
รศ.ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่า กรณีที่ สสวท.ทำหน้าที่เป็นศูนย์ดำเนินงาน PISA แห่งชาติของไทย ดำเนินงานโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาในการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนมีศักยภาพ หรือความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการประเมินปัจจุบัน คือ PISA 2022 เน้นการประเมินความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ และประเมินเพิ่มเติมด้านความคิดสร้างสรรค์ สำหรับการดำเนินงาน PISA 2022 ของไทย ได้เก็บรวบรวมข้อมูลรอบการวิจัยหลักเรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีนักเรียนกลุ่มตัวอย่างเข้าร่วมการประเมินดังกล่าว 8,509 คน จาก 280 โรงเรียน ทั่วประเทศทุกสังกัดการศึกษา ซึ่งจะเผยแพร่ผลการประเมินด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ของ PISA 2022 ในเดือนธันวาคม และเผยแพร่ผลการประเมินด้านความคิดสร้างสรรค์ ในเดือนธันวาคม 2567
“สำหรับรอบการประเมินถัดไปคือ PISA 2025 จะเน้นการประเมินความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์เป็นหลัก และประเมินเพิ่มเติมด้านการเรียนรู้ในโลกดิจิทัล โดยจะจัดสอบรอบทดลองใช้เครื่องมือในปี ค.ศ.2024 และสอบรอบ Main Survey ปี ค.ศ.2025 สำหรับไทยการประเมิน PISA 2025 จะจัดสอบรอบทดลองใช้เครื่องมือในเดือนสิงหาคม 2567 และจัดสอบรอบการวิจัยหลักในเดือนสิงหาคม 2568” รศ.ดร.ธีระเดช กล่าว
รศ.ดร.ธีระเดชกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในการประชุมสภาบริหารของโปรแกรม PISA (PGB) ครั้งที่ 54 วันที่ 2-4 พฤศจิกายน ในรูปแบบผสมผสานที่กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้น ได้พิจารณาความถี่ในการจัดสอบ PISA หลังจากรอบการประเมิน PISA 2025 ซึ่งเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน จากการหารือร่วมกันของทุกประเทศในกลุ่ม OECD และประเทศสมาชิกสมทบ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขยายระยะห่างของแต่ละรอบการประเมินเป็นทุก 4 ปี จากเดิมที่มีการประเมินทุก 3 ปี เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของศูนย์แห่งชาติ โดยยังคงรักษามาตรฐานของการประเมินระดับนานาชาติร่วมกัน ดังนั้น รอบการประเมินถัดจาก PISA 2025 จะเป็น PISA 2029 ซึ่งเน้นการประเมินความฉลาดรู้ด้านการอ่านเป็นหลัก
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565
สรุปสาระสำคัญ
บทความสะท้อน สถานการณ์การยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยในบริบทสากล ผ่านการดำเนินงานโครงการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ซึ่ง สสวท. ทำหน้าที่เป็นศูนย์ดำเนินงานแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายประเมินความพร้อมของผู้เรียนในการดำรงชีวิตในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่เน้นความรู้เชิงท่องจำ แต่เน้น สมรรถนะพื้นฐานและการประยุกต์ใช้ความรู้
หลักการสำคัญ คือการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์จากการประเมินระดับนานาชาติ เพื่อสะท้อนคุณภาพของระบบการศึกษา และใช้เป็นฐานในการกำหนดนโยบายและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
แนวคิดสำคัญ ของ PISA 2022 มุ่งประเมินความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ และเสริมการประเมินด้านความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่ PISA 2025 จะให้ความสำคัญกับความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์และการเรียนรู้ในโลกดิจิทัล สอดคล้องกับทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
แนวปฏิบัติทางการศึกษา ที่ควรนำไปใช้ คือการปรับการจัดการเรียนรู้ให้เน้นการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ และการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การขยายรอบการประเมินเป็นทุก 4 ปี ช่วยให้ประเทศสมาชิกมีเวลาพัฒนาระบบการศึกษาอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนมากขึ้น
ข้อสอบ
ข้อ 1 วัตถุประสงค์หลักของการประเมิน PISA ตามบทความ สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
ก. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการระหว่างโรงเรียน
ข. วัดความรู้ตามหลักสูตรแกนกลางเป็นรายวิชา
ค. ประเมินสมรรถนะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่เปลี่ยนแปลง
ง. จัดอันดับคุณภาพครูและสถานศึกษา
ข้อ 2 การเพิ่มการประเมิน “ความคิดสร้างสรรค์” ใน PISA 2022 สะท้อนแนวคิดใดของการจัดการศึกษา
ก. การเรียนรู้แบบเน้นผลสัมฤทธิ์ปลายทาง
ข. การพัฒนาทักษะเชิงวิชาการแบบเข้มข้น
ค. การเตรียมผู้เรียนสู่การสอบแข่งขันระดับชาติ
ง. การพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวมและสมรรถนะศตวรรษที่ 21
ข้อ 3 หากโรงเรียนต้องการปรับการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับ PISA 2025 แนวทางใดเหมาะสมที่สุด
ก. เพิ่มชั่วโมงท่องจำสูตรทางวิทยาศาสตร์
ข. เน้นการสอนเนื้อหาเชิงลึกเฉพาะตำรา
ค. จัดการเรียนรู้เชิงสืบเสาะ ใช้ปัญหาและดิจิทัลเป็นฐาน
ง. มุ่งฝึกทำข้อสอบแบบเลือกตอบจำนวนมาก
ข้อ 4 การขยายรอบการประเมิน PISA จากทุก 3 ปี เป็นทุก 4 ปี มีผลเชิงนโยบายสำคัญอย่างไร
ก. ลดความเข้มข้นของมาตรฐานการประเมิน
ข. เพิ่มเวลาประเทศสมาชิกในการพัฒนาระบบการศึกษาอย่างมีคุณภาพ
ค. ทำให้ผลการประเมินขาดความน่าเชื่อถือ
ง. ลดบทบาทของศูนย์ดำเนินงานแห่งชาติ
ข้อ 5 ในมุมมองของผู้บริหารสถานศึกษา การใช้ผล PISA อย่างเหมาะสมควรเป็นอย่างไร
ก. ใช้เพื่อจัดอันดับครูและนักเรียน
ข. ใช้เป็นเกณฑ์ลงโทษโรงเรียนที่มีผลต่ำ
ค. ใช้เพื่อปรับหลักสูตรให้สอดคล้องข้อสอบ PISA
ง. ใช้เป็นข้อมูลสะท้อนคุณภาพและวางแผนพัฒนาการเรียนรู้เชิงระบบ
คลิกเฉลย >>>