สมาชิกเข้าสู่ระบบ

รู้จัก "ลานีญา" คืออะไร เทียบความต่างกับ “เอลนีโญ”

จากกรณี กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่สภาวะ 'ลานีญา' ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2567 และจะต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือนธันวาคม 2567 ถึงกุมภาพันธ์ 2568 ส่งผลให้ครึ่งปีหลังของประเทศไทย มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และอุณหภูมิยังคงสูงกว่าค่าปกติ แต่มีแนวโน้มที่ฤดูหนาวปีนี้อุณหภูมิจะลดลงกว่าปีที่แล้ว

 

"ลานีญา" คืออะไร

ลานีญา มีชื่อเรียกต่างๆ กันหลายชื่อ เช่น น้องของเอลนีโญ (El Niño’s sister) สภาวะตรงข้ามเอลนีโญ (anti–El Niño หรือ the opposite of El Niño) สภาวะที่ไม่ใช่เอลนีโญ (non El Niño) และฤดูกาลที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเย็น (season with cold SSTs) เป็นต้น (Glantz, 2001)

แต่ทั้งหมดไม่ว่าชื่อใดจะมีความหมายเดียวกัน คือ ปรากฏการณ์ที่กลับกันกับเอลนีโญ กล่าวคือ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลาง และตะวันออกของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรมีค่าต่ำกว่าปกติ เนื่องจากลมค้าตะวันออกเฉียงใต้มีกำลังแรงมากกว่าปกติ จึงพัดพาผิวน้ำทะเลที่อุ่นจากตะวันออกไปสะสมอยู่ทางตะวันตกมากยิ่งขึ้น

ทำให้บริเวณดังกล่าวซึ่งเดิมมีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลและระดับน้ำทะเลสูงกว่าทางตะวันออกอยู่แล้วยิ่งมีอุณหภูมิและระดับน้ำทะเลสูงขึ้นไปอีก ปรากฏการณ์ลานีญาเกิดขึ้นได้ทุก 2–3 ปี และปกติจะเกิดขึ้นนานประมาณ 9–12 เดือน แต่บางครั้งอาจปรากฏอยู่ได้นานถึง 2 ปี

 

ผลกระทบของ "ลานีญา" ต่อปริมาณฝนและอุณหภูมิในประเทศไทย

จากการศึกษาสภาวะฝนและอุณหภูมิของประเทศไทยในปีเอลนีโญ โดยใช้วิธีวิเคราะห์ค่า composite percentile ของปริมาณฝน และ composite standardized ของอุณหภูมิในปีเอลนีโญ

จากข้อมูลปริมาณฝนและอุณหภูมิรายเดือน ในช่วงเวลา 50 ปี ตั้งแต่พ.ศ.2494 ถึง 2543 พบว่า ในปีลานีญาปริมาณฝนของประเทศไทยส่วนใหญ่สูงกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนและต้นฤดูฝนเป็นระยะที่ลานีญามีผลกระทบต่อสภาวะฝนของประเทศไทยชัดเจนกว่าช่วงอื่น และพบว่าในช่วงกลางและปลายฤดูฝน ลานีญามีผลกระทบต่อสภาวะฝนของประเทศไทยไม่ชัดเจน

สำหรับอุณหภูมิ ปรากฏว่าลานีญามีผลกระทบต่ออุณหภูมิในประเทศไทยชัดเจนกว่าฝน โดยทุกภาคของประเทศไทยมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติทุกฤดู และพบว่าลานีญาที่มีขนาดปานกลางถึงรุนแรงส่งผลให้ปริมาณฝนของประเทศไทยสูงกว่าปกติมากขึ้น ขณะที่อุณหภูมิต่ำกว่าปกติมากขึ้น

 

เอลนีโญ” คืออะไร

เอลนีโญ คือ การอุ่นขึ้นอย่างผิดปกติของน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ซึ่งเกิดจากการอ่อนกำลังลงของลมค้า (trade wind) คำจำกัดความของเอลนีโญแม้จะมีมากมายแต่ลักษณะบางอย่างซึ่งเป็นลักษณะปกติของเอลนีโญจะปรากฏให้เห็น คือ

การอุ่นขึ้นผิดปกติของผิวน้ำทะเล

กระแสน้ำอุ่นที่ไหลลงทางใต้ตามชายฝั่งประเทศเปรู

เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้นทางด้านตะวันออก และตอนกลางของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตร

ปรากฏตามชายฝั่งประเทศเอกวาดอร์ และเปรูเหนือ (บางครั้งประเทศชิลี)

เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศที่ระดับน้ำทะเล

เกิดร่วมกับการอ่อนกำลังลงของลมค้าที่พัดไปทางทิศตะวันตกบริเวณแปซิฟิกเขตศูนย์สูตร

เวียนเกิดซ้ำแต่ช่วงเวลาไม่สม่ำเสมอ

เกิดแต่ละครั้งนาน 12 – 18 เดือน

 

ผลกระทบของ "เอลนีโญ" ต่อปริมาณฝนและอุณหภูมิในประเทศไทย

จากการศึกษาสภาวะฝนและอุณหภูมิของประเทศไทยในปีเอลนีโญ โดยใช้วิธีวิเคราะห์ค่า composite percentile ของปริมาณฝน และ composite standardized ของอุณหภูมิในปีเอลนีโญ จากข้อมูลปริมาณฝนและอุณหภูมิรายเดือน ในช่วงเวลา 50 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2494 ถึง 2543

พบว่า ในปีเอลนีโญปริมาณฝนของประเทศไทยส่วนใหญ่ต่ำกว่าปกติ (rainfall Index น้อยกว่า 50) โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนและต้นฤดูฝน และพบว่าเอลนีโญขนาดปานกลางถึงรุนแรงมีผลกระทบทำให้ปริมาณฝนต่ำกว่าปกติมากขึ้น

สำหรับอุณหภูมิ ปรากฏว่าสูงกว่าปกติทุกฤดูในปีเอลนีโญ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนและต้นฤดูฝน และสูงกว่าปกติมากขึ้นในกรณีที่เอลนีโญมีขนาดปานกลางถึงรุนแรง

อย่างไรก็ตามจากการศึกษาพบว่าในช่วงกลางและปลายฤดูฝน ไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับสภาวะฝนในปีเอลนีโญได้ชัดเจน นั่นคือ ปริมาณฝนของประเทศไทยมีโอกาสเป็นไปได้ทั้งสูงกว่าปกติและต่ำกว่าปกติหรืออาจกล่าวได้ว่าช่วงกลางและปลายฤดูฝนเป็นระยะที่เอลนีโญมีผลกระทบต่อปริมาณฝนของประเทศไทยไม่ชัดเจน

จากผลการศึกษาพอสรุปได้กว้าง ๆ ว่าหากเกิดเอลนีโญ ปริมาณฝนของประเทศไทยมีแนวโน้มว่าจะต่ำกว่าปกติ โดยเฉพาะฤดูร้อนและต้นฤดูฝน ในขณะที่อุณหภูมิของอากาศจะสูงกว่าปกติ เฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เอลนีโญมีขนาดรุนแรง ผลกระทบดังกล่าวจะชัดเจนมากขึ้น

 

ความแตกต่างระหว่าง "ลานีญา" และ “เอลนีโญ”

ในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์ เอลนีโญ ประเทศไทยจะมีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปกติ และมีอุณภูมิเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็จะสวนทางกับ ปรากฏการณ์ ลานีญา ประเทศไทยจะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าปกติ และมีอุณภูมิลดลง

 

รู้จัก "ลานีญา" คืออะไร ส่งผลกระทบอะไรบ้าง หลัง ไทยเตรียมเผชิญถึง ม.ค. 68 ฝนเพิ่มขึ้น-อุณหภูมิเดือด พร้อมเปรียบเทียบความต่าง “เอลนีโญ”

 

ข้อมูลโดย : กรมอุตุนิยมวิทยา

ที่มา ; ข่าวสดออนไลน์

สรุปสาระสำคัญ

ปรากฏการณ์ “ลานีญา” เป็นภาวะภูมิอากาศที่มีลักษณะตรงข้ามกับ “เอลนีโญ” โดยเกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกต่ำกว่าปกติ เนื่องจากลมค้าตะวันออกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้น้ำอุ่นถูกพัดไปสะสมทางตะวันตกมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ลานีญาช่วงกลางปี 2567 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2568 ส่งผลให้ปริมาณฝนโดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนและต้นฤดูฝน ขณะที่อุณหภูมิมีแนวโน้มลดลงกว่าปกติ แม้บางช่วงยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ย อย่างไรก็ตาม หากลานีญามีความรุนแรง จะทำให้ฝนเพิ่มมากขึ้นและอุณหภูมิลดลงชัดเจน

ในทางตรงกันข้าม “เอลนีโญ” ทำให้ฝนลดลงและอุณหภูมิสูงขึ้น โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนและต้นฤดูฝน ขณะที่ช่วงกลางและปลายฤดูฝนอิทธิพลของทั้งสองปรากฏการณ์ไม่ชัดเจน

โดยสรุป ลานีญา = ฝนมากขึ้น อุณหภูมิลดลง ส่วนเอลนีโญ = ฝนน้อยลง อุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งทั้งสองปรากฏการณ์ส่งผลสำคัญต่อการวางแผนบริหารจัดการน้ำและการรับมือภัยพิบัติของประเทศไทย

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

ลักษณะสำคัญของ “ลานีญา” คือข้อใด
ก. น้ำทะเลอุ่นขึ้นผิดปกติในแปซิฟิกตอนกลาง
ข. น้ำทะเลเย็นกว่าปกติในแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออก
ค. ฝนลดลงและอุณหภูมิสูงขึ้น
ง. ความกดอากาศสูงทั่วโลกเพิ่มขึ้น

เฉลย: ข
เหตุผล: ลานีญาคือภาวะน้ำทะเลเย็นกว่าปกติในแปซิฟิกตอนกลาง–ตะวันออก

 

ข้อ 2

ผลกระทบของลานีญาต่อประเทศไทยโดยรวมคือข้อใด
ก. ฝนน้อยลง อุณหภูมิสูงขึ้น
ข. ฝนมากขึ้น อุณหภูมิลดลง
ค. ฝนและอุณหภูมิคงที่
ง. พายุลดลงทุกพื้นที่

เฉลย: ข
เหตุผล: ลานีญาทำให้ฝนเพิ่มและอุณหภูมิลดลง

 

ข้อ 3

ช่วงเวลาที่ไทยคาดว่าจะเข้าสู่ลานีญาคือช่วงใด
ก. ม.ค.–มี.ค. 2567
ข. เม.ย.–มิ.ย. 2567
ค. ก.ค.–ก.ย. 2567 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2568
ง. ตลอดปี 2569

เฉลย: ค
เหตุผล: ข้อมูลระบุชัดเจนช่วงกลางปี 2567 ถึงต้นปี 2568

 

ข้อ 4

ช่วงที่ลานีญามีผลต่อฝนไทยชัดเจนที่สุดคือ
ก. กลางฤดูหนาว
ข. ฤดูร้อนและต้นฤดูฝน
ค. ปลายฤดูฝน
ง. ต้นฤดูหนาว

เฉลย: ข
เหตุผล: งานวิจัยชี้ชัดว่าฤดูร้อน–ต้นฝนได้รับผลมากที่สุด

 

ข้อ 5

ข้อใดเป็นผลของ “เอลนีโญ”
ก. ฝนมากขึ้น
ข. อุณหภูมิลดลง
ค. ฝนน้อยลง อุณหภูมิสูงขึ้น
ง. ไม่มีผลต่อไทย

เฉลย: ค
เหตุผล: เอลนีโญทำให้ฝนน้อยและอุณหภูมิสูงขึ้น

 

ข้อ 6

เหตุใดลานีญาจึงเกิดฝนเพิ่มขึ้นในไทย
ก. ลมค้าตะวันออกอ่อนลง
ข. ลมค้าตะวันออกแรงขึ้น ดันน้ำอุ่นไปตะวันตก
ค. ความกดอากาศลดลงทั่วโลก
ง. พายุลดลง

เฉลย: ข
เหตุผล: ลมค้าตะวันออกแรงขึ้นทำให้การกระจายน้ำทะเลเปลี่ยน

 

ข้อ 7

หากผู้บริหารโรงเรียนต้องวางแผนป้องกันน้ำท่วม ควรคำนึงถึงปรากฏการณ์ใด
ก. เอลนีโญ
ข. ลานีญา
ค. สุริยุปราคา
ง. กระแสน้ำขึ้นลง

เฉลย: ข
เหตุผล: ลานีญาทำให้ฝนมากขึ้น เสี่ยงน้ำท่วม

 

ข้อ 8

ข้อใดเป็นความแตกต่างสำคัญระหว่างลานีญาและเอลนีโญ
ก. ลานีญาฝนน้อยกว่า
ข. เอลนีโญทำให้อุณหภูมิลดลง
ค. ลานีญาฝนมาก เอลนีโญฝนน้อย
ง. ทั้งสองเหมือนกัน

เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นความแตกต่างหลักของสองปรากฏการณ์

 

ข้อ 9

ช่วงใดที่ผลกระทบของทั้งสองปรากฏการณ์ไม่ชัดเจน
ก. ต้นฤดูฝน
ข. ฤดูร้อน
ค. กลางและปลายฤดูฝน
ง. ฤดูหนาว

เฉลย: ค
เหตุผล: ข้อมูลระบุผลไม่ชัดในช่วงกลาง–ปลายฤดูฝน

 

ข้อ 10

การนำความรู้เรื่องลานีญาไปใช้ในการบริหารสถานศึกษาเหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. งดกิจกรรมทั้งหมด
ข. เพิ่มวันหยุดนักเรียน
ค. วางแผนรับมือฝนและความปลอดภัย
ง. ลดการเรียนการสอน

เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้เพื่อวางแผนบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัย