
ใช้วุฒิการศึกษาและใบประกอบวิชาชีพปลอม ต่อมาถูกตรวจพบจึงเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติในการเป็นเจ้าหน้าที่ และถูกให้ออกจากตำแหน่ง หน่วยงานจะเรียกคืนเงินเดือน และผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับไปได้หรือไม่ เรื่องนี้ขอให้ผู้อ่าน อ่านคำวินิจฉัยอย่างรอบคอบ เพราะมีการแยกแยะประเภทของเจ้าหน้าที่ด้วย เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องสัญญาและคำสั่งทางปกครอง
คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง วินิจฉัยไว้โดยสรุปว่า
๑. กรณีการเป็นลูกจ้างชั่วคราวและเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข เป็นนิติสัมพันธ์ที่เกิดจากการทำสัญญาทางปกครอง มิใช่คำสั่งทางปกครอง จึงไม่อาจนำมาตรา ๕๑ ของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ มาใช้เพิกถอนและเรียกคืนเงินได้ ต้องบังคับตามสัญญาทางปกครองซึ่งอาจประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้โดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายมหาชน กรณีตามปัญญาเมื่อมีการใช้วุฒิการศึกษาปลอม การทำสัญญาดังกล่าวจึงเกิดจากกลฉ้อฉลและมีผลเป็นโมฆียะ อย่างไรก็ตาม สัญญาได้สิ้นสุดลงก่อนที่จะตรวจสอบพบว่าใช้วุฒิปลอม จึงไม่อาจเรียกคืนเงินที่ได้รับไปตามสัญญาได้
๒. กรณีเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ คำสั่งบรรจุแต่งตั้งเป็นคำสั่งทางปกครอง เมื่อมีการใช้วุฒิปลอมในการบรรจุ คำสั่งบรรจุแต่งตั้งจึงเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นการให้ประโยชน์แก่ผู้รับคำสั่ง และคำสั่งบรรจุแต่งตั้งดังกล่าวมีผลโดยตรงในทางกฎหมายที่ทำให้ผู้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการได้รับเงินเดือน เมื่อมีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งสามารถนำมาตรา ๕๑ ของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ มาใช้บังคับได้ แต่ในกรณีนี้ มีกฎหมายเฉพาะ คือ มาตรา ๖๗ ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดไว้โดยเฉพาะแล้วว่า กรณีปรากฏภายหลังว่าผู้ได้รับบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือนขาดคุณสมบัติ และเมื่อมีคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว ไม่กระทบกระเทือนถึงการรับเงินเดือนหรือประโยชน์อื่นที่ได้รับไประหว่างนั้น กรณีนี้จึงไม่ต้องนำมาตรา ๕๑ ของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ มาใช้บังคับอีก หน่วยงานจึงเรียกคืนเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดคืนไม่ได้
บันทึกคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เรื่อง การเรียกคืนเงินเดือนและผลประโยชน์อื่นใดในกรณีเจ้าหน้าที่ขาดคุณสมบัติเพราะเหตุใช้วุฒิการศึกษาและใบประกอบวิชาชีพปลอม (เรื่องเสร็จที่ ๑๔๒๕/๒๕๖๓)




