
มีคำถามเกิดขึ้นจำนวนมากว่า "เราคาดหวังอะไรสำหรับปี 2564" เพราะความไม่แน่นอนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง “นิวนอร์มอล” เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องวิ่งตาม ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มั่นคงอยู่ตลอดเวลา
ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ เอชพี ประเทศไทย เปิดมุมมองว่า หากตั้งตัวให้ดีๆ นี่คือช่วงเวลาแห่งโอกาสอย่างแท้จริงที่ไม่อาจมองข้ามได้ ประวัติศาสตร์สอนว่าทุกวิกฤติการณ์คือตัวเร่งขยายขีดศักยภาพและจุดประกายให้เกิดการพัฒนา
"เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสังคมและธุรกิจที่มุ่งสู่โลกออนไลน์ เห็นการปรับเปลี่ยนทางดิจิทัลจากที่ต้องใช้เวลาสองปีเหลือเพียงสองเดือน วิกฤติโควิดเปลี่ยนวิถีชีวิต ความคาดหวัง การทำงาน การใช้ชีวิต และนี่เป็นโอกาสอันมหาศาลเช่นกันในการดึงเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างชาญฉลาดให้โลกมนุษย์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น"
อย่างไรก็ดี คำตอบที่ยังคงเป็นปริศนาคือ การคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น และในปี 2564 ภูมิภาคเอเชียเป็นหัวใจสำคัญจะมีแนวโน้มอย่างไร
สำหรับแนวโน้มที่น่าสนใจ
1.การบูรณาการดิจิทัลสู่การเกิดเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างแท้จริง งานวิจัยของเวิล์ดอีโคโนมิคฟอรัมระบุว่า 60 – 70% ของมูลค่าใหม่ในระบบเศรษฐกิจในช่วง 10 ปีข้างหน้าจะอยู่บนพื้นฐานแพลตฟอร์มดิจิทัล
โดยสหรัฐจะเป็นผู้ขับเคลื่อนในระดับโลก ดังที่เห็นนี้จากการทำข้อตกลงการค้าดิจิทัลระหว่างสหรัฐ- ญี่ปุ่น แต่ประเทศจีนก็ไม่น้อยหน้า ได้ประกาศความมุ่งมั่นในการพัฒนาเส้นทางสายไหมแห่งดิจิทัลทั่วภูมิภาคอาเซียน ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นตัวเร่งการผลักดันการบูรณาการระบบดิจิทัลที่รัดกุมในวงกว้างขึ้นต่อภาคธุรกิจและรัฐบาลทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
อีกทางหนึ่งทำให้ทุกภาคส่วนต้องเร่งก้าวไปสู่ดิจิทัล เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตที่รออยู่ ต้องการสมรรถภาพความสามารถการจัดการกับข้อมูลเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะจะเป็นตัวกำหนดไปสู่การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบธุรกิจ วิธีการทำงาน และการเรียนรู้
2.วิถีชีวิตใหม่ขับเคลื่อนการเพิ่มทักษะบุคคลและรูปแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต ระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา ความมั่นคงในอนาคตเป็นสิ่งที่คนทำงานและธุรกิจให้ความสนใจสูง โดยมุ่งไปที่ความรู้ ความสามารถใหม่ๆ ความยืดหยุ่นในการปรับตัวของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร คนทำงานทุกระดับทุกรุ่น บรรดาผู้นำธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพทั้งหลายต้องบริหารและทำงานร่วมกันกับทีมงานหลากหลาย หลากที่ทำงาน หลากความสามารถและวัฒนธรรม
สิ่งที่พบคือพนักงานทุกระดับและทุกวัยมีความจำเป็นสูงที่ต้องพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล สะท้อนไปถึงการศึกษาของนักเรียนในโรงเรียนที่มีผลกระทบอย่างมากต่อสังคม และที่สำคัญครอบครัว และครู ในฐานะผู้บ่มเพาะผู้นำและผู้บริหารรุ่นใหม่ต่อไปควรตระหนักให้ดีว่า การเรียนรู้ในอนาคต จะต้องเป็นแบบที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ทักษะความคิด และเหตุผล
3.ทำงานที่ไหนก็ได้ การทำงานแบบไฮบริดผสมผสานแต่คงความปลอดภัยตลอดเวลา ผลกระทบจากสถาณการณ์โควิด-19 ทำให้สภาพแวดล้อมและรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป ในอนาคตจะเห็นว่าสำนักงานมีขนาดเล็กลง ตั้งอยู่กระจายออกไปหลายแห่งตามชานเมือง เพราะ “ทุกที่คือออฟฟิศ” ทำงานผ่านระบบดิจิทัลและเวอร์ชวลแพลตฟอร์ม
การที่องค์กรจะเชื่อมั่นว่าจะได้งานที่มีประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ต้องการ ต้องมีองค์ประกอบสำคัญหลายส่วน เชื่อมโยงทั้งระบบกับพนักงานในการทำงานร่วมกันและขยายขีดความสามารถของแต่ละบุคคลและทั้งให้ความเป็นส่วนตัว
โดยสิ่งนี้มาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อข้อมูลของผู้ใช้และธุรกิจ อนาคตของการทำงานจะต้องสามารถบูรณาการโลกดิจิทัลกับกายภาพได้อย่างไร้รอยต่อ แต่คงความปลอดภัยตลอดเวลา
4.ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 พลิกโฉมกระบวนการผลิตและซัพพลายเชน ซัพพลายเชนทั่วโลกยังคงเดินหน้าปฏิรูปอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะภาคการผลิตที่ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างปัญญาประดิษฐ์ และอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์
5.จุดรีเซ็ตครั้งใหญ่ ขับเคลื่อนเทคโนโลยีที่ไม่หยุดยั้งเพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ดี สำหรับการตัดสินองค์กรและแบรนด์ต่างๆ ไม่ใช่ผลกำไร แต่จะถูกวัดด้วยคุณค่าที่สร้างให้สังคมโดยส่วนรวม เป้าหมายเทคโนโลยีต้องครอบคลุมความเท่าเทียม เสมอภาค และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็น เอไอ, 5จี, บล็อกเชน และหุ่นยนต์ ผู้นำอุตสาหกรรมต้องสร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชน นำพลังของเทคโนโลยีช่วยขจัดความไม่เท่าเทียมทางดิจิทัลที่ขัดขวางไม่ให้คนจำนวนมากเข้าถึงการศึกษา การทำงาน และการดูแลสุขภาพที่จำเป็นต่อความเจริญก้าวหน้า
ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ
บทความกล่าวถึงแนวโน้มสำคัญของโลกหลังวิกฤตโควิด-19 ในปี 2564 ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็น “ช่วงเวลาแห่งโอกาส” ที่เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงสังคมและเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่ “นิวนอร์มอล” ที่ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวสู่โลกดิจิทัลอย่างจริงจัง
แนวโน้มสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ (1) การบูรณาการดิจิทัลสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ทำให้ข้อมูลและแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นฐานของการเติบโต (2) การพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเน้นทักษะดิจิทัล ความยืดหยุ่น และการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (3) รูปแบบการทำงานแบบไฮบริด “ทุกที่คือออฟฟิศ” ที่ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของข้อมูล (4) การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่ใช้ AI และ IoT ในการยกระดับการผลิตและซัพพลายเชน และ (5) การ “รีเซ็ต” สังคมที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าต่อสังคม ความเท่าเทียม และความยั่งยืนมากกว่ากำไร
โดยรวม เทคโนโลยีอย่าง AI 5G และบล็อกเชน จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกมิติ ทั้งการศึกษา การทำงาน และสาธารณสุข
แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความนี้คือข้อใด
ก. การกลับไปใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม
ข. การเพิ่มผลกำไรขององค์กร
ค. การปรับตัวสู่โลกดิจิทัลและนิวนอร์มอล
ง. การลดบทบาทเทคโนโลยีในสังคม
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและนิวนอร์มอลเป็นแกนหลักของการเปลี่ยนแปลง
เหตุใดวิกฤตโควิด-19 จึงถูกมองว่าเป็น “โอกาส”
ก. ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก
ข. เร่งการพัฒนาและใช้เทคโนโลยี
ค. ลดการแข่งขันทางธุรกิจ
ง. ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงองค์กร
เฉลย: ข
เหตุผล: วิกฤตเป็นตัวเร่งให้เกิดการใช้เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
แพลตฟอร์มดิจิทัลมีบทบาทอย่างไรต่อเศรษฐกิจในอนาคต
ก. เป็นเพียงเครื่องมือเสริม
ข. เป็นฐานของมูลค่าเศรษฐกิจใหม่
ค. ใช้เฉพาะภาครัฐ
ง. ไม่มีผลต่อการเติบโต
เฉลย: ข
เหตุผล: งานวิจัยชี้ว่า 60–70% ของมูลค่าเศรษฐกิจจะอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล
ทักษะที่สำคัญที่สุดของคนทำงานในอนาคตคือข้อใด
ก. ทักษะการผลิตแบบดั้งเดิม
ข. ทักษะดิจิทัลและการปรับตัว
ค. ทักษะงานเอกสาร
ง. ทักษะการทำงานคนเดียว
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นทักษะดิจิทัลและความยืดหยุ่นเป็นหลัก
แนวคิด “ทุกที่คือออฟฟิศ” หมายถึงอะไร
ก. ต้องทำงานในสำนักงานเท่านั้น
ข. ทำงานได้ทุกที่ผ่านระบบดิจิทัล
ค. ยกเลิกการทำงานออนไลน์
ง. ลดการใช้เทคโนโลยี
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นรูปแบบไฮบริดและการทำงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
เทคโนโลยีใดเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม 4.0 มากที่สุด
ก. โทรทัศน์และวิทยุ
ข. AI และ IoT
ค. เครื่องพิมพ์ดีด
ง. โทรสาร
เฉลย: ข
เหตุผล: AI และ IoT เป็นแกนหลักของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4
การเปลี่ยนแปลงการวัดคุณค่าองค์กรในอนาคตคืออะไร
ก. วัดจากจำนวนพนักงาน
ข. วัดจากกำไรเพียงอย่างเดียว
ค. วัดจากคุณค่าที่มีต่อสังคม
ง. วัดจากขนาดองค์กร
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นคุณค่าทางสังคม ความเท่าเทียม และความยั่งยืน
เหตุใดการเรียนรู้เฉพาะบุคคลจึงมีความสำคัญ
ก. เพื่อให้เรียนเหมือนกันทั้งประเทศ
ข. เพื่อรองรับความแตกต่างของผู้เรียน
ค. เพื่อยกเลิกการสอนของครู
ง. เพื่อใช้เทคโนโลยีน้อยลง
เฉลย: ข
เหตุผล: ผู้เรียนมีความแตกต่าง ต้องออกแบบการเรียนรู้เฉพาะบุคคล
ความเสี่ยงสำคัญของการทำงานดิจิทัลคือข้อใด
ก. ข้อมูลไม่เพียงพอ
ข. การลดจำนวนผู้ใช้เทคโนโลยี
ค. ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูล
ง. การลดประสิทธิภาพงานทุกกรณี
เฉลย: ค
เหตุผล: การเชื่อมโยงดิจิทัลเพิ่มความเสี่ยงด้านข้อมูลและความปลอดภัย
แนวคิด “รีเซ็ตครั้งใหญ่” สะท้อนอะไร
ก. การหยุดใช้เทคโนโลยี
ข. การให้ความสำคัญกับกำไรสูงสุด
ค. การสร้างสังคมที่เท่าเทียมและยั่งยืน
ง. การลดบทบาทของรัฐบาล
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นความเท่าเทียม ความยั่งยืน และคุณค่าต่อสังคมมากกว่ากำไร