M530_การยกระดับคุณภาพผู้บริหารเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษา
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานประชุมสัมมนาวิชาการ “ ยกระดับคุณภาพผู้บริหารการศึกษาเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาและวิชาชีพ” ประจำปี 2567 ณ โรงแรมเจริญธานี
โดยมี นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษา รมช.ศธ. ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ร่วมคณะมาด้วย และมี นายจิรศักดิ์ สีหามาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประธานเขตตรวจราชการ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (ผอ.สพป.) และผอ.สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา (ผอ.สพม.) รองผอ.สพป.และรองผอ.สพม. ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมมอบโล่ ให้กับ ผอ.สพป. , ผอ.สพม. ,รองผอ.สพป. และรองผอ.สพม.
รมช.ศธ. กล่าวว่า ตนมีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานเปิดงาน ประชุมสัมมนาวิชาการ “ยกระดับคุณภาพผู้บริหารการศึกษา เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาและวิชาชีพ” ประจำปี 2567 ในวันนี้ การประชุมสัมมนาฯ ในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้บริหารการศึกษา ได้ร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ประสบการณ์ในการทำงาน ร่วมทั้งได้สร้างเครือข่ายทางการศึกษาที่มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ได้รับความรู้ความเข้าใจ เพิ่มพูนประสบการณ์ในการบริหารการศึกษา ส่งผลต่อสมรรถนะในการบริหารจัดการ ยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้บริหารการศึกษาได้มีโอกาสรับฟัง ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านวิชาการ วิชาชีพอย่างกว้างขวาง หลากหลายและทันต่อสถานการณ์ นําองค์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ ทำให้ผู้บริหาร ครู ผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ทำงานอย่างมีความสุข นักเรียน “เรียนดี มีความสุข” และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
“ขอชื่นชมแนวคิดและวิธีการความร่วมมือในการจัดงานของสมาคม รองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั้งยังขอแสดงความยินดีกับรางวัลที่ทุกท่านได้รับในครั้งนี้ ขอให้ทุกท่านให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาให้มีคุณภาพ ร่วมกันบูรณาการการทำงานเชิงพื้นที่ หาวิธีการที่จะทำให้นักเรียนของเรา เรียนดี มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ตามนโยบายของท่าน พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ.ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้ ขอให้การจัดงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ ทั้งยังขอเป็นกําลังใจให้กับทุกท่านในการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษา และการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ผมจะเป็นอีกหนึ่งพลังที่เดินไปพร้อม ๆ กับทุกท่าน จับ มือไว้ แล้วไปด้วยกัน” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว
รมช.ศธ. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ขอเน้นย้ำในสิ่งที่เคยฝากไว้แล้วในเรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2567 ได้แก่
- ความปลอดภัยในสถานศึกษา การเตรียมความพร้อมของอาคารสถานที่ สภาพห้องเรียน บริเวณโรงเรียน การปรับปรุงซ่อมแซมห้องน้ำโรงเรียน การปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อให้เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียน
- การเฝ้าระวังความปลอดภัยในการเดินทางมาเรียนของนักเรียน
- การสอดส่อง/เฝ้าระวังอันตรายจากบุคคลภายนอก ที่อาจเข้ามาสร้างความไม่ปลอดภัย ให้กับครู และนักเรียนภายในโรงเรียน
- การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ปกครอง หน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ตำรวจ สาธารณสุข กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ เพื่อช่วยกันสอดส่องทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัยมากที่สุด
- การใช้สื่อสังคมออนไลน์และไซเบอร์อย่างสร้างสรรค์
- โครงการอาหารกลางวันของนักเรียนให้ถูกต้อง เหมาะสมตามหลักโภชนาการ และ
- การจ้างนักการภารโรง เพื่อดูแลสภาพแวดล้อม ระบบสาธารณูปโภค และทรัพย์สินของทางราชการ รวมถึงดูแลความปลอดภัยของครูและนักเรียน
ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 7 เดือนที่ผ่านมา ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา และหวังว่าทุกท่านจะร่วมมือกันทำงานให้เกิดประสิทธิผล และประสิทธิภาพเพิ่มยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาต่อไป
ที่มา ; ศธ 360 องศา
เกี่ยวกัน
ตั้งเป้า ปี 2567 พัฒนาโรงเรียนคุณภาพครบทุกอำเภอทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 29 เมษายน พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผย ความคืบหน้าการขับเคลื่อนโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ว่า ตนได้หารือการขับเคลื่อนโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนต่าง ๆ และเตรียมลงนามความร่วมมือ กับโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี และโรงเรียนร่วมพัฒนา หรือ partter ship school เพื่อพัฒนาให้เป็นโรงเรียนคุณภาพ รวมถึงจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่มีความพร้อมและอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาเข้ามาช่วยเติมเต็มในส่วนต่างๆ ที่นอกเหนือจากงบประมาณ โดยมีเป้าหมายว่า ปี2567 นี้พยายามจะพัฒนาให้มี โรงเรียนคุณภาพครบทุกอำเภอทั้งนี้ แบ่งเป็น ระดับประถมศึกษา 901 แห่ง ระดับมัธยมศึกษา 907 แห่ง รวมทั้งสิ้น 1,808 แห่ง
“หากอำเภอ/จังหวัดใด สามารถดำเนินการได้มากกว่า 1 แห่ง ก็ขอให้พิจารณา เช่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพฯ เขต1 เท่าที่ดูสามารถพัฒนาให้เป็นโรงเรียนคุณภาพได้ทั้งหมด ก็ให้เร่งดำเนินการ ส่วน สพม.กรุงเทพฯ เขต2 ยังสามารถดำเนินการได้เพียงบางแห่ง เพราะบางโรงเรียนยังมีมาตรฐานไม่ครบตามหลักเกณฑ์ ก็ขอให้พยายามปรับ โดยมีโจทย์สำคัญ คือ โรงเรียนคุณภาพจะต้องมีมาตรฐานสู้กับโรงเรียนเอกชนได้ และทำอย่างไรให้ผู้ปกครองส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนโรงเรียนรัฐเพิ่มมากขึ้น” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว
รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดสรรงบประมาณนั้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ได้จัดท็อปอัพให้มากกว่าโรงเรียนอื่น ๆ เพราะโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนคุณภาพ ถือว่า เป็นโรงเรียนที่มีศักยภาพอยู่แล้ว ส่วนที่จะเติมเต็มให้คือการดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้มากขึ้น โดยจะมีการจัดทำแพลตฟอร์มให้ภาคเอกชน สามารถเข้าไปเลือกให้การสนับสนุนการพัฒนาการจัดการศึกษาในโรงเรียนต่าง ๆ ได้
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 29 เมษายน 2567
ข่าวเกี่ยวกัน
ศธ.มั่นใจปรับครม.ไม่กระทบ โครงสร้างสกร. ‘บิ๊กอุ้ม’ เร่งประสานก.พ.ร.
เมื่อวันที่ 29 เมษายน พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำโครงสร้างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการข้าราชการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ก่อนเสนอให้ คณะกรรมการ ก.พ.ร.ที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณาให้ความเห็นชอบ ส่วนคณะกรรมการ ก.พ.ร.ชุดใหญ่จะนัดประชุมเมื่อไรนั้น ไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และล่าสุด นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล ก.พ.ร.ลาออกจากตำแหน่ง ก็ต้องรอว่านายกรัฐมนตรีพิจารณาว่าจะมอบหมายใครให้เข้ามาดูแล ซึ่งก็อาจไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ทันในเดือนพฤษภาคม
“แม้จะมีการปรับ ครม.และเปลี่ยนตัวรองนายกฯที่จะมากำกับดูแล ก.พ.ร.ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา และส่วนตัวไม่กังวล เพราะการดำเนินการทุกอย่างควรทำให้เกิดความรอบคอบมั่นคง การทำอะไรเร็วเกินไปก็อาจไม่ใช่เรื่องดี ซึ่งผมเองก็ได้มีการหารือกับ น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร.เบื้องต้น ก็ได้รับปากจะช่วยดูแล ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจในการขับเคลื่อนเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด” รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าว
นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. กล่าวว่า ระหว่างรอผลการประชุมของคณะอนุกรรมการ ก.พ.ร. ได้มีการประสานงานเพื่อส่งข้อมูลในประเด็นที่ยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะกรณีการจัดทำโครงสร้าง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มงานหลัก 11 กอง ซึ่ง ก.พ.ร.มีข้อสังเกตว่า ทั้ง 3 กลุ่มงานมีกลุ่มงานเดิมและมีกลุ่มงานที่ตั้งขึ้นมาใหม่ จึงอยากให้ทำเป็นกลุ่มงานเดิม และให้ไปขยายภาระงานเพิ่มเติมในภายหลัง โดยทาง ศธ.ได้ชี้แจงไปว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 เพื่อให้สอดคล้องกับภาระงาน ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ได้ร่วมยกร่างโครงสร้าง สกร.ก็ได้ความเห็นว่าควรจะต้องมี 3 กลุ่มงานพร้อมๆ กันไปในคราวเดียว เพราะภาระงานแตกต่างกัน และยืนยันดำเนินการตามโครงสร้างที่เสนอไป ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ก.พ.ร.อย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันยังดำเนินการในส่วนของโครงสร้างบุคลากรทางการศึกษา โดยได้เสนอรายละเอียดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พิจารณาควบคู่กันไป หากโครงสร้างได้รับการอนุมัติก็สามารถเดินหน้าต่อไปทันที
“คิดว่าการดำเนินการในขั้นตอนของคณะอนุกรรมการ ก.พ.ร.จะไม่มีความล่าช้า โดยในส่วนของ ศธ.ก็มีการเร่งรัด เพราะเป็นเรื่องที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ให้ความสำคัญและมีการประสานในระดับนโยบายอยู่เป็นระยะ” นายสุเทพกล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 29 เมษายน 2567
สรุปสาระสำคัญ
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาวิชาการ “ยกระดับคุณภาพผู้บริหารการศึกษาเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาและวิชาชีพ” ประจำปี 2567 ที่โรงแรมเจริญธานี จังหวัดขอนแก่น โดยมีผู้บริหารการศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายพัฒนาการบริหารจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพผู้บริหาร ครู และนักเรียนให้มีความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดี รมช.ศธ. เน้นให้ผู้บริหารขับเคลื่อนนโยบายเชิงพื้นที่ ร่วมบูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างโรงเรียนปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ พร้อมกำชับเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา การปรับปรุงอาคาร สภาพแวดล้อม การเฝ้าระวังภัยจากบุคคลภายนอก การใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ และการจัดอาหารกลางวันตามหลักโภชนาการ ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการยังมุ่งขับเคลื่อนโครงการ “หนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนคุณภาพ” ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ โดยดึงภาคเอกชนร่วมพัฒนา เพื่อให้โรงเรียนรัฐมีมาตรฐานเทียบเท่าโรงเรียนเอกชน และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ข้อสอบ
1. จุดมุ่งหมายสำคัญของการประชุมสัมมนาวิชาการ “ยกระดับคุณภาพผู้บริหารการศึกษา” คือข้อใด
ก. เพื่อปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการให้ทันสมัย
ข. เพื่อสร้างเครือข่ายและพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารการศึกษา
ค. เพื่อคัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ
ง. เพื่อมอบรางวัลแก่ผู้บริหารดีเด่นทั่วประเทศ
2. แนวคิด “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” ของ รมช.ศธ. สะท้อนหลักการบริหารเชิงใด
ก. การบริหารแบบรวมศูนย์
ข. การบริหารแบบมีส่วนร่วม
ค. การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์
ง. การบริหารแบบตามคำสั่ง
3. โครงการ “หนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนคุณภาพ” มีแนวคิดสอดคล้องกับหลักใดของการจัดการศึกษา
ก. ความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษา
ข. การเพิ่มอัตราการเรียนต่อระดับมัธยมศึกษา
ค. การพัฒนาครูตามสมรรถนะหลัก
ง. การส่งเสริมการเรียนรู้ดิจิทัล
4. การเน้น “ความปลอดภัยในสถานศึกษา” และ “การใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์” สะท้อนบทบาทของผู้บริหารในด้านใดมากที่สุด
ก. การนิเทศภายในสถานศึกษา
ข. การประกันคุณภาพภายใน
ค. การบริหารเชิงคุณธรรมและจริยธรรม
ง. การบริหารความเสี่ยงและการจัดการสถานศึกษาอย่างปลอดภัย
5. จากบทความ การดึงภาคเอกชนเข้าร่วมพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ แสดงถึงแนวทางใดของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.
ก. การเพิ่มงบประมาณภาครัฐให้เพียงพอ
ข. การสร้างความร่วมมือภาคีเครือข่ายภายนอก
ค. การปรับโครงสร้างโรงเรียนให้ลดขนาด
ง. การมุ่งสู่การแปรรูปการศึกษา
คลิกเฉลย >>>
