สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M519_สพฐ.เดินหน้าลดภาระนักเรียน-ครู สร้างคุณภาพอย่างเท่าเทียม

ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอของบอาหารกลางวัน จำนวน 2,955 ล้านบาทในกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาส จำนวน 7,344 แห่งประกอบด้วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กรุงเทพมหานคร และกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จำนวนนักเรียนรวมทั้งสิ้น 575,983 คน

ซึ่งจะเป็นงบประมาณในปี 2568 สำหรับนักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โดย

  • จำนวนนักเรียน 1-40 คนได้รับงบสนับสนุน 36 บาท/คน/วัน
  • จำนวนนักเรียน 41-100 คน ได้รับงบฯ 27 บาท/คน/วัน
  • จำนวนนักเรียน 101-120 คน ได้รับงบฯ 24/บาท/คน/วัน และ
  • จำนวนนักเรียน 120 คนขึ้นไปได้รับงบฯ 22/บาท/คน/วัน  

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังได้เห็นชอบการจ้างนักการภารโรงให้แก่โรงเรียนที่ขาดให้มีครบทุกโรงเรียน จำนวน 14,210 อัตรา โดยในปีงบประมาณ 2568 จะมีการดำเนินการจ้างรวมจำนวน 25,370 อัตรา ซึ่งจะสามารถดำเนินการจ้างได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2567 ถึง 30 ก.ย. 2568 จากนั้นก็จะดำเนินการเตรียมการเพื่อของบประมาณในปีต่อๆ ไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนทางด้านงบประมาณสำหรับจ้างนักการภารโรงในปี 2567 นั้น ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในส่วนของงบจ้างนักการภารโรงของปี 2567 แล้ว ขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการจัดทำคำของบเพิ่มเติมไปที่สำนักงบฯและส่งผ่านมายัง ศธ. หลังจากนั้นจะเสนอให้ที่ประชุม ครม. อนุมัติอีกครั้ง โดยในปีงบประมาณ 2567 นี้ จะมีการจ้างนักการภารโรง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-30 กันยายน 2567 ซึ่งหมายความว่า นับแต่เปิดภาคเรียนใหม่ที่จะถึงนี้ โรงเรียนสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ จะมีนักการภารโรงครบทุกโรงเรียนเป็นที่แน่นอน 

สพฐ.พร้อมเดินหน้าสานต่อนโยบายลงสู่สถานศึกษาและผู้เรียนทั่วประเทศ โดยงบอาหารกลางวันโรงเรียนขยายโอกาสฯ จะช่วยแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการของเด็กนักเรียน โดยส่งเสริมมื้อกลางวันกินฟรี สุขภาพดีตามหลักโภชนาการ ให้เด็กและเยาวชนได้กินดี มีความสุข เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้

กลางวันของนักเรียนระดับชั้นเด็กเล็กถึง ป.6 เป็นค่าอาหารกลางวันให้นักเรียนระดับชั้น ม.1-3 ซึ่งดำเนินการไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ได้มีงบสนับสนุนในส่วนนี้โดยตรง และตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่เป็นรากฐานสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสังคมไทยอีกด้วย” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว 

ในส่วนของการจ้างนักการภารโรงนั้น จำเป็นที่ต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อจ้างนักการภารโรงให้ครบทุกโรงเรียน เพื่อความปลอดภัยของครูและนักเรียน ให้โรงเรียนอยู่ในสภาพที่สะอาด ปลอดภัย เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ลดภาระงานครู ให้ครูมีเวลาทำหน้าที่หลักคือการจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ มีประสิทธิภาพ ให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัยของครูและนักเรียน “เรียนดีมีความสุข” ได้อย่างแท้จริง เลขาธิการ กพฐ.กล่าวทิ้งท้าย 

ที่มา  ; แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2567 

สรุปสาระสำคัญ 

ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณปี 2568 จำนวน 2,955 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนอาหารกลางวันนักเรียนระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 1–3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา 7,344 แห่ง รวม 575,983 คน โดยจัดสรรงบตามจำนวนผู้เรียนระหว่าง 22–36 บาทต่อคนต่อวัน เพื่อแก้ปัญหาทุพโภชนาการและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมส่งเสริมสุขภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้ดีขึ้น 

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบ การจ้างนักการภารโรงครบทุกโรงเรียน รวม 25,370 อัตรา เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568 เพื่อดูแลความสะอาด ความปลอดภัยของสถานศึกษา และลดภาระงานของครูให้มุ่งสู่ภารกิจหลักคือการจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ ถือเป็นนโยบายที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนอย่างยั่งยืน ตอบสนองนโยบายรัฐบาลด้านโอกาสทางการศึกษาและความเท่าเทียมในสังคมไทย 

ข้อสอบ 

1. เหตุผลหลักที่รัฐบาลสนับสนุนงบอาหารกลางวันแก่นักเรียน ม.1–ม.3 คืออะไร
ก. เพื่อเพิ่มงบประมาณการศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาส
ข. เพื่อแก้ปัญหาทุพโภชนาการและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ค. เพื่อขยายโครงการอาหารกลางวันไปถึงทุกระดับชั้น
ง. เพื่อทดแทนงบประมาณที่ขาดแคลนจากท้องถิ่น

2. การจัดสรรงบอาหารกลางวันแบบขั้นบันไดตามจำนวนนักเรียน แสดงถึงหลักการบริหารใด

ก. ความยุติธรรมตามสัดส่วน
ข. ประสิทธิภาพเชิงงบประมาณ
ค. ความเท่าเทียมเชิงปริมาณ
ง. ความรับผิดชอบเชิงผลลัพธ์

3. การจ้างนักการภารโรงครบทุกโรงเรียนมีผลต่อคุณภาพการศึกษาในมิติใดมากที่สุด

ก. เพิ่มโอกาสการจ้างงานในชุมชน
ข. ลดภาระงานครู ทำให้มุ่งสอนเต็มที่
ค. ยกระดับการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง
ง. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีบริหารงาน

4. นโยบายนี้สอดคล้องกับแนวคิด “ความเสมอภาคทางการศึกษา” ในประเด็นใด

ก. ลดความแตกต่างด้านทรัพยากรระหว่างโรงเรียน
ข. เพิ่มโอกาสทางรายได้ให้บุคลากรการศึกษา
ค. สร้างมาตรฐานเดียวในการจัดงบประมาณ
ง. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน

5. หากผู้อำนวยการโรงเรียนต้องการบริหารนโยบายนี้ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ควรดำเนินการอย่างไร

ก. จัดระบบติดตามการใช้งบอาหารกลางวันและการจ้างภารโรงอย่างโปร่งใส
ข. จัดกิจกรรมระดมทุนเพิ่มเติมจากผู้ปกครอง
ค. มอบหมายครูเวรเพิ่มขึ้นเพื่อควบคุมงบประมาณ
ง. ลดจำนวนมื้ออาหารเพื่อลดงบประมาณ

คลิกเฉลย >>>