
“ปัญหาที่ถือเป็นกล่องดำทางการศึกษาของไทยคือ ประเทศไทยไม่เคยเตรียมผู้นำทางวิชาการ แต่คัดเลือกเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษา ให้ความสำคัญกับการสอบคัดเลือกตามระเบียบราชการ หรือการสอบในเชิงวิชาการ ซึ่งไม่ใช่วิชาการที่เป็นการทดสอบวัดสมรรถนะการบริหารในฐานะผู้นำวิชาการ (Academic Leadership) จึงส่งผลให้ได้ผู้บริหารการศึกษาที่เน้นทำข้อสอบเชิงวิชาการ บริหารทั่ว ๆ ไป ไม่ได้เน้นประสบการณ์ด้านการบริหารงานวิชาการ ถือเป็นการเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาที่บิดเบี้ยว
ซึ่งบิดเบี้ยวตั้งแต่การเปิดโอกาสให้ครูที่มีคุณวุฒิ วิทยฐานะระดับชำนาญการทุกระดับมีสิทธิ์สอบบางท่านสอบผ่านเป็นผู้บริหารโรงเรียนทั้ง ๆ ที่ไม่เคยผ่านงานหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ หรือหัวหน้ากลุ่มวิชาบางคนไม่เคยเป็น รอง ผอ. แต่ไปสอบผอ. ซ้ำร้ายกว่านั้นเคยเป็นครูโรงเรียนมัธยมมาตลอด แล้วไปสอบเป็น ผอ.โรงเรียนประถม แล้วคิดว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสย้ายกลับไปเป็น ผอ.โรงเรียนมัธยม เพราะฉะนั้นอย่าหวังกับผู้นำทางวิชาการ ที่ไม่ได้ถูกสร้าง หรือถูกเตรียมให้เป็น”
รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ อดีตประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และอดีตประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ คุรุสภากล่าวในการเสวนาหัวข้อ “แชร์กลยุทธ์ จุดไอเดียผู้บริหาร” ในงานเปิดตัว www.Thailandleadership.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำของผู้อำนวยการ (ผอ.) โรงเรียน นำเสนอทักษะที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ในรูปแบบของข่าวสาร งานวิจัย บทความ คลิปวีดีโอพอดแคสต์ สารคดี ฯลฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งจัดโดยมูลนิธิเอเชีย และพันธมิตร
และเมื่อผู้บริหารสถานศึกษาขาดประสบการณ์ทางวิชาการ การไปเป็นผู้นำวิชาการไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่ง รศ.ดร.เอกชัย เสนอแนะว่า “ในอนาคตต้องกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะสอบเป็นผู้บริหารสถานศึกษา” เช่น ต้องมีประสบการณ์ในการเป็นรอง ผอ. หรือเคยเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ จึงจะมีสิทธิ์สอบ ซึ่งที่ผ่านมาเคยเสนอแนวคิดกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะสอบตำแหน่ง ผอ.ได้ จะต้องอยู่ในตำแหน่งรอง ผอ.วิชาการไม่น้อยกว่า 2 ปี แต่แนวคิดไม่ได้ถูกนำไปปฏิบัติเนื่องจากเหตุผลที่ไม่ทราบได้
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาที่ถือเป็น “กล่องดำทางการศึกษา” ของไทยอีกประการ คือ “ขาดการกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปที่โรงเรียน” ส่งผลให้ผู้บริหารไม่กล้าแสดงศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ เพราะมีกฎระเบียบและ ข้อบังคับหลายอย่าง จึงเห็นว่าส่วนกลางควรกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคล รวมถึงงบประมาณ เพื่อให้ผู้บริหารมีอิสระในการบริหารจัดการ และแสดงศักยภาพของตนเองให้ได้มากที่สุด
รศ.ดร.เอกชัย ย้ำว่า “การเติบโตและความก้าวหน้าในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ไม่ควรขึ้นอยู่กับจำนวนของนักเรียน หรือขนาดของสถานศึกษาเป็นสำคัญ แต่ควรพิจารณาคุณสมบัติของผู้บริหารให้เหมาะสมกับขนาดของโรงเรียนเป็นหลัก” หากผู้บริหารคนใดเหมาะสมที่จะอยู่โรงเรียนขนาดเล็ก ก็ต้องบริหารโรงเรียนขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องขยับไปที่โรงเรียนขนาดกลางเพื่อให้ผู้บริหารคนใหม่ได้เข้ามาทำหน้าที่
แทน หรือหากผู้บริหารคนใหม่ที่สอบผ่านเข้ามา เหมาะสมที่จะบริหารโรงเรียนขนาดกลาง ก็ควรให้บริหารโดยไม่ต้องไปเริ่มต้นในโรงเรียนขนาดเล็ก
“บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในอนาคตควรจะต้องมี 4 คุณสมบัติที่เป็นลักษณะสำคัญ คือ
1.Designer มีคุณสมบัติเป็นนักออกแบบเพื่อที่จะออกแบบงานที่เกี่ยวข้องกับวิชาการได้ ซึ่งควรมีประสบการณ์ทำงานด้านวิชาการมาก่อน
2.Facilitator เป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ครู ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมที่จะพัฒนาวิชาการของสถาน ศึกษา
3.Supporter เป็นคนสนับสนุนครู และ
4.Evaluator เป็นผู้ประเมินผลการทำงาน” รศ.ดร.เอกชัยระบุ
สำหรับเว็บไซต์ Thailand Leadership จัดทำขึ้นภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการ, กรุงเทพมหานคร,สถานทูตออสเตรเลีย และเหล่าพันธมิตร โดยมีที่มาจาก โครงการวิจัยเรื่องจากความท้าทายสู่คุณภาพการศึกษาของประเทศไทย : กฎระเบียบ การบริหารทรัพยากร และความเป็นผู้นำ ในปี 2561-2564 ของมูลนิธิเอเชีย ที่ได้มุ่งเน้นศึกษาโครงสร้างและบทบาทของ “ตัวกลาง” ระหว่างผู้กำหนดนโยบายการศึกษาของชาติและผลผลิตทางการศึกษา นั่นคือ “ผู้อำนวยการสถานศึกษา” ในฐานะกล่องดำทางการศึกษา หรือแกนหลักผู้สื่อสารถ่ายทอดนโยบาย
บทสรุปที่ได้คือผู้อำนวยการโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จะต้องมีบทบาทเป็นผู้นำทางวิชาการ ซึ่งภายในเว็บไซต์จะประกอบด้วย 3 เมนูหลักคือ 1.ลงมือปฏิบัติ 2.พัฒนาวิชาการ และ 3.สร้างสรรค์งานวิจัย โดย ผอ.โรงเรียน และผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปใช้บริการได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่ http://www.Thailandleadership.org ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ที่มา ; แนวหน้า วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566
บทความชี้ให้เห็น “กล่องดำทางการศึกษาไทย” คือระบบคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษาที่ไม่ได้เตรียม “ผู้นำทางวิชาการ” อย่างแท้จริง แต่เน้นสอบเชิงวิชาการตามระเบียบราชการ ส่งผลให้ผู้บริหารจำนวนมากขาดประสบการณ์ด้านวิชาการ และเข้าสู่ตำแหน่งอย่างบิดเบี้ยว เช่น ไม่เคยเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระหรือรองผู้อำนวยการมาก่อน นอกจากนี้ยังพบปัญหาการโยกย้ายข้ามระดับโรงเรียนโดยไม่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญ
อีกประเด็นสำคัญคือการรวมศูนย์อำนาจจากส่วนกลาง ทำให้ผู้บริหารขาดอิสระ ไม่สามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่ จึงควรกระจายอำนาจด้านบุคคลและงบประมาณไปยังโรงเรียน รวมถึงกำหนดคุณสมบัติผู้บริหารให้มีประสบการณ์ด้านวิชาการ เช่น เคยเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ
บทความยังเสนอว่า ความก้าวหน้าในตำแหน่งไม่ควรขึ้นอยู่กับขนาดโรงเรียน แต่ควรพิจารณาความเหมาะสมของบุคคล พร้อมกำหนดบทบาทผู้บริหารยุคใหม่ 4 ด้าน ได้แก่ Designer (ออกแบบงานวิชาการ), Facilitator (เอื้ออำนวย), Supporter (สนับสนุน) และ Evaluator (ประเมินผล) โดยสรุป ผู้บริหารที่มีคุณภาพต้องเป็นผู้นำทางวิชาการ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน
ข้อ 1 ข้อใดสะท้อน “กล่องดำทางการศึกษา” ได้ชัดเจนที่สุด
ก. การขาดงบประมาณ
ข. การคัดเลือกผู้บริหารที่ไม่เน้นผู้นำทางวิชาการ
ค. การขาดครู
ง. การใช้เทคโนโลยีต่ำ
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ว่าปัญหาหลักคือระบบคัดเลือกที่ไม่พัฒนาผู้นำวิชาการ
ข้อ 2 ปัญหาการสอบผู้บริหารในปัจจุบันคืออะไร
ก. เน้นภาคปฏิบัติ
ข. เน้นสมรรถนะจริง
ค. เน้นข้อสอบเชิงวิชาการมากเกินไป
ง. ไม่มีการสอบ
เฉลย: ค
เหตุผล: การสอบไม่วัดภาวะผู้นำวิชาการ
ข้อ 3 แนวทางแก้ไขสำคัญคือข้อใด
ก. เพิ่มเงินเดือน
ข. กำหนดคุณสมบัติด้านประสบการณ์วิชาการ
ค. ลดจำนวนโรงเรียน
ง. เพิ่มข้อสอบ
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องมีประสบการณ์ เช่น รองผอ. หรือหัวหน้ากลุ่มสาระ
ข้อ 4 ปัญหาการรวมศูนย์ส่งผลอย่างไร
ก. ครูมีอิสระมากขึ้น
ข. ผู้บริหารแสดงศักยภาพได้เต็มที่
ค. ผู้บริหารขาดความกล้าตัดสินใจ
ง. โรงเรียนมีงบมากขึ้น
เฉลย: ค
เหตุผล: กฎระเบียบมากทำให้ไม่กล้าบริหาร
ข้อ 5 ข้อใด “ไม่ใช่” คุณสมบัติผู้บริหารยุคใหม่
ก. Designer
ข. Facilitator
ค. Controller
ง. Evaluator
เฉลย: ค
เหตุผล: ไม่มี Controller ใน 4 บทบาท
ข้อ 6 Designer หมายถึงอะไร
ก. ควบคุมครู
ข. ออกแบบงานวิชาการ
ค. ประเมินผล
ง. จัดงบประมาณ
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นผู้ออกแบบงานวิชาการ
ข้อ 7 แนวคิดเรื่องขนาดโรงเรียนที่ถูกต้องคือ
ก. ต้องเริ่มจากโรงเรียนเล็กเสมอ
ข. โรงเรียนใหญ่ดีที่สุด
ค. เลือกตามความเหมาะสมของผู้บริหาร
ง. ขึ้นอยู่กับอายุงาน
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นความเหมาะสม ไม่ใช่ขนาด
ข้อ 8 หากต้องการเป็นผู้นำวิชาการที่ดี ควรทำอย่างไร
ก. อ่านหนังสือสอบ
ข. มีประสบการณ์บริหารวิชาการจริง
ค. สอบให้ผ่าน
ง. ย้ายโรงเรียนบ่อย
เฉลย: ข
เหตุผล: ประสบการณ์จริงสำคัญที่สุด
ข้อ 9 การกระจายอำนาจควรครอบคลุมด้านใด
ก. เฉพาะวิชาการ
ข. เฉพาะงบประมาณ
ค. บุคคลและงบประมาณ
ง. เฉพาะครู
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุทั้งบุคคลและงบประมาณ
ข้อ 10 ข้อใดเป็นบทบาท Facilitator
ก. ประเมินครู
ข. สนับสนุนงบ
ค. เอื้อให้ครูมีส่วนร่วมพัฒนา
ง. ออกแบบหลักสูตร
เฉลย: ค
เหตุผล: Facilitator คือผู้เอื้ออำนวยการมีส่วนร่วม