
วันที่ 20 เม.ย.65 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ในเดือนพฤษภาคมนี้ ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายให้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบ on-site หรือ จัดการเรียนการสอนที่สถานศึกษาให้มากที่สุด โดยไม่นำเรื่องการฉีดวัคซีนมาเป็นเงื่อนไขในการมาเรียนของนักเรียน ขณะเดียวกัน ศธ.จะรณรงค์ให้นักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ไปจนถึงนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้มากที่สุด และ สถานศึกษาต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย 6-6-7 เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) ในสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ความมั่นใจว่าสถานศึกษาเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
“สำหรับการดูแลนักเรียน เบื้องต้นได้หารือกันว่า อาจจะต้องแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มาโรงเรียนได้ ต้องมีการเว้นระยะห่างในการทำกิจกรรมต่างๆ และ กลุ่มที่ไม่สามารถมาเรียนที่โรงเรียนได้ ด้วยเหตุผลต่างๆ ทางโรงเรียนต้องจัดการเรียนการสอนในรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับผู้เรียนแต่ละคนให้ เช่น การเรียนการสอนแบบ ON-LINE ผ่านอินเทอร์เน็ต และ ON-HAND สำหรับนักเรียนที่ไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ โดยการนำหนังสือ แบบฝึกหัด ใบงาน ไปเรียนรู้ที่บ้าน เป็นต้น ทั้งนี้ สถานศึกษาต้องไปพิจารณาแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับบริบทในพื้นที่ของตนเอง เพื่อคุณภาพในการจัดการศึกษา และความปลอดภัยของผู้เรียนทุกคน” รมว.ศธ.กล่าว
รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดเมื่อวันที่ 19 เม.ย.2565 พบว่า ครูและบุคลากรในสังกัด ศธ. ทั้งในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน จำนวน 685,528 คน ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 ไปแล้วกว่า 99.99 % มีเพียง 15,474 คน ที่ไม่ได้รับวัคซีน ในจำนวนนี้มีถึง 97% ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ถึงเข็มที่ 4 แล้ว สำหรับนักเรียน นักศึกษา ช่วงอายุ 12 ปีขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ถึง ปวส.ทั้งหมดจำนวน 5,171,840 คน ประสงค์ฉีดวัคซีน 4,428,331 คน คิดเป็น 85.62 % ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 แล้ว จำนวน 4,232,281 คน คิดเป็น 95.57% ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว จำนวน 3,399,786 คน คิดเป็น 76.77% ส่วนนักเรียนช่วงอายุ 5ปีถึงอายุ 12 ปี (ไม่เกิน 11 ปี 11 เดือน 29 วัน) ทั้งหมดจำนวน 5,263,064 คน ประสงค์ฉีดวัคซีน 3,346,064 คน คิดเป็น 63.58 % ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 แล้ว จำนวน 1,487,003 คน คิดเป็น 44.44% ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 แล้วจำนวน 46,162 คน คิดเป็น 1.38% ซึ่งในระหว่างปิดภาคเรียนนี้ ศธ.จะประสานกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการฉีดวัคซีนให้นักเรียนได้อย่างครอบคลุมทั่วถึงมากที่สุด
ทั้งนี้ มาตรการความปลอดภัย 6-6-7 ที่สถานศึกษาต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือ
· 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) ได้แก่ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือ คัดกรองวัดไข้ ลดการแออัด และทำความสะอาด
· 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) ประกอบด้วย ดูแลตนเอง ใช้ช้อนกลาง กินอาหารปรุงสุกใหม่ ลงทะเบียนเข้าออกโรงเรียน สำรวจตรวจสอบ และกักกันตัวเอง และ
· แนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษา ได้แก่ การประเมิน TSC+ รายงานผลผ่าน MOE COVID อย่างต่อเนื่อง, การทำSmall Bubble สำหรับกิจกรรมแบบกลุ่มย่อย, การจัดอาหารตามหลักสุขาภิบาลอาหารและหลักโภชนาการ, การอนามัยสิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศ ความสะอาด น้ำ ขยะ, การทำ School Isolation โดยมีแผนเผชิญเหตุและซักซ้อม, การทำ Seal Route ดูแลการเดินทางจากบ้านไปกลับโรงเรียน และการจัดให้มี School Pass
เสมา 1 สั่งสถานศึกษาในสังกัด ศธ. เตรียมพร้อมรับมือเปิดเทอม1/2565 เข้มมาตรการความปลอดภัย 6-6-7 เน้นจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ On-Site ตรวจ ATK ไม่เป็นเงื่อนไขในการเข้าเรียน ประสาน สธ.ปูพรมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้นักเรียน นักศึกษา
ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์ 20 เมษายน 2565 1
สรุปสาระสำคัญ
กระทรวงศึกษาธิการกำหนดนโยบายเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โดยเน้นจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ On-site เป็นหลัก เพื่อฟื้นฟูคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทั้งนี้ ไม่กำหนดให้การฉีดวัคซีนหรือการตรวจ ATK เป็นเงื่อนไขในการเข้าเรียน แต่จะรณรงค์ให้นักเรียน ครู และบุคลากรเข้ารับวัคซีนให้ครอบคลุมมากที่สุด ควบคู่กับการปฏิบัติตาม มาตรการความปลอดภัย 6-6-7 อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา
ศธ.เน้นให้สถานศึกษาปรับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ โดยอาจแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มที่มาเรียนได้และไม่ได้ พร้อมจัดการเรียนรู้แบบ Online หรือ On-hand สำหรับผู้ที่ขาดความพร้อม ทั้งนี้ข้อมูลการฉีดวัคซีนพบว่าครูและบุคลากรได้รับวัคซีนในสัดส่วนสูง ขณะที่นักเรียนยังต้องเร่งขยายความครอบคลุม โดย ศธ.จะบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเร่งฉีดวัคซีนช่วงปิดภาคเรียน เป้าหมายสูงสุดคือ การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ควบคู่ความปลอดภัย และลดความเหลื่อมล้ำของผู้เรียน
ข้อสอบ
สาระสำคัญที่สุดของนโยบายการเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2565 ตามข่าวนี้คือข้อใด
ก. การบังคับให้นักเรียนทุกคนต้องฉีดวัคซีนครบก่อนเข้าเรียน
ข. การจัดการเรียนการสอน On-site เป็นหลัก โดยคำนึงถึงบริบทและความปลอดภัย
ค. การใช้รูปแบบ Online เป็นหลักเพื่อลดความเสี่ยง
ง. การชะลอเปิดภาคเรียนจนกว่านักเรียนฉีดวัคซีนครบ
หากผู้บริหารสถานศึกษานำข่าวนี้ไปใช้กำหนดนโยบายโรงเรียน ข้อใดสอดคล้องกับเจตนารมณ์ ศธ. มากที่สุด
ก. ไม่จัด Online หรือ On-hand อีกต่อไป
ข. แยกนักเรียนตามความพร้อมและจัดรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสม
ค. บังคับตรวจ ATK ทุกคนก่อนเข้าโรงเรียน
ง. เปิดเรียนตามปกติโดยไม่ต้องมีมาตรการใดเพิ่มเติม
มาตรการความปลอดภัย 6-6-7 มีบทบาทสำคัญต่อการเปิดเรียน On-site อย่างไร
ก. เป็นเครื่องมือทางกฎหมายในการควบคุมครู
ข. เป็นกลไกเสริมสร้างความมั่นใจด้านสุขภาพในสถานศึกษา
ค. ใช้เฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่
ง. เป็นมาตรการชั่วคราวที่ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติจริง
จากข้อมูลการฉีดวัคซีน ข้อใดสะท้อนความท้าทายด้านนโยบายการศึกษามากที่สุด
ก. ครูได้รับวัคซีนครบเกือบทั้งหมด
ข. นักเรียนอายุ 5–12 ปีมีอัตราฉีดวัคซีนต่ำ
ค. นักเรียน ปวส. ได้รับวัคซีนสูง
ง. บุคลากรทางการศึกษาได้รับวัคซีนเข็มแรกครบ
หากเกิดการระบาดในโรงเรียน การดำเนินการใดสอดคล้องกับแนวคิดในข่าวมากที่สุด
ก. ปิดโรงเรียนทันทีทุกกรณี
ข. ใช้มาตรการ School Isolation และแผนเผชิญเหตุ
ค. ยกเลิกการเรียนทั้งหมด
ง. โอนความรับผิดชอบให้ผู้ปกครอง
คลิกเฉลย >>>