สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M239_ศธ.สั่งสถานศึกษาเข้มมาตรการ 6-6-7 รับมือเปิดเทอม

วันที่ 20 เม.ย.65 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ในเดือนพฤษภาคมนี้ ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายให้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบ on-site หรือ จัดการเรียนการสอนที่สถานศึกษาให้มากที่สุด โดยไม่นำเรื่องการฉีดวัคซีนมาเป็นเงื่อนไขในการมาเรียนของนักเรียน ขณะเดียวกัน ศธ.จะรณรงค์ให้นักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ไปจนถึงนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้มากที่สุด และ สถานศึกษาต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย 6-6-7 เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) ในสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ความมั่นใจว่าสถานศึกษาเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน 

สำหรับการดูแลนักเรียน เบื้องต้นได้หารือกันว่า อาจจะต้องแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มาโรงเรียนได้ ต้องมีการเว้นระยะห่างในการทำกิจกรรมต่างๆ และ กลุ่มที่ไม่สามารถมาเรียนที่โรงเรียนได้ ด้วยเหตุผลต่างๆ ทางโรงเรียนต้องจัดการเรียนการสอนในรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับผู้เรียนแต่ละคนให้ เช่น การเรียนการสอนแบบ ON-LINE ผ่านอินเทอร์เน็ต และ ON-HAND สำหรับนักเรียนที่ไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ โดยการนำหนังสือ แบบฝึกหัด ใบงาน ไปเรียนรู้ที่บ้าน เป็นต้น ทั้งนี้ สถานศึกษาต้องไปพิจารณาแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับบริบทในพื้นที่ของตนเอง เพื่อคุณภาพในการจัดการศึกษา และความปลอดภัยของผู้เรียนทุกคน” รมว.ศธ.กล่าว 

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดเมื่อวันที่ 19 เม.ย.2565 พบว่า ครูและบุคลากรในสังกัด ศธ. ทั้งในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน จำนวน 685,528 คน ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 ไปแล้วกว่า 99.99 % มีเพียง 15,474 คน ที่ไม่ได้รับวัคซีน ในจำนวนนี้มีถึง 97% ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ถึงเข็มที่ 4 แล้ว สำหรับนักเรียน นักศึกษา ช่วงอายุ 12 ปีขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ถึง ปวส.ทั้งหมดจำนวน 5,171,840 คน ประสงค์ฉีดวัคซีน 4,428,331 คน คิดเป็น 85.62 % ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 แล้ว จำนวน 4,232,281 คน คิดเป็น 95.57% ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว จำนวน 3,399,786 คน คิดเป็น 76.77% ส่วนนักเรียนช่วงอายุ 5ปีถึงอายุ 12 ปี (ไม่เกิน 11 ปี 11 เดือน 29 วัน) ทั้งหมดจำนวน 5,263,064 คน ประสงค์ฉีดวัคซีน 3,346,064 คน คิดเป็น 63.58 % ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 แล้ว จำนวน 1,487,003 คน คิดเป็น 44.44% ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 แล้วจำนวน 46,162 คน คิดเป็น 1.38% ซึ่งในระหว่างปิดภาคเรียนนี้ ศธ.จะประสานกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการฉีดวัคซีนให้นักเรียนได้อย่างครอบคลุมทั่วถึงมากที่สุด 

ทั้งนี้ มาตรการความปลอดภัย 6-6-7 ที่สถานศึกษาต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือ

·      6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) ได้แก่ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือ คัดกรองวัดไข้ ลดการแออัด และทำความสะอาด

·      6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) ประกอบด้วย ดูแลตนเอง ใช้ช้อนกลาง กินอาหารปรุงสุกใหม่ ลงทะเบียนเข้าออกโรงเรียน สำรวจตรวจสอบ และกักกันตัวเอง และ

·      แนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษา ได้แก่ การประเมิน TSC+ รายงานผลผ่าน MOE COVID อย่างต่อเนื่อง, การทำSmall Bubble สำหรับกิจกรรมแบบกลุ่มย่อย, การจัดอาหารตามหลักสุขาภิบาลอาหารและหลักโภชนาการ, การอนามัยสิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศ ความสะอาด น้ำ ขยะ, การทำ School Isolation โดยมีแผนเผชิญเหตุและซักซ้อม, การทำ Seal Route ดูแลการเดินทางจากบ้านไปกลับโรงเรียน และการจัดให้มี School Pass 

เสมา 1 สั่งสถานศึกษาในสังกัด ศธ. เตรียมพร้อมรับมือเปิดเทอม1/2565 เข้มมาตรการความปลอดภัย 6-6-7 เน้นจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ On-Site ตรวจ ATK ไม่เป็นเงื่อนไขในการเข้าเรียน ประสาน สธ.ปูพรมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้นักเรียน นักศึกษา

 

ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์  20 เมษายน 2565 1 

สรุปสาระสำคัญ 

กระทรวงศึกษาธิการกำหนดนโยบายเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โดยเน้นจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ On-site เป็นหลัก เพื่อฟื้นฟูคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทั้งนี้ ไม่กำหนดให้การฉีดวัคซีนหรือการตรวจ ATK เป็นเงื่อนไขในการเข้าเรียน แต่จะรณรงค์ให้นักเรียน ครู และบุคลากรเข้ารับวัคซีนให้ครอบคลุมมากที่สุด ควบคู่กับการปฏิบัติตาม มาตรการความปลอดภัย 6-6-7 อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา  

ศธ.เน้นให้สถานศึกษาปรับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ โดยอาจแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มที่มาเรียนได้และไม่ได้ พร้อมจัดการเรียนรู้แบบ Online หรือ On-hand สำหรับผู้ที่ขาดความพร้อม ทั้งนี้ข้อมูลการฉีดวัคซีนพบว่าครูและบุคลากรได้รับวัคซีนในสัดส่วนสูง ขณะที่นักเรียนยังต้องเร่งขยายความครอบคลุม โดย ศธ.จะบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเร่งฉีดวัคซีนช่วงปิดภาคเรียน เป้าหมายสูงสุดคือ การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ควบคู่ความปลอดภัย และลดความเหลื่อมล้ำของผู้เรียน 

 

ข้อสอบ 

ข้อ 1

สาระสำคัญที่สุดของนโยบายการเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2565 ตามข่าวนี้คือข้อใด
ก. การบังคับให้นักเรียนทุกคนต้องฉีดวัคซีนครบก่อนเข้าเรียน
ข. การจัดการเรียนการสอน On-site เป็นหลัก โดยคำนึงถึงบริบทและความปลอดภัย
ค. การใช้รูปแบบ Online เป็นหลักเพื่อลดความเสี่ยง
ง. การชะลอเปิดภาคเรียนจนกว่านักเรียนฉีดวัคซีนครบ

 

ข้อ 2

หากผู้บริหารสถานศึกษานำข่าวนี้ไปใช้กำหนดนโยบายโรงเรียน ข้อใดสอดคล้องกับเจตนารมณ์ ศธ. มากที่สุด
ก. ไม่จัด Online หรือ On-hand อีกต่อไป
ข. แยกนักเรียนตามความพร้อมและจัดรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสม
ค. บังคับตรวจ ATK ทุกคนก่อนเข้าโรงเรียน
ง. เปิดเรียนตามปกติโดยไม่ต้องมีมาตรการใดเพิ่มเติม

 

ข้อ 3

มาตรการความปลอดภัย 6-6-7 มีบทบาทสำคัญต่อการเปิดเรียน On-site อย่างไร
ก. เป็นเครื่องมือทางกฎหมายในการควบคุมครู
ข. เป็นกลไกเสริมสร้างความมั่นใจด้านสุขภาพในสถานศึกษา
ค. ใช้เฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่
ง. เป็นมาตรการชั่วคราวที่ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติจริง

 

ข้อ 4

จากข้อมูลการฉีดวัคซีน ข้อใดสะท้อนความท้าทายด้านนโยบายการศึกษามากที่สุด
ก. ครูได้รับวัคซีนครบเกือบทั้งหมด
ข. นักเรียนอายุ 5–12 ปีมีอัตราฉีดวัคซีนต่ำ
ค. นักเรียน ปวส. ได้รับวัคซีนสูง
ง. บุคลากรทางการศึกษาได้รับวัคซีนเข็มแรกครบ

 

ข้อ 5

หากเกิดการระบาดในโรงเรียน การดำเนินการใดสอดคล้องกับแนวคิดในข่าวมากที่สุด
ก. ปิดโรงเรียนทันทีทุกกรณี
ข. ใช้มาตรการ School Isolation และแผนเผชิญเหตุ
ค. ยกเลิกการเรียนทั้งหมด
ง. โอนความรับผิดชอบให้ผู้ปกครอง

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม