
นางประพันธ์ศิริ สุเสารัจ นายกสมาคมการศึกษาแห่งประเทศไทย ในฐานะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่มี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้มีมติปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาและได้อนุมัติกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ที่กำหนดใหม่โดยไม่มีการเพิ่มอัตรากำลังและไม่เพิ่มงบประมาณ รวมถึงเห็นชอบปรับปรุงแนวปฏิบัติการคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาเป็นครู กรณีผู้สอบแข่งขันหรือผู้สมัครคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้าเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยนั้น
นับว่าเป็นการแก้ปัญหาที่สะสมมายาวนานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมโดยเฉพาะกรณีที่มีการกำหนดให้ ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี และหลักสูตร 5 ปี ต้องมีการศึกษาเนื้อหาวิชาที่ตรงหรือเกี่ยวข้องกับวิชาที่สอน ไม่น้อยกว่า 30 หน่วยกิต ขณะเดียวกันผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี 2 ปี หลักสูตรต่อเนื่อง ต้องศึกษาเนื้อหาที่ตรงหรือเกี่ยวข้องกับวิชาที่สอนในระดับปริญญาตรีไม่น้อยกว่า 20 หน่วยกิต และในระดับอนุปริญญาหรือเทียบเท่าได้ไม่เกิน 10 หน่วยกิต รวมแล้วไม่น้อยกว่า 30 หน่วยกิต โดยให้นับจำนวนหน่วยกิตจากรายวิชาที่ศึกษาตาม Transcript
ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้สำเร็จ การศึกษาทุกคุณวุฒิ ทุกสาขาวิชาที่ ก.ค.ศ.รับรองสามารถนำหน่วยกิตมาใช้สมัครเพื่อสอบแข่งขันหรือคัดเลือกได้นั้น ทั้งหมดนี้ถือว่าสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน 5 เรื่อง หรือ 5 Big Rock ได้แก่
1.การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา
2.การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ
3.การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐาน
4.การจัดการอาชีวศึกษา ที่เน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบนำไปสู่การจ้างงานและการสร้างงาน
5.การปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2565
“สำหรับแผนการปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐาน มีสองส่วนคือ
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 10 พฤษภาคม 2564