
เนื้อหาการบรรยายเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเชิงพื้นที่ (SDG Localization) ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีข้าราชการและผู้นำความเปลี่ยนแปลงระดับท้องถิ่นทั่วประเทศเข้าร่วมรับฟัง จัดงานโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ฯ
กสศ. ชูแนวคิด All for Education สร้างระบบการศึกษาที่เสมอภาค ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อม ‘7 Game Changer’ เปลี่ยนระบบการศึกษาไทยให้เหลื่อมล้ำน้อยที่สุด
ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวในหัวข้อ “การศึกษากับการพัฒนาที่ยั่งยืน” ว่าประเด็น ‘การศึกษาที่มีคุณภาพ’ เป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยมีทุกหน่วยงานซึ่งไม่ใช่แค่หน่วยงานด้านการศึกษาที่มีส่วนเกี่ยวข้องเท่านั้น ดังนั้นเมื่อมีการศึกษาที่มีคุณภาพได้จะสามารถแก้ปัญหาความยากจนในเวลาต่อมา หรือแม้แต่การศึกษาที่ไปสร้างระบบสุขภาพที่ดี รวมถึงประเด็นความเหลื่อมล้ำ และประเด็นอื่น ๆ ล้วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาที่มีคุณภาพ
ดร.ไกรยส กล่าวต่อว่า ผลกระทบจากโควิด-19 ที่ระบาดทั่วโลก ส่งผลต่อ ‘การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์’ ทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่
· ด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 8 เรื่องงานที่มีคุณค่าและเศรษฐกิจที่เติบโต เพราะโควิด-19 ทำให้เกิดการสูญเสียงานประจำตำแหน่งไป 255 ล้านตำแหน่งทั่วโลก และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 16 เรื่องสันติภาพและสถาบันเข้มแข็ง เนื่องจากจำนวนแรงงานเด็กเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบสองทศวรรษกว่า 160 ล้านคนในปี 2020
· ด้านการศึกษา จากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 4 เรื่องการศึกษาที่มีคุณภาพ พบว่าในปี 2020 เด็กอายุ 7-14 ปีทั่วโลก คิดเป็นสัดส่วน 8% มีปัญหาการอ่านหนังสือในระดับต่ำ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 17 เรื่องหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา เพราะโควิด-19 ทำให้ประชากร 3.7 พันล้านคนทั่วโลก หรือเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต
· ด้านสุขภาวะ จากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 2 เรื่องขจัดความหิวโหย พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีทั่วโลก มีภาวะแคระแกร็น 22% ภาวะผอมแห้ง 6.7% และภาวะน้ำหนักเกินอีก 5.7% ส่วนผลกระทบด้านสุขภาวะถัดมากระทบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 3 เรื่องการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เพราะโควิด-19 ทำให้ความก้าวหน้าด้านสุขภาพทั่วโลกหยุดชะงักหรือถดถอย รวมทั้งทำให้อายุขัยคาดการณ์เฉลี่ยของประชากรสั้นลง
“ในประเทศไทย กสศ.ได้เฝ้าระวังตัวเลขร่วมกับศบค. พบว่ามีเด็กและเยาวชนอายุ 0 ถึง 18 ปีติดโควิดเฉลี่ยวันละ 2,000 กว่าคน แม้ว่าเด็กกลุ่มนี้หายจากโควิดแล้วก็จะมีภาวะ Long-Covid ที่เกี่ยวกับระบบประสาท ทางเดินหายใจ ระบบร่างกายต่าง ๆ ดังนั้นผลกระทบจากโควิด-19 เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการศึกษาในระยะยาว”
ดร.ไกรยส ให้ข้อมูลว่า ในปี 2564-2565 มีนักเรียนมากกว่า 1,900,000 คนในประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยจำนวนนี้เป็นเด็กที่มีความยากจนที่อยู่นอกระบบการศึกษากว่า 430,000 คน เด็กพิการมากกว่า 240,000 คน โดยมีเด็กยากจนเพียง 5% ที่สามารถศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ ขณะที่การระบาดของโควิด-19 ที่ต่อเนื่องทำให้รายได้ครัวเรือนลดลง ภาระพึ่งพิงในครัวเรือนเพิ่มขึ้นจนทำให้มีนักเรียนยากจนเพิ่มขึ้นมากกว่า 300,000 คน และภาวะถดถอยทางการเรียนรู้หรือ Learning Loss เป็นผลกระทบสำคัญจากโควิด-19
“ตั้งแต่มีการก่อตั้งกสศ.เมื่อปี 2561 ตัวเลขแนวโน้มของรายได้ครัวเรือนรายได้น้อยที่มีเด็กอยู่ในระบบการศึกษาลดลงต่อเนื่อง สภาพัฒน์ฯ มีเส้นความยากจนที่ 2,700 บาทโดยเฉลี่ยต่อคนต่อเดือน แต่รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนยากจนที่มีเด็กในการศึกษา 1.1 ล้านคน มีรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจนกว่าครึ่งหนึ่ง เราจึงเรียกเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ว่า ‘นักเรียนยากจนพิเศษ’ เด็กที่เคยศึกษาในเทอม 2/2563 เมื่อเปิดเทอม 1/2564 ไม่มีตัวตนในระบบการศึกษา”

“ทำไมเรามีงบเรียนฟรี 15 ปีแล้วยังไม่ครอบคลุมปัญหาเหล่านี้ เพราะค่าครองชีพ อาหาร ค่าเดินทาง เขาจะได้เมื่อเขาเดินทางไปถึงโรงเรียนสำเร็จ ถ้าเขายังออกจากบ้านไม่ได้ หรือเดินทางไม่ถึงโรงเรียน อาหารก็จะไม่ได้ทาน ค่าเดินทางก็ไม่ได้รับ อุปกรณ์เสื้อผ้าตำราเรียนก็ไม่ได้รับ”
ขณะเดียวกัน กสศ.ยังสำรวจความพร้อมในการเรียนออนไลน์พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ต่อเนื่อง ไม่มีอุปกรณ์รองรับ ไม่มีผู้ให้คำปรึกษาในการเรียน โดยสาเหตุหลักมาจากการไม่มีรายได้ในการเติมเงินอินเทอร์เน็ตเดือนละ 600 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขค่าเฉลี่ยการเติมเงินอินเทอร์เน็ตของคนกลุ่มนี้
ดังนั้น การแก้ปัญหาการศึกษาจึงต้องใช้แนวคิด ‘7 Game Changer’ เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ดังนี้
(1) การพัฒนาครูและสถานศึกษา โดยสนับสนุนข้อมูล เทคโนโลยี องค์ความรู้และทรัพยากรที่จำเป็น
(2) ระบบข้อมูลและสารสนเทศ โดยเฉพาะระบบข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้
(3) ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
(4) นวัตกรรมการเงินและการคลัง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงบประมาณ
(5) การจัดการการศึกษาตามระบบพื้นที่ (Area-Based Education) สร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ เป็นตัวอย่างการกระจายอำนาจ ทำให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะตลอดช่วงชีวิตตามบริบทพื้นที่
(6) ระบบการคุ้มครองทางสังคมในระบบการศึกษา 5 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงของสถาบันครอบครัว ความพร้อมและความปลอดภัยในการเดินทาง และความพร้อมของชุมชนท้องถิ่น
(7) แนวคิด All for Education หมายถึงการศึกษาเป็นกิจของทุกคน โดยเฉพาะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนอกภาคการศึกษาซึ่งต้องร่วมมือกันเพื่อให้การศึกษาที่เสมอภาคเกิดขึ้นได้
ส่วนการแก้ปัญหาการศึกษาระดับประเทศ กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการส่งเสริมโอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทียม ร่วมกับ 11 หน่วยงาน จัดทำแอปพลิเคชั่น “พาน้องกลับมาเรียน” ซึ่งเป็นระบบที่ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลในการติดตามช่วยเหลือพาเด็กที่หลุดจากระบบให้กลับเข้ามาในระบบ

ดร.ไกรยส กล่าวต่อว่า ในประเทศไทยมีเมืองที่พัฒนาเป็นเครือข่ายแห่งการเรียนรู้ทั้งหมด 4 เมือง ได้แก่ เทศบาลนครเชียงราย เทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลนครภูเก็ต และเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา
ดร.ไกรยส กล่าวเสริมว่า กสศ.ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลชื่อ iSEE เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยฐานข้อมูลครอบคลุมประชากรและเยาวชนวัยเรียนมากกว่า 4 ล้านคนทั่วประเทศ
นอกจากนี้ กสศ.ยังพัฒนาบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ (NEA) เพื่อรวบรวมข้อมูลรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทยจากทุกแหล่งที่มา ไม่ว่าจะเป็นรายจ่ายของภาครัฐส่วนกลาง ภาครัฐส่วนท้องถิ่น ภาคครัวเรือน ภาคเอกชนและภาคต่างประเทศ ครอบคลุมรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2551-2561 โดยสามารถวิเคราะห์ความเท่าเทียมและความเหลื่อมล้ำด้านการกระจายทรัพยากรด้านการศึกษาของแต่ละจังหวัด เชื่อมโยงกับคุณภาพด้านการศึกษาและเศรษฐกิจรายพื้นที่

ดร.ไกรยส กล่าวต่อว่า กสศ.ยังได้ร่วมมือกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) จากแนวคิดของแสนสิริที่ต้องการแก้ไขปัญหาเด็กที่หลุดจากระบบ และต้องการนำร่องโครงการในพื้นที่ 1 จังหวัด งบประมาณ 100 ล้านบาทเป็นเวลา 3 ปี โดยแสนสิริจะระดมเงินโดยออกหุ้นกู้ 100 ล้านบาทผ่านระบบออนไลน์ของ SCB ในรูปแบบ Education Bond อายุ 3 ปี และนำเงินเข้าบัญชีของกสศ.
โครงการความร่วมมือทั้งต้นกำหนดเป้าหมายอย่างน้อย 3 ด้าน คือ (1) เด็กต้องอยู่ในระบบการศึกษาในช่วงวัยภาคบังคับ (ม.1-ม.3) ภายใน 3 ปี (2) เด็กที่ถึงเกณฑ์พร้อมเข้าเรียนป.1 100% ภายใน 3 ปี (3) กลไกจังหวัดสานต่อการทำงานในระดับพื้นที่ จากนั้นเป็นแผนระยะ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2565-2567
“กสศ.ได้สนับสนุนงบประมาณไปที่โรงเรียนในสังกัดสพฐ. อปท. ตชด. มากกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศในทุกเทอม มีงบประมาณที่จัดสรรโดยตรงปีละเกือบ 4,000 ล้าน เด็กจะได้เงินคนละ 3,000 บาทตามระดับความยากจน ถ้ายากจนพิเศษจะได้งบจากส่วนอื่นๆ ด้วย และเด็กจะได้รับการสนับสนุนในส่วน ‘ค่าครองชีพทางการศึกษา’ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าเดินทาง ฯลฯ เราพยายามขยายขอบเขตงานในกลุ่มเป้าหมายสังกัดต่างๆ ให้ครอบคลุมมากที่สุด”

ขณะที่การแก้ปัญหาของต่างประเทศเองเน้นการกระจายอำนาจให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ (Unesco Learning City Network)โดยดร.ไกรยส ขยายความว่าการแก้ปัญหาจะต้องเริ่มจากมองว่าในเมืองมีปัญหาอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น
เมืองเมเดลลิน ประเทศโคลอมเบีย เป็นเมืองที่มีอัตราการเกิดอาชญากรรมสูง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับการศึกษาเท่าที่ควร ต่อมาได้รับการแก้ปัญหาโดยพัฒนาคุณภาพครู และพัฒนาระบบนิเวศน์ของเมืองเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่ายที่สุด ด้วยการสร้างศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ของครู ให้ทุนการศึกษา จัดหลักสูตรการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ รวมถึงกลไกการประเมินเพื่อพัฒนาเมืองที่ทุกคนสามารถเสนอแนะได้
เมืองซอนเดอร์บอร์ก ประเทศเดนมาร์ก มีปัญหาประชากรย้ายถิ่นฐานสูง ปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาสุขภาพ รัฐบาลจึงออกนโยบายความยั่งยืน 4 มิติ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม จากนั้นจึงเชื่อมโยงทุกเรื่องผ่านหลักสูตรการเรียนและสื่อสารสาธารณะ ที่สำคัญคือเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนแสดงความคิดเห็นในการพัฒนาเมือง
เมืองเฉิงตู ประเทศจีน ประสบปัญหาจากการที่เมืองเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนเกิดช่องว่างการเรียนรู้สำหรับประชากรบางกลุ่ม รัฐบาลจีนแก้ปัญหาด้วยการพัฒนาระบบนิเวศน์ของเมืองให้เหมาะกับการเรียนรู้ ทั้งการจัดหลักสูตรสำหรับผู้สูงอายุ หลักสูตรอาชีวศึกษา พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้ประชาชนสามารถเดินไปหาได้
“เมืองแห่งการเรียนรู้เป็นโจทย์ที่จะช่วยให้เมืองหรือเทศบาลสามารถมีโอกาสพัฒนาจากข้างใน นำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเพราะมีกรอบการทำงานที่ชัดเจน”
ที่มา ; thai publica
บทความกล่าวถึงการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผ่านการทำ SDG Localization โดยเน้นบทบาทของการศึกษาในฐานะเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กสศ.เสนอแนวคิด “All for Education” ที่ชี้ว่าการศึกษาเป็นความรับผิดชอบของทุกภาคส่วน ไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานการศึกษา พร้อมแนวทาง “7 Game Changer” เพื่อปฏิรูปการศึกษาไทย เช่น การพัฒนาครู ระบบข้อมูล Big Data ความร่วมมือรัฐ–เอกชน นวัตกรรมการเงิน การจัดการเชิงพื้นที่ ระบบคุ้มครองทางสังคม และการมีส่วนร่วมของทุกคน
ผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลรุนแรงต่อเศรษฐกิจ การศึกษา และสุขภาวะ เช่น การตกงานจำนวนมาก แรงงานเด็กเพิ่มขึ้น ปัญหา Learning Loss การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไม่ทั่วถึง รวมถึงภาวะโภชนาการและสุขภาพเด็กที่แย่ลง ในประเทศไทยพบเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษามากกว่า 1.9 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มยากจนและพิการ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านรายได้ ค่าเดินทาง และอุปกรณ์เรียนออนไลน์
กสศ.พัฒนาระบบ iSEE และบัญชีรายจ่ายการศึกษาแห่งชาติ (NEA) เพื่อใช้ข้อมูลวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำ พร้อมสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือผู้เรียนโดยตรง รวมถึงความร่วมมือกับภาคเอกชนและโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” ด้านการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้มีตัวอย่างจากต่างประเทศ เช่น เมเดลลิน ซอนเดอร์บอร์ก และเฉิงตู ที่ใช้การศึกษาเป็นฐานพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
แนวคิดหลัก “All for Education” สะท้อนความหมายใดมากที่สุด
ก. การศึกษาเป็นหน้าที่ของครูเท่านั้น
ข. การศึกษาเป็นความรับผิดชอบของทุกภาคส่วน
ค. การศึกษาเน้นการแข่งขันทางวิชาการ
ง. การศึกษาเน้นการสอบเป็นหลัก
เฉลย: ข
เหตุผล: แนวคิดเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา
“7 Game Changer” มีเป้าหมายสำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนโรงเรียนเอกชน
ข. ลดภาระงานครู
ค. ปฏิรูปการศึกษาให้ลดความเหลื่อมล้ำ
ง. เพิ่มการสอบมาตรฐานระดับชาติ
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากโควิด-19 ที่สำคัญคือข้อใด
ก. รายได้ประชากรเพิ่มขึ้น
ข. การจ้างงานเพิ่มขึ้น
ค. การสูญเสียงานจำนวนมาก
ง. การลงทุนเพิ่มขึ้นทั่วโลก
เฉลย: ค
เหตุผล: โควิดทำให้เกิดการสูญเสียงานจำนวนมากทั่วโลก
Learning Loss หมายถึงอะไร
ก. การสูญเสียรายได้ครอบครัว
ข. การสูญเสียโอกาสการเรียนรู้
ค. การลดจำนวนครู
ง. การปิดโรงเรียนถาวร
เฉลย: ข
เหตุผล: หมายถึงภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของผู้เรียน
ระบบ iSEE มีวัตถุประสงค์หลักคืออะไร
ก. จัดสอบออนไลน์
ข. เก็บข้อมูลผู้เรียนเพื่อวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำ
ค. สร้างหลักสูตรใหม่
ง. เพิ่มจำนวนครู
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อวิเคราะห์และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
ปัญหาหลักของเด็กยากจนในการเรียนออนไลน์คือข้อใด
ก. ขาดความตั้งใจเรียน
ข. ไม่มีครูสอน
ค. ไม่มีอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต
ง. ไม่มีโรงเรียนรองรับ
เฉลย: ค
เหตุผล: ขาดอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตเป็นอุปสรรคสำคัญ
แนวคิด Area-Based Education เน้นอะไร
ก. การสอบระดับประเทศ
ข. การบริหารจัดการตามบริบทพื้นที่
ค. การเรียนออนไลน์เท่านั้น
ง. การรวมโรงเรียนขนาดใหญ่
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการจัดการศึกษาตามบริบทของพื้นที่
“เมืองแห่งการเรียนรู้” มีจุดเด่นสำคัญคืออะไร
ก. เน้นอุตสาหกรรมหนัก
ข. เน้นการท่องเที่ยว
ค. ใช้การศึกษาเป็นฐานพัฒนาเมือง
ง. ลดบทบาทประชาชน
เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้การเรียนรู้เป็นกลไกพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
โครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” มีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. เพิ่มงบโรงเรียน
ข. ติดตามเด็กหลุดจากระบบกลับเข้าสู่การศึกษา
ค. สร้างโรงเรียนใหม่
ง. เพิ่มครูในชนบท
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นค้นหาและช่วยเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา
แนวทางแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. เพิ่มการสอบแข่งขัน
ข. ลดจำนวนวิชาเรียน
ค. บูรณาการหลายภาคส่วนและใช้ข้อมูลเชิงระบบ
ง. เพิ่มการบ้านนักเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องใช้ความร่วมมือและข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาเชิงระบบอย่างยั่งยืน