัฒนา เราทำคนเดียวไม่ได้ ถ้าไม่มีไม่ผ่านคณะกรรมการ ผู้บริหาร ขอให้เห็นใจคนทำงานด้วย บางทีเจอแบบนี้เราก็ท้อเหมือนกัน เราคนหนึ่งเด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็รู้สึกเหมือนกัน หาสิ่งที่เป็นประโยชน์กับโรงเรียนก็ยังโดน

ขณะที่เราเต็มที่กับงาน กับเด็ก เต็มที่กับทุกท่าน ไม่อย่างนั้นท่านผู้ใหญ่คงไม่เมตตาเราขนาดนี้ เห็นการทำงานเราที่ตั้งใจทำงานจริงๆ ก็ขอวอนขอความเป็นธรรมจากสังคมให้มองถึงจุดนี้ด้วย นางสุภัคร์ สุขกฤต” รอง ผอ.ร.ร.เมืองสุรินทร์ กล่าว

สำหรับโรงเรียนเมืองสุรินทร์ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนชาย-หญิง รวมทั้งสิ้น 2,258 คน มีครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 180 คน

มติชนออนไลน์ วันที่ 8 กันยายน 2566 

เกี่ยวข้องกัน

สพฐ. สั่งสอบ บิ๊กร.ร. ให้น.ร.กินข้าวไข่ต้ม

กรณีเพจ “ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้านโพสต์ภาพอาหารกลางวัน เป็นภาพถาดอาหารของนักเรียน ที่มีแค่ข้าว และไข่ต้ม และถุงที่มีน้ำปลาใส่อยู่ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น

เมื่อวันที่ 12 มกราคม ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ส่งนิติกร จากสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ(สศศ.) ลงพื้นที่ และได้สั่งให้ผู้อำนวยการรายดังกล่าว ออกจากพื้นที่ มาประจำที่สพฐ. ขณะเดียวกัน ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นสพฐ.ได้กำชับ ให้ดูแลเรื่องอาหารกลางวันเด็ก โดยเฉพาะเด็กอยู่ประจำ ซึ่งต้องพักนอนอยู่ที่โรงเรียนว่าต้อง ดูแลอาหารให้มีคุณภาพ ครบ 5 หมู่ และต้องให้นักเรียนทุกคนได้กินอิ่ม และจากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนต่าง ๆ พบว่าโรงเรียนส่วนใหญ่ทำได้ดี อาหารที่กินมีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักโภชนา

กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นส่วนน้อย เมื่อพบสพฐ. ก็เร่งดำเนินการตามระเบียบ และข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะเป็นข้อสั่งการของพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กำชับแล้ว ว่าจะต้องไม่มีการทุจริต และการหาประโยชน์จากนักเรียน โดยเฉพาะเรื่องอาหารกลางวันเด็ก หรือนมโรงเรียน เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยดูแลพัฒนาการเรียน ทำให้นักเรียนเรียนดี และมีความสุข ดังนั้นจึงต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา หากพบว่า มีการกระทำความผิดจริง มีโทษทั้งทางวินัยและอาญา โดยเรื่องการดูแลอาหารกลางวันเด็กไม่ใช่เฉพาะโรงเรียนในสังกัดสศศ. เท่านั้น แต่รวมถึงโรงเรียนในสังกัดสพฐ. ที่จัดอาหารกลางวันให้นักเรียนทั่วประเทศด้วย ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีการกำกับติดตามคุณภาพอาหารของเด็ก และอย่าให้มีการทุจริต เพราะเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ”ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว 

ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และต้องตรวจสอบว่า ภาพที่ปรากฏทางโซเชียลนั้น เป็นภาพเป็นรูปที่มาจากโรงเรียนจริงหรือไม่ โดยจะต้องตรวจสอบทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้แน่นอน โดยสัปดาห์หน้าจะประชุมผู้อำนวยการโรงเรียนทั่วประเทศ ที่ดูแลเรื่องอาหารกลางวันเด็กเพื่อกำชับเรื่องนี้อีกครั้ง

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 12 มกราคม 2567 

 

เกี่ยวข้องกัน

เพจดัง แฉ น.ร.กิน ข้าวไข่ต้มกับน้ำปลา ชี้ เป็นแบบนี้ตั้งแต่ ผอ.ใหม่ย้ายเข้ามา

ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้านโพสต์ภาพอาหารกลางวันของนักเรียน ที่ใครดูแลต่างสะเทือนใจ และตั้งคำถามว่า เด็กที่จะกลายเป็นอนาคตของชาติ ได้รับสารอาหารเท่านี้จริงหรือ? 

โดยทางเพจ โพสต์ข้อความระบุว่า ข้าว ไข่ต้ม น้ำปลา

อาหารของเด็ก ๆ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ แห่งหนึ่งใน จ.แม่ฮ่องสอน ตกอยู่สภาพแบบนี้ตั้งแต่ ผอ.ใหม่ย้ายมาตุลาคม 65”

ในภาพที่ทางเพจแชร์นั้น เป็นภาพถาดอาหารของนักเรียน ที่มีแค่ข้าว และไข่ต้ม และถุงที่มีน้ำปลาใส่อยู่เท่านั้น

หลังจากที่ภาพดังกล่าวเผยแพร่ไป มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น

·      อ๋ออ ๆ ๆ ๆ กินผักเติบใหญ่ กินไข่แข็งแรง น้อง ๆ แข็งแรงแน่นอน”

·      กินดีมากเดี๋ยวฉลาดทันคนผู้ใหญ่บางคนไม่ชอบก็เลยจัดเเบบนี้”

·      นี่แหละครับครูประเทศไทย”

·      คนทำจิตใจทำด้วยอะไรครับ”

·      อยากเห็นกับข้าวที่ ผอ. กับครูกิน”

·      ทางบ้าน รร.ประถมแห่งหนึ่ง ใน อ.ธาตุพนม หลานอยู่ ป.2 แม่ย่าก็เริ่มพูดให้ได้ยินละ ผอ.ใหม่มา โน้นนี้นั้นเยอะมาก กำลังเก็บข้อมูลเหมือนกันค่ะ ฟังคนแก่เล่ามายังไม่กล้าฟันธง”

·      สงสารเด็กๆจัง แล้วบางคนที่ไม่กินไข่ต้ม เจอเมนูนี้เข้าไป ไม่อดตายหรอ ลูกเราก็ไม่เคยแตะเลยไข่ต้ม ไอ้คนทำแบบนี้ จิตใจทำด้วยอะไร”

·      โครงการนักเรียนอดครูอิ่มมีอยู่จริง”

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 12 มกราคม 2567

เกี่ยวข้องกัน

แฉเบื้องลึก ผอ.โรงเรียนดัง ย้ายมาไม่ถึง 2 ปี ทำนักเรียนเสียชีวิตไปแล้ว 2 ราย        

กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองอย่างมาก เมื่อเพจดังอย่าง "ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน" ได้โพสต์ภาพอาหารกลางวันนักเรียน กับเมนูข้าวเปล่า-ไข่ต้ม พร้อมน้ำพริกตาแดงถุงเล็กๆ หนึ่งถุง ซึ่งเป็นอาหารของนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 แม่ฮ่องสอน  พร้อมข้อความว่า 

"อิ่มไหมลูก มื้อเย็นของลูก ๆ หลาน ๆ ราชประชานุเคราะห์ 21" อ.แม่ลาน้อย แม่ฮ่องสอน โดยโรงเรียนแห่งนี้ ขยายโอกาสของเด็กชาวเขากับที่ไร้โอกาส ป.1 - 6 กว่า 467 ชีวิต ซึ่งนักเรียนเกือบทั้งหมด จะกินนอนที่นี่ คล้ายโรงเรียนประจำ มีอาหาร3มื้อ  คิดมื้อละ 30 บาทต่อหัว 

ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปชาวเน็ตก็วิพากษ์วิจารณ์และถึงแชร์โพสต์ดังกล่าวออกไปจำนวนมาก ซึ่งทางด้านผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ที่ 21 อ.แม่ลาน้อย แม่ฮ่องสอน ได้เดินทางไปแจ้งความยัง สภ.แม่ลาน้อย เมื่อคืนวันที่ 11ม.ค.67 ที่ผ่านมน เพื่อเอาผิดนักเรียน ที่โพสต์ภาพอาหารกลางวัน ในถาดหลุมมีข้าวเปล่า+ไข่ต้ม 1ใบ และน้ำพริกตาแดงห่อจิ๋วดังกล่าว 

 

ซึ่งตำรวจก็ได้เรียกตัวเด็กนักเรียนพร้อมผู้ปกครอง มายังโรงพัก จนเรื่องราวลุกลามบานปลายใหญ่โต ถึงขั้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เด็กนักเรียนโรงเรียน ได้ทำการปิดประตูโรงเรียน ประท้วง ไม่ให้ ผอ.เข้ามาในโรงเรียน  

ก่อนที่ต่อมาวันที่ 12 ม.ค.67 ได้มีคำสั่งย้าย ผอ.โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 แม่ลาน้อย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เซ่นปมค่าข้าวกลางวันเด็กหัวละ 30 บาท กับเมนูข้าวกับไข่ต้ม และน้ำพริก ซึ่งเรื่องนี้ได้ไปถึง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. แล้ว  ซึ่งก็ได้สั่งให้ ผอ.หญิงรายนี้ ย้ายมาประจำที่ สพฐ. 

อัปเดตล่าสุดเพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ออกมาแฉเบื้องลึก เกี่ยวกับ ผอ. รายนี้ เพิ่มเติมอีกว่า ผอ. ทำเด็กตายไปแล้ว 2 ราย  ย้ายมาอยู่ รร.ราชประชานุเคราะห์ 21 แม่ลาน้อย ได้ไม่ถึงปี ผอ.สินีนาถ ทำเด็กตายไปแล้ว 2 คน ปิดเรื่องเงียบ

·   คนแรกเด็กชาวกะเหรี่ยง เป็นโรค SLE ร่างกายไม่แข็งแรง พ่อแม่จะพากลับไปเรียนใกล้บ้าน ผอ.ไม่ยอม บอกถ้าจะพากลับต้องจ่าย 8,000 บาท ครอบครัวไม่มีเงินเด็กจึงต้องทนเรียนต่อ จนสิงหา 65 เด็กติดเชื้อไข้เลือดออกกับเป็นไข้ทับระดู ครูหอพาไปส่ง รพ. ตอนตี 3 แต่สุดท้ายก็เสีย พ่อแม่เด็กไม่ยอมไปแจ้งความ  แต่ด้วยความที่อ่านหนังสือไม่ออก โดนหลอกปั๊มนิ้วยอมความรับเงินชดเชย 

·    อีกคนเป็นไข้ป่าและติดเชื้อในกระแสเลือดแบบรุนแรง พ่อแม่เด็กมารับ ไม่ยอมให้เด็กกลับ จนเด็กตาย พ่อแม่ไม่ยอมความ พ่อหลวงผู้ใหญ่บ้านดำเนินการให้ ตอนนี้เรื่องอยู่ที่ศาล

ที่มา ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน 

เกี่ยวข้องกัน

ป.ป.ช. เดินหน้าแก้ปัญหาอาหารกลางวัน เสนอ มาตรการลดเสี่ยงทุจริต 

วันนี้ (17 ธันวาคม 2568) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้เสนอมาตรการเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนต่อคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 

สืบเนื่องจากโครงการอาหารกลางวันนักเรียนเป็นโครงการของรัฐที่มีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนได้รับอาหารที่มีคุณภาพและครบถ้วนตามหลักโภชนาการ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมากลับพบปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตและการดำเนินโครงการที่ไม่เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาทิ นักเรียนไม่ได้รับอาหารกลางวันที่เหมาะสม ไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ รวมทั้งมีการทุจริตเงินในโครงการอาหารกลางวัน 

สำนักงาน ป.ป.ช. เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงดำเนินการศึกษาเพื่อกำหนดมาตรการในการป้องกันการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียน จากการศึกษาพบประเด็นความเสี่ยงต่อการทุจริต และเห็นควรมีมาตรการเพื่อป้องกันการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนใน ประเด็น ดังต่อไปนี้

1. การจัดซื้อจัดจ้าง เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด เปิดให้ผู้ปกครองและชุมชนร่วมตรวจสอบ เผยแพร่เมนูและภาพอาหารประจำวันผ่านออนไลน์ และจัดทำคู่มือมาตรฐานกลางเพื่อลดช่องว่างการทุจริต

2. ประเด็นการขาดความรู้ความเข้าใจของผู้ปฏิบัติงาน

จากการศึกษาพบว่า โรงเรียนจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่มีบุคลากรจำกัด ยังขาดความรู้และความเข้าใจที่จำเป็นต่อการบริหารโครงการอาหารกลางวันและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ส่งผลให้ในหลายกรณีเกิดข้อผิดพลาดหรือการปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบโดยไม่ได้มีเจตนาทุจริต

นอกจากนี้ บริบทพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันยังเป็นปัจจัยสำคัญ เช่น โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลจำเป็นต้องจัดซื้อวัตถุดิบในราคาสูงกว่าปกติ หรือมีข้อจำกัดจากผู้จำหน่ายซึ่งมักเป็นร้านค้าขนาดเล็กที่ไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงินได้ รวมทั้งโรงเรียนบางแห่งประสบปัญหาการขาดแคลนผู้รับจ้างประกอบอาหาร สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้การดำเนินโครงการอาหารกลางวันมีความยากและซับซ้อนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการใช้งานระบบ Thai School Lunch ของเจ้าหน้าที่ ทำให้ไม่สามารถวางแผนเมนูอาหารตามหลักโภชนาการได้ครบถ้วนและต่อเนื่อง

จึงมีข้อเสนอแนะให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกรมบัญชีกลาง และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เร่งพัฒนาศักยภาพและทักษะของผู้ปฏิบัติงาน โดยร่วมกันกำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ให้ครอบคลุมทั้งด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการใช้งานระบบ Thai School Lunch พร้อมทั้งมีการประเมินผลและปรับปรุงหลักสูตรอย่างสม่ำเสมอ และควรพิจารณาจัดทำสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบ E-Learning เพื่อให้บุคลากรสามารถศึกษาได้ทุกเวลา รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษา (Helpdesk) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับระเบียบที่เกี่ยวข้อง 

3. ประเด็นในการตรวจสอบ กำกับ และติดตามโครงการ

จากการศึกษาพบว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบ กำกับ และติดตามโครงการอาหารกลางวันนักเรียนยังมีข้อจำกัดหลายประการ อาทิ ขาดการบูรณาการในการลงพื้นที่ตรวจสอบ ขาดความต่อเนื่อง และขาดผู้ตรวจสอบที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่บางส่วนยังปฏิบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบ

จึงมีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ กำกับดูแลหน่วยงานในสังกัดทุกระดับให้ดำเนินการตรวจสอบ กำกับ และติดตามโครงการอาหารกลางวันอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานระหว่างส่วนกลางและพื้นที่ โดยควรประสานผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดซื้อจัดจ้างเข้าร่วมการตรวจสอบ และจัดทำระบบรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา และอุปสรรคอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

ทั้งนี้ มาตรการเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนดังกล่าว จะได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้เป็นแนวทางในการป้องกันการทุจริตต่อไป 

 

 

ที่มา PPTVHD36

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น