สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ข้อเสนอ ส.บ.ม.ท ต่อ เสมา 1 เพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษา

สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) ได้ติดตามการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาและการบริหารการศึกษา จึงมีข้อคิดเห็นในการจัดการศึกษาและการบริหารการศึกษาที่เป็นปัญหาต้องแก้ไขเร่งด่วนและการกำหนดนโยบายเพื่อคุณภาพการศึกษาในประเทศไทย เสนอต่อ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.คนใหม่ ดังนี้

งานเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ปัญหาโดยเร็ว

1.เรื่องสภาพการขาดแคลนครู ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ แต่ไม่ได้รับการแก้ไข คือการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ (ว16) ซึ่งเปิดโอกาสให้ครูอัตราจ้างที่สอนเกิน 3 ปี ได้เข้าสอบ แต่มีการสอบเพียงปีละ 1 ครั้ง ทั้งที่มีอัตราเงินเดือน มีตำแหน่งอยู่แล้ว ไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม เพราะฉะนั้น ส.บ.ม.ท.จึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) อนุมัติหรือสั่งการให้สามารถสอบได้มากกว่าปีละ 1 ครั้ง หากมีตำแหน่งว่างให้ดำเนินการได้ทันที เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นโรงเรียนทุรกันดาร โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ชายขอบ โรงเรียนที่มีความยากลำบากในการคมนาคม 

2.การควบรวม 2 จังหวัด ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ทำให้มีความยากลำบาก ไม่สะดวกในการบริหาร และการติดต่อราชการ ทั้งของ สพม.และสถานศึกษา ดังนั้น ควรจัดตั้ง สพม.ให้มีครบทุกจังหวัด โดยไม่ควรนำจำนวนโรงเรียน หรือจำนวนนักเรียน มาใช้เป็นตัวหลักในการจัดตั้ง เพราะจังหวัดแต่ละจังหวัด มีข้อดี ข้อเด่น ข้อด้อย และปัญหา 

3.ความก้าวหน้าในวิชาชีพของครูและผู้บริหารสถานศึกษา ในการขอมีวิทยฐานะและขอเลื่อนวิทยฐานะ ไม่ควรกำหนดวิธีการใดวิธีการหนึ่ง แต่ควรให้มีวิธีการที่หลากหลาย วิธีการแก้ปัญหา ให้เกิดความเหมาะสม ดังนี้ เกณฑ์ ว13/2556 เน้นให้โรงเรียนได้รับการพัฒนา ทั้งผู้อำนวยการสถานศึกษาและคุณครู เพราะใช้ผลงานดีเด่นมาเป็นผลงานหลักในการขอมีหรือขอเลื่อนวิทยฐานะ แต่ก็ยังมีองค์ประกอบย่อยๆ ตามมา เกณฑ์ ว17/2552 เน้นไปที่การทำผลงานทางวิชาการ ก็เหมาะสำหรับคนที่มีความรู้ความสามารถในเชิงวิชาการงานวิจัย เกณฑ์ ว21/2560 การขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์ วิธีการนี้เป็นวิธีการที่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพครู เน้นงานในหน้าที่ครูเป็นหลัก ไม่ต้องมีผลงานดีเด่น ไม่ต้องมีผลงานทางวิชาการ แต่ทำหน้าที่ครูให้สมบูรณ์ที่สุด เกณฑ์ ว9/2564 เน้นการผสมผสาน การจัดการเรียนการสอน และการจัดทำข้อตกลงพัฒนางาน กับผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยเมื่อจะขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ต้องมีการส่งเอกสารหลักฐานในการสอน ซึ่งจะประกอบด้วยเอกสารต่างๆ และที่สำคัญก็คือ คลิปการสอนในเวลาไม่เกิน 60 นาที นวัตกรรมที่ใช้ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะว่าครูที่เป็นผู้มีอาวุโส หรือครูที่ไม่มีความถนัดในด้านเทคโนโลยีจะมีความเดือดร้อน ในการจัดทำคลิปการสอน ทั้งๆ ที่ครูเหล่านั้นเป็นครูที่สอนดี แต่การถ่ายทอดให้เป็นเทคโนโลยีให้เป็นไปตามเกณฑ์นี้ ก็เป็นปัญหาของคุณครูเช่นกัน เกณฑ์ ว10/2564 ผู้บริหารสถานศึกษาก็มีความถนัด บริบทของแต่ละบุคคล ซึ่งมีสภาพการปฏิบัติงานที่มีความแตกต่างกันตั้งแต่ขนาดของโรงเรียน สภาพพื้นที่ของโรงเรียน จำนวนนักเรียน จำนวนครู ฉะนั้น จึงควรให้เลือกวิธีการในการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะให้เหมาะสมเช่นกัน เพราะฉะนั้น ทาง ส.บ.ม.ท.จึงเห็นว่าควรให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้มีทางเลือก ในการจัดทำเพื่อขอมีหรือขอเลื่อนวิทยฐานะ ให้เป็นไปตามความเหมาะสม ความถนัดของแต่ละบุคคล 

4.ปัญหาที่เรื้อรังของการดึงครูออกนอกห้องเรียน สิ่งเหล่านี้มีผลทำให้เกิดความพลาดพลั้ง โดนลงโทษทางวินัย ตั้งแต่เบาสุดไปจนถึงร้ายแรง ถึงขั้นโดนไล่ออกจากราชการ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีเจตนาทำผิด เพราะต้องมาเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุทำการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้น ขอเรียกร้องให้มีการจ้างเจ้าหน้าที่พัสดุและเจ้าหน้าที่การเงินไปประจำที่โรงเรียน โดยอาจจะแบ่งไปตามขนาดโรงเรียน เพื่อความเหมาะสม ปัญหาที่เกิดจากโครงการ กิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียน มีมากเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ควรยกเลิกโครงการที่ล้าสมัย และมีการรวบรวมโครงการที่มีความซ้ำซ้อนกัน ให้เป็นโครงการเดียวกัน ปัญหาที่เกิดจากการรายงานข้อมูลต่างๆ ที่เขตพื้นที่ฯสั่งการให้โรงเรียนรายงาน ขอให้ดำเนินการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้ของสำนักงานเขตไว้ โดยไม่จำเป็นจะต้องมาขอให้โรงเรียนรายงานซ้ำซ้อน ที่เห็นได้ชัดเจนคือ จำนวนนักเรียน จำนวนครู จำนวนบุคลากรอื่น จำนวนงบประมาณ และเขตพื้นที่ฯควรจะลดหรืองดการเรียกหรือแต่งตั้งครูให้ไปทำหน้าที่ต่างๆ เป็นครั้งคราว 

งานกำหนดนโยบายเพื่อคุณภาพการศึกษา

1.ด้านผู้บริหารสถานศึกษา เนื่องจากบริบทโรงเรียนของประเทศไทยในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีความแตกต่างกัน ควรจะต้องมีการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนอย่างเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน

· โรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษ ควรจะต้องมีทักษะในการบริหารคน บริหารเงิน เป็นสำคัญ

· โรงเรียนขนาดกลาง ก็จะมีความคล่องตัว รองลงมา ผู้บริหารก็ควรที่จะต้องเป็นผู้ที่มีความพร้อม รอบรู้ รอบคอบ เป็นที่ปรึกษาของครูในโรงเรียนได้ทุกเรื่อง

·  ผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็ก ก็จะต้องมีความสามารถในการช่วยเหลือครูทุกด้าน และจะต้องเป็นผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ในการบริหารระดมทรัพยากรท้องถิ่น เพื่อมาช่วยในการจัดการศึกษา

·  โรงเรียนที่เป็นโรงเรียนชายขอบ โรงเรียนในที่ทุรกันดาร โรงเรียนเสี่ยงภัยก็ควรจะมีวิธีการบริหารจัดการ ซึ่งก็จะต้องเริ่มแรกที่ผู้อำนวยการโรงเรียน ไม่เช่นนั้นแล้วปัญหาใหญ่ก็คือ ผู้บริหารโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนที่ขาดความพร้อม เมื่อครบคุณสมบัติที่จะย้ายได้ ก็จะมีการย้ายอยู่ตลอดเวลา โรงเรียนเหล่านี้ก็ไม่ได้รับการพัฒนาตามที่ควรจะเป็นไม่มีความต่อเนื่อง บางครั้งขาดผู้บริหารเป็นระยะเวลานับปี 

2.ด้านการพัฒนาครู เพราะการไปปฏิบัติหน้าที่ครูในโรงเรียนที่มีความแตกต่างกันอย่างมาก ครูหลายคนท้อถอย ลาออกจากราชการ เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งกำลังเกิดมากขึ้นทุกที ดังนั้น การผลิตครูหรือการพัฒนาครูควรจะต้องให้เป็นไปตามบริบทของโรงเรียนที่มีความแตกต่างกัน 

3.นโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพของนักเรียน เป็นปัญหาใหญ่สุดของประเทศไทยขณะนี้ คือ ด้านคุณภาพของนักเรียน ซึ่งคืออนาคตของชาติ แต่จากกระแสสังคมเราจะพบได้ว่าปัจจุบันสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันหลักๆ ของชาติถูกสั่นคลอนเพราะว่าเรื่องของเทคโนโลยี เรื่องของโรคติดโซเชียลที่เต็มไปด้วยอันตราย และเกิดคำที่ว่าพ่อแม่รังแกฉัน เราจะได้ยินคำว่าลูกฉันดี เรียบร้อย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาเหล่านี้ เป็นปัญหาระดับชาติที่ผู้บริหารประเทศไม่ได้ตระหนัก ทุกคนก็จะลงว่าครูสอนมาได้อย่างไร จึงเป็นอย่างนี้ ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า  

ปัจจุบันนี้ คนที่สนิทกับนักเรียนที่สุด ไม่ใช่พ่อแม่อีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่ครูบาอาจารย์อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นใครก็ไม่ทราบที่นักเรียนพูดคุยกันในโลกโซเชียล ซึ่งกำลังเป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ และถ้าไม่ได้รับการแก้ไข อนาคตของชาติเหล่านี้นับวันก็จะด้อยคุณภาพและก่อให้เกิดปัญหาของชาติตามมาในที่สุด สภาพการล้มละลายของสถาบันครอบครัว สภาพการล้มละลายของสถาบันการศึกษา เพราะว่าคุณครูไม่สามารถแตะต้องนักเรียนได้เลย ครูก็จะทำหน้าที่เพียงแต่สอนให้ความรู้ แต่ไม่สามารถที่จะทำให้เด็กเป็นคนดีได้ เพราะฉะนั้นควรจะต้องมีวิธีการบริหารจัดการ ในเรื่องคุณภาพนักเรียนให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติทุกฉบับที่ล้วนแต่ต้องการให้เด็กเป็นคนดี เป็นคนเก่ง ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม และมีจิตสาธารณะ 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความสะท้อนข้อเสนอของ สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ต่อผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนและยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) การขาดแคลนครู เสนอให้เพิ่มความถี่การสอบบรรจุครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ เพื่อเติมเต็มตำแหน่งว่างโดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล (2) โครงสร้างเขตพื้นที่มัธยมศึกษา ควรจัดตั้งให้ครบทุกจังหวัด ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร (3) ความก้าวหน้าในวิชาชีพ เสนอให้มีความยืดหยุ่นของเกณฑ์วิทยฐานะ ให้เลือกวิธีตามความถนัดและบริบท ลดข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี (4) ลดภาระงานนอกห้องเรียน เช่น งานพัสดุ รายงานซ้ำซ้อน และโครงการที่ไม่จำเป็น

ด้านนโยบายระยะยาว เน้นพัฒนาผู้บริหารตามขนาดและบริบทโรงเรียน พัฒนาครูให้สอดคล้องสภาพพื้นที่ ลดการลาออก และยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยชี้ว่าปัจจัยจากสังคมและเทคโนโลยีส่งผลต่อพฤติกรรมนักเรียน จึงต้องมีการบริหารจัดการร่วมกันระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และสังคม เพื่อสร้างผู้เรียนที่ “เก่ง ดี มีจิตสาธารณะ” ตามเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 ข้อเสนอใด “ตรงจุด” ต่อการแก้ปัญหาขาดแคลนครูมากที่สุด
ก. เพิ่มเงินเดือนครู
ข. เพิ่มรอบสอบบรรจุครูผู้ช่วย
ค. ลดชั่วโมงสอน
ง. เพิ่มวิชาที่สอน
เฉลย: ข
เหตุผล: เพิ่มรอบสอบช่วยเติมอัตราว่างได้ทันทีโดยไม่เพิ่มงบประมาณ

 

ข้อ 2 หากผู้บริหารต้องแก้ปัญหาการติดต่อราชการล่าช้า ควรดำเนินการตามข้อเสนอใด
ก. เพิ่มบุคลากรธุรการ
ข. รวมเขตพื้นที่มากขึ้น
ค. ตั้งเขตพื้นที่ทุกจังหวัด
ง. ลดจำนวนโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ลดความซับซ้อน เพิ่มความคล่องตัว

 

ข้อ 3 แนวคิดหลักของการปรับเกณฑ์วิทยฐานะคือข้อใด
ก. ใช้เกณฑ์เดียวทั่วประเทศ
ข. เพิ่มความยากของเกณฑ์
ค. ให้เลือกตามความถนัด
ง. เน้นงานวิจัยเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: รองรับความแตกต่างของครูแต่ละบริบท

 

ข้อ 4 ปัญหาครูถูกลงโทษทางวินัยเกิดจากอะไร
ก. สอนไม่ดี
ข. ภาระงานนอกห้องเรียน
ค. ขาดเทคโนโลยี
ง. นักเรียนไม่ตั้งใจ
เฉลย: ข
เหตุผล: ครูต้องทำงานพัสดุ/การเงินเสี่ยงผิดพลาด

 

ข้อ 5 แนวทางลดภาระครูที่เหมาะสมที่สุด
ก. เพิ่มเอกสาร
ข. ยกเลิกโครงการซ้ำซ้อน
ค. เพิ่มการประเมิน
ง. เพิ่มรายงาน
เฉลย: ข
เหตุผล: ลดงานที่ไม่จำเป็น เพิ่มเวลาให้การสอน

 

ข้อ 6 ผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กควรมีทักษะใดเด่น
ก. วิจัยขั้นสูง
ข. การตลาด
ค. ช่วยเหลือครูทุกด้าน
ง. เทคโนโลยีขั้นสูง
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องทำงานหลากหลายและใกล้ชิดครู

 

ข้อ 7 ปัญหาครูลาออกสะท้อนอะไร
ก. เงินเดือนต่ำอย่างเดียว
ข. ภาระงานไม่เหมาะสมกับบริบท
ค. นักเรียนเก่งเกินไป
ง. ระบบสอบยาก
เฉลย: ข
เหตุผล: ความแตกต่างของโรงเรียนทำให้ครูปรับตัวยาก

 

ข้อ 8 ปัจจัยหลักที่กระทบคุณภาพผู้เรียนในบทความ
ก. หลักสูตร
ข. เทคโนโลยีและโซเชียล
ค. อาคารเรียน
ง. หนังสือเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: สื่อโซเชียลมีอิทธิพลสูงต่อพฤติกรรม

 

ข้อ 9 หากต้องยกระดับคุณภาพนักเรียน ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เพิ่มการสอบ
ข. ลงโทษหนัก
ค. บูรณาการครอบครัว โรงเรียน สังคม
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ปัญหาเป็นเชิงระบบ ต้องแก้ร่วมกัน

 

ข้อ 10 เป้าหมายสูงสุดของการศึกษาไทยตามบทความคือข้อใด
ก. คะแนนสูง
ข. แข่งขันได้
ค. คนดี คนเก่ง มีจิตสาธารณะ
ง. มีงานทำ
เฉลย: ค
เหตุผล: สอดคล้องเจตนารมณ์กฎหมายการศึกษาไทย

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น