%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89.jpg)
เมื่อวันที่ 31 มกราคม นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า ขณะนี้สังคมไทยมีคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย ทำไมเด็กไทยในปัจจุบันมีความรุนแรงมากขึ้น และความรุนแรงนี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จากคำถามนี้
มีคำอธิบายได้ดังนี้ คือขณะนี้สังคมไทยกำลังทำหน้าที่ผิดส่วน อ่อนแอ และบกพร่อง คือ ในสังคมไทยเรากำลังทยอยผลิตเด็ก ในรูปแบบ reproduce ซ้ำ ซึ่งจะทำให้เรากำลังจะเสียเด็กไทยรุ่นนี้ทั้งรุ่น ถ้าเราไม่คิดจะทำอะไร คิดแต่ว่าจะแก้กฎหมายเพิ่มโทษ แต่สังคมไทยในภาคปัจจุบันเป็นสังคมที่ผลิตเด็กในรูปแบบบที่เด็กเกิดน้อย และมีคุณภาพที่ต่ำ
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตนเคยเขียนบทความ ฉายฉากทัศน์เด็กไทยรุ่นใหม่ส่วนหนึ่งจะมีลักษณะก้าวร้าวรุนแรง ขาดรากเหง้าทางศีลธรรม และยึดโยงอยู่กับคุณค่าของตนเองมาก โดยตนเคยฉาย ภาพชุดของเด็กไทยในอนาคต (Scenario) อันใกล้นี้ จะเห็นคุณลักษณะที่เด่นชัดดังต่อไปนี้ คือ
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จะพบว่าระบบครอบครัวในปัจจุบัน จะก้มหน้าก้มตาทำแต่งาน ไม่มีเวลาใกล้ชิด กอดรัด พูดคุยกับลูก ทำให้ครอบครัวมีลักษณะที่อ่อนแอลง วิธีที่พ่อแม่ชดเชยนั้น คือ การซื้อวัตถุของมีค่า เช่น มือถือ เพื่อทดแทนเวลาที่ตนเองไม่มีให้ลูก ประกอบกับระบบการศึกษาของเราบกพร่อง เพราะครูมีภาระงานจำนวนมาก ซึ่งมีมากกว่า 400 รายการ ทำให้ครูต้องสาละวนงานที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน แล้วจะมีเวลาเอาใจใส่ดูแลเด็กเป็นรายบุคคล
แต่สิ่งที่ทำให้เราไม่ใส่ใจหรือว่าละเลยเด็กนั้น คือ คนรุ่นก่อนๆ มองว่าการแกล้งกัน การรังแกกัน การบูลลี่กันเป็นเรื่องปกติ ในช่วงเด็กของครูและคนทั่วไปอาจจะเจอเรื่องนี้ แต่เมื่อมาถึงปัจจุบันเป็นเรื่องผิดถนัด ความคิดเหล่านี้ต้องเปลี่ยน เรื่องที่ใครมองว่าปกติ แต่ในเด็กรุ่นนี้คือความไม่ปกติ เพราะเด็กปัจจุบันมีความเป็นปัจเจกตัวเองสูงมาก และถูกซ้ำเติมด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ทำให้ไม่มีสังคม ไม่มีชีวิต ไม่ได้เล่น ไม่ได้ปฏิสัมพันธ์กับคน แต่อยู่กับมือถือที่แฝงไปด้วยความรุนแรง และตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม 3 ปีเต็ม
“ขณะนี้มีปัจจัยที่กระตุ้น และทำให้เด็กเสี่ยงมีเยอะมาก ทั้งกัญชา กระท่อม บุหรี่ไฟฟ้า ยาบ้า ปัจจัยที่กระตุ้นให้เด็กเข้าสู่โลกมืด และความรุนแรงมีอยู่เต็ม รอบๆโรงเรียนเลย ทำให้เด็กเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้อย่าง่ายดาย ในฐานะที่ตนทำงานด้านเด็กมา 30 ปี เด็กรุ่นใหม่กำลังทยอยออกมารวบกันแก๊ง สร้างปัญหาและความเดือดร้อนในทุกพื้นที่ เพราะระบบโรงเรียนไม่มียืดหยุ่น ไม่มีพื้นที่ให้เด็กแสดงออก ผ่อนคลาย เป็นพื้นที่ที่เต็มด้วยอำนาจ ระเบียบกฎเกณฑ์ อยู่แต่ในกรอบและต้องเชื่อฟัง ประกอบกับระบบหลักสูตรที่ล้าหลังเรียนไม่สนุก และเวลาที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเคสจังหวัดสระแก้ว หรือเคสที่นักเรียนใช้มีดแทงเพื่อน เราก็จะรุมประณามเด็ก แต่เราไม่ดูสังคม ไม่ดูตัวเอง ไม่ดูครอบครัว เรามัวแต่กลัวว่าลูกจะถูกทำร้าย แต่เราไม่ช่วยส่งเสียงและช่วยกันทำให้สังคม ระบบโรงเรียน และครอบครัวตัวเองดีขึ้น” นายสมพงษ์ กล่าวและว่า
ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลกลับมาดูแลเยียวยาเด็กรุ่นนี้ และ กลับมาสร้างให้เด็กรุ่นนี้ให้ดี อย่ามัวแต่ผลักดันนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ซอฟ์ตเพาเวอร์ หรือนั่งเถียงว่าจะปรับอายุอาชญกรรมเด็กให้น้อยลง ตรวจมีดตรวจปืน ถ้ามัวแต่ทำเรื่องแบบนี้ สังคมจะดีขึ้นอย่างไร ในเมื่อต้นทางของสังคมไทยบิดเบี้ยว ผิดส่วน อ่อนแอ และบกพร่อง ถ้าไม่ปรับต้นทาง คือ ระบบโครงสร้าง และระบบสังคมไทยให้น่าอยู่ขึ้น ก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ มองว่า เป็นไปไม่ได้ ที่จะให้กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งผลักดันหรือทำเรื่องนี้ รัฐบาล อาจจะต้องเป็นวาระของชาติ และทำการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
นักวิชาการ ชี้ สังคมไทย ทำเด็กให้ก้าวร้าวเพิ่มขึ้น เหตุร.ร.ไม่มีพื้นให้เด็กแสดงออก มีแต่อำนาจนิยม ไม่มีเวทีให้เด็กแสดงออก ส่วนครอบครัว ก็ก้มหน้าก้มตาทำงาน เอาแต่มือถือให้ลูก
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 31 มกราคม 2567
บทความสะท้อนปัญหาความรุนแรงของเด็กไทยที่เพิ่มขึ้น โดยชี้ว่าต้นเหตุสำคัญมาจาก “โครงสร้างสังคมที่บิดเบี้ยว อ่อนแอ และทำหน้าที่ผิดส่วน” ทั้งครอบครัว โรงเรียน และบริบทสังคม เด็กถูก “ผลิตซ้ำ” โดยขาดคุณภาพด้านสติปัญญา สุขภาวะ และคุณธรรม มีแนวโน้มก้าวร้าว ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง และได้รับอิทธิพลจากวัตถุนิยมและสื่อออนไลน์ ขณะที่ครอบครัวขาดเวลาใกล้ชิด ใช้วัตถุทดแทนความรัก ส่วนโรงเรียนมีข้อจำกัดจากภาระงานครูและระบบอำนาจนิยม ทำให้ไม่มีพื้นที่ให้เด็กแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ประกอบกับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ทำให้เด็กขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และเข้าถึงสื่อรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงรอบตัว เช่น สารเสพติดและสิ่งยั่วยุ
บทความวิพากษ์แนวคิดเดิมที่มองการกลั่นแกล้งเป็นเรื่องปกติ และเสนอว่าการแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มโทษหรือกฎหมายไม่เพียงพอ หากไม่แก้ “ต้นทาง” คือระบบครอบครัว การศึกษา และสังคมโดยรวม จึงควรกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อฟื้นฟูคุณภาพเด็กไทยทั้งด้านคุณธรรม ทักษะชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาอย่างสมดุล
ข้อ 1 ปัญหาความรุนแรงของเด็กไทยตามบทความมีสาเหตุหลักจากข้อใด
ก. เทคโนโลยีสมัยใหม่เพียงอย่างเดียว
ข. ระบบสังคม ครอบครัว และการศึกษาที่บกพร่อง
ค. กฎหมายที่ล้าหลัง
ง. ความยากจนของประชาชน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ว่าปัญหาเกิดจากโครงสร้างสังคมโดยรวมที่ผิดส่วน ไม่ใช่ปัจจัยเดียว
ข้อ 2 แนวโน้มใด “ไม่ใช่” ลักษณะของเด็กไทยในอนาคตตามบทความ
ก. สติปัญญาลดลง
ข. ยึดประโยชน์ส่วนรวมมากขึ้น
ค. วัตถุนิยมสูง
ง. ก้าวร้าวมากขึ้น
เฉลย: ข
เหตุผล: เด็กมีแนวโน้มยึดตนเอง ไม่ใช่ส่วนรวม
ข้อ 3 ปัจจัยใดในครอบครัวที่ส่งผลต่อพฤติกรรมเด็กมากที่สุด
ก. การลงโทษที่รุนแรง
ข. การให้เงินค่าขนม
ค. การขาดเวลาและความใกล้ชิด
ง. การส่งเรียนพิเศษ
เฉลย: ค
เหตุผล: ครอบครัวขาดปฏิสัมพันธ์ ใช้วัตถุแทนความสัมพันธ์
ข้อ 4 ข้อใดสะท้อนปัญหาระบบโรงเรียนได้ตรงที่สุด
ก. ขาดครูผู้เชี่ยวชาญ
ข. มีงบประมาณน้อย
ค. ระบบอำนาจนิยมและไม่มีพื้นที่แสดงออก
ง. นักเรียนไม่สนใจเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: โรงเรียนถูกวิจารณ์ว่าไม่มีความยืดหยุ่น
ข้อ 5 ผลกระทบของโควิด-19 ต่อเด็กคือข้อใด
ก. เพิ่มทักษะสังคม
ข. ลดการใช้เทคโนโลยี
ค. ขาดปฏิสัมพันธ์และเสพสื่อมากขึ้น
ง. มีสุขภาพดีขึ้น
เฉลย: ค
เหตุผล: เด็กอยู่กับมือถือและขาดสังคม
ข้อ 6 วิธีแก้ปัญหาที่บทความ “ไม่เห็นด้วย” คือข้อใด
ก. ปรับระบบครอบครัว
ข. เพิ่มโทษทางกฎหมาย
ค. ปรับโครงสร้างสังคม
ง. พัฒนาโรงเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: การเพิ่มโทษไม่แก้ต้นเหตุ
ข้อ 7 แนวคิด “ผลิตซ้ำเด็ก” หมายถึงข้อใด
ก. การเพิ่มจำนวนเด็ก
ข. การเลี้ยงดูแบบเดิมที่ไม่พัฒนา
ค. การส่งเด็กเรียนซ้ำ
ง. การเรียนออนไลน์
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการผลิตเด็กแบบเดิมที่ไม่มีคุณภาพ
ข้อ 8 ปัจจัยเสี่ยงรอบโรงเรียนที่กล่าวถึงคือข้อใด
ก. ร้านอาหาร
ข. สื่อการเรียนรู้
ค. สารเสพติดและสิ่งยั่วยุ
ง. ห้องสมุด
เฉลย: ค
เหตุผล: มีสิ่งกระตุ้นเข้าสู่พฤติกรรมเสี่ยง
ข้อ 9 หากเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ควรแก้ปัญหาอย่างไร
ก. เพิ่มกฎระเบียบ
ข. ลงโทษนักเรียน
ค. สร้างพื้นที่ให้เด็กแสดงออก
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: สอดคล้องกับข้อเสนอในบทความ
ข้อ 10 ข้อใดเป็นแนวทางเชิงนโยบายที่เหมาะสมที่สุด
ก. เพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคง
ข. ผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ
ค. กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ
ง. ลดบทบาทครอบครัว
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องแก้ทั้งระบบในระดับชาติ