
ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) กล่าวว่า การประเมินคุณภาพภายนอกประจำปี 2565 สมศ. ยังคงใช้วิธีการประเมินรูปแบบออนไลน์ทั้ง 2 ระยะ ทั้งการประเมินระยะที่ 1 การประเมินผลและวิเคราะห์รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) และการประเมินระยะที่ 2 การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหรือการตรวจสอบหลักฐานและข้อมูลของสถานศึกษาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
โดยขณะนี้ สมศ.มีความพร้อมอย่างมากในการเริ่มประเมินภายนอกไม่ว่าจะเป็นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการประเมินทั้ง 2 ระยะ ตลอดจนการจัดเก็บและวิเคราะห์ไฟล์ดิจิทัล พร้อมทั้งระบบที่สามารถเรียกดูเอกสารต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงยังได้จัดทำสื่อเพื่อให้ความรู้สำหรับสถานศึกษาที่มีความประสงค์เข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งขณะนี้มีสถานศึกษาจำนวนมากให้ความสนใจในการเข้ารับฟัง และดาวน์โหลดเพื่อใช้สำหรับเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการประเมิน ตลอดจนส่วนสำคัญอย่างผู้ประเมินภายนอกที่ขณะนี้ สมศ. ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพเพื่อให้เป็นทั้งผู้ให้ข้อเสนอแนะจากการประเมิน และการส่งเสริมการนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใช้
ดร.นันทา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประเมินภายนอกมีบทบาทที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายดังกล่าว รวมถึงเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการประเมินทั้งในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมศ. จึงได้เตรียมความพร้อมให้กับผู้ประเมินฯ ทั้งในเรื่องการเข้ารับการอบรมจากหน่วยงาน หรือสถาบันที่มีชื่อเสียงที่เป็นที่ยอมรับ รวมถึงยังได้มีการทดสอบความรู้ ความเข้าใจ เพื่อทำให้ในกรณีที่ต้องปฏิบัติงานจริงมีความชำนาญและแก้สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที โดยทักษะที่ผู้ประเมินจะได้รับการอบรมพัฒนาและมีความเชี่ยวชาญมากขึ้น ได้แก่
- ทักษะการสื่อสาร โดยได้เพิ่มทักษะทางภาษาที่ใช้ในการสื่อสารที่สามารถเข้าใจได้ง่าย สามารถชี้ทิศทาง เป้าหมาย และขั้นตอนการประเมินต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน เพื่อให้สถานศึกษาเข้าใจในเรื่องที่ผู้ประเมินต้องการจะสื่อสาร รู้สึกว่าผู้ประเมินนั้นเป็น “กัลยาณมิตร” พร้อมที่จะเปิดใจรับคำแนะนำต่าง ๆ ไปใช้ในด้านการจัดการเรียนการสอน
- ทักษะการใช้เทคโนโลยี เนื่องจากการประเมินที่ต้องใช้ระบบออนไลน์ทั้งหมด จึงได้เพิ่มทักษะความรู้และการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ โมบายล์แอปพลิเคชัน รวมถึงโปรแกรมที่ใช้ในการประเมินในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ตลอดจนระบบเพื่อใช้ในการสืบค้นข้อมูล ซึ่งจะทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ ในการประเมินให้มีความรวดเร็ว พร้อมทั้งสามารถหยิบยกตัวอย่างสถานศึกษาที่ประสบความสำเร็จ (Success Case) ไปเสนอแนะให้กับสถานศึกษาที่ขอรับการประเมินได้แบบเรียลไทม์
- ทักษะการให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งเป็นทักษะที่ต่อเนื่องจากทักษะด้านการสื่อสาร และจำเป็นต้องให้ความสำคัญอย่างเข้มข้น เนื่องจากผู้ประเมินทุกคนต้องสามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษานั้นๆ เพื่อให้สถานศึกษาสามารถนำข้อเสนอแนะมาปรับใช้ได้อย่างตรงจุด ซึ่งทักษะดังกล่าวเป็นการสร้างสัมพันธภาพระหว่างทั้งสองฝ่ายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการประเมินที่มีความเป็น “กัลยาณมิตร” อีกด้วย
“นอกจากจะพัฒนาทักษะของผู้ประเมินแล้ว สมศ. ยังได้เปิดรับสมัครผู้เข้ารับการอบรมและคัดเลือกเพื่อรับรองเป็นผู้ประเมินภายนอกการศึกษาปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ แบ่งเป็นระดับการศึกษาปฐมวัย 120 คน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 303 คน โดยจะเปิดรับผู้ที่อาศัยอยู่ในกลุ่มพื้นที่ของจังหวัดที่ไม่มีหรือขาดแคลนผู้ประเมินภายนอก เนื่องจาก ผู้ประเมินจะมีความเข้าใจในบริบทของสถานศึกษา รู้ปัญหาและทราบแนวทางการแก้ได้ตรงจุด อีกทั้งหากสถานการณ์โควิด – 19 คลี่คลาย ผู้ประเมินก็สามารถเดินทางลงพื้นที่ได้อย่างสะดวก
ทั้งนี้ ผู้ที่มีคุณสมบัติและสนใจเข้ารับการอบรมและคัดเลือกเป็นผู้ประเมิน สามารถสมัครผ่านทาง https://aqa2.onesqa.or.th/ (สมัครผู้ประเมิน) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง www.onesqa.or.th (ประกาศ) เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565”
ดร.นันทา กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับเป้าหมายในการประเมินภายนอกประจำปี 2565 ยังคงวางจำนวนสถานศึกษาให้เข้ารับการประเมิน ทั้งสิ้นที่ 18,050 แห่ง และจะมีความหลากหลายของประเภทสถานศึกษาที่เข้าประเมินจากปีที่ผ่านมามากขึ้น โดยแบ่งออกเป็นศูนย์พัฒนาเด็ก 6,376 แห่ง ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 10,468 แห่ง การศึกษาขั้นพื้นฐานประเภทวัตถุประสงค์พิเศษ 326 แห่ง การศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มโรงเรียนนานาชาติ 50 แห่ง การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 360 แห่ง ด้านการอาชีวศึกษา 440 แห่ง และระดับอุดมศึกษา 30 แห่ง อีกทั้งยังมีเป้าหมายที่จะสะท้อนผลการประเมินต่าง ๆ เพื่อให้สถานศึกษาก้าวทันกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง ยกระดับมาตรฐานของผู้สอนที่สามารถจัดการเรียนการสอนได้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการช่วยดึงจุดแข็งของสถานศึกษาเพื่อให้เป็นที่ยอมรับกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
สมศ.เผยความพร้อมประเมินภายนอ กปี 65 ยังใช้ระบบออนไลน์ ทั้งประเมินผ่าน SAR และประเมินระยะที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ให้ความสำคัญยกระดับผู้ประเมินให้มีบทบาททั้งเป็นที่ปรึกษา สะท้อนมาตรฐานการจัดการศึกษา เพิ่ม 3 ทักษะสำคัญ ยังเฟ้นหาผู้ประเมินเพิ่มเติมอีกกว่า 400 ราย เปิดรับเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดที่ไม่มีหรือขาดแคลนผู้ประเมินภายนอก
ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์ 28 มกราคม 2565
สรุปสาระสำคัญ
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอกประจำปี 2565 โดยยังคงใช้รูปแบบการประเมินออนไลน์ทั้ง 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) และระยะที่ 2 การตรวจสอบหลักฐานและข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือการลงพื้นที่ในรูปแบบดิจิทัล สมศ. มีความพร้อมด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัลแบบเรียลไทม์ รวมถึงการจัดทำสื่อความรู้เพื่อช่วยสถานศึกษาเตรียมความพร้อมก่อนการประเมิน
หัวใจสำคัญของการประเมินปีนี้คือการยกระดับบทบาท “ผู้ประเมินภายนอก” จากผู้ตรวจสอบ มาเป็นผู้ให้คำแนะนำเชิงพัฒนา โดยเน้นแนวคิด “กัลยาณมิตร” สมศ. จึงพัฒนาผู้ประเมินให้มีความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นใน 3 ทักษะหลัก ได้แก่ ทักษะการสื่อสารที่ชัดเจนและสร้างความเข้าใจ ทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อการประเมินออนไลน์ และทักษะการให้ข้อเสนอแนะที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา นอกจากนี้ สมศ. ยังเปิดรับสมัครผู้ประเมินเพิ่มเติม โดยเน้นผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ขาดแคลนผู้ประเมิน เพื่อให้เข้าใจบริบทและแก้ปัญหาได้ตรงจุด เป้าหมายการประเมินในปี 2565 ครอบคลุมสถานศึกษากว่า 18,000 แห่ง เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก
ข้อสอบ
สาระสำคัญที่สุดของการประเมินคุณภาพภายนอก สมศ. ปี 2565 คือข้อใด
ก. การลดจำนวนสถานศึกษาที่เข้ารับการประเมิน
ข. การเปลี่ยนรูปแบบการประเมินจากภาคสนามเป็นเอกสาร
ค. การยกระดับบทบาทผู้ประเมินจากผู้ตรวจสอบเป็นผู้พัฒนา
ง. การเพิ่มจำนวนผู้ประเมินให้เพียงพอต่อสถานศึกษา
ข้อที่ 2
หากสถานศึกษาไม่สามารถสื่อสารหรือทำความเข้าใจกระบวนการประเมินได้อย่างชัดเจน ปัญหานี้เชื่อมโยงโดยตรงกับทักษะใดของผู้ประเมินภายนอก
ก. ทักษะการใช้เทคโนโลยี
ข. ทักษะการสื่อสาร
ค. ทักษะการให้ข้อเสนอแนะ
ง. ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล
เหตุผลสำคัญที่ สมศ. เปิดรับผู้ประเมินจากจังหวัดที่ขาดแคลนผู้ประเมิน คือข้อใด
ก. เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ข. เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ประเมินให้ครบตามเป้า
ค. เพื่อให้ผู้ประเมินเข้าใจบริบทและปัญหาของสถานศึกษาในพื้นที่
ง. เพื่อกระจายอำนาจการประเมินไปยังท้องถิ่น
การที่ผู้ประเมินสามารถยก “Success Case” ของสถานศึกษาอื่นมาใช้ประกอบคำแนะนำแบบเรียลไทม์ สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านใดมากที่สุด
ก. ทักษะการสื่อสาร
ข. ทักษะการใช้เทคโนโลยี
ค. ทักษะการให้ข้อเสนอแนะเชิงบริบท
ง. ทักษะการบริหารจัดการเวลา
ในมุมมองของผู้บริหารสถานศึกษา การปรับบทบาทผู้ประเมินเป็น “กัลยาณมิตร” ส่งผลเชิงนโยบายต่อสถานศึกษาอย่างไร
ก. ทำให้สถานศึกษาลดภาระการจัดทำเอกสาร
ข. ทำให้ผลการประเมินมีผลผูกพันทางกฎหมายลดลง
ค. ทำให้การประเมินเป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพมากกว่าการตัดสิน
ง. ทำให้สถานศึกษามีอิสระจากมาตรฐานกลาง
กรณีศึกษา
โรงเรียนแห่งหนึ่งได้รับแจ้งการประเมินภายนอกระยะที่ 1 ผ่านระบบออนไลน์ ผู้บริหารพบว่า SAR ที่จัดทำไว้มีข้อมูลครบถ้วน แต่ครูส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ “เป้าประสงค์ของการประเมิน” และมีท่าทีต่อต้าน เนื่องจากมองว่าเป็นภาระงานเพิ่ม
หากท่านเป็นผู้บริหาร แนวทางใดสอดคล้องกับแนวคิดการประเมินของ สมศ. มากที่สุด
ก. เร่งปรับแก้ SAR ให้สมบูรณ์เพื่อลดโอกาสถูกท้วงติง
ข. ชี้แจงว่าการประเมินเป็นคำสั่งจากส่วนกลางและจำเป็นต้องปฏิบัติตาม
ค. สื่อสารทำความเข้าใจว่า ผู้ประเมินมีบทบาทเป็นกัลยาณมิตร และใช้ผลประเมินเพื่อพัฒนา
ง. มอบหมายงานให้ฝ่ายวิชาการจัดการทั้งหมดเพื่อลดความตึงเครียด
กรณีศึกษา
ระหว่างการประเมินระยะที่ 2 แบบออนไลน์ ผู้ประเมินร้องขอเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติมแบบเรียลไทม์ แต่โรงเรียนไม่สามารถเรียกดูข้อมูลได้ทันที ทำให้กระบวนการประเมินล่าช้า
ปัญหานี้สะท้อนจุดอ่อนด้านใดของสถานศึกษามากที่สุด
ก. การจัดทำ SAR
ข. การพัฒนาครูและบุคลากร
ค. ระบบเทคโนโลยีและการจัดการข้อมูลดิจิทัล
ง. การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
กรณีศึกษา
ผู้ประเมินภายนอกเสนอแนะแนวปฏิบัติจากโรงเรียนต้นแบบ (Success Case) ให้โรงเรียนแห่งหนึ่งนำไปใช้ แต่บริบทของโรงเรียนมีขนาดเล็กและทรัพยากรจำกัด
ผู้บริหารควรดำเนินการอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับหลักการประเมินเชิงพัฒนา
ก. นำแนวปฏิบัตินั้นมาใช้ทั้งหมดเพื่อให้ได้มาตรฐานเดียวกัน
ข. ปรับใช้เฉพาะส่วนที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน
ค. ขอให้ผู้ประเมินถอนข้อเสนอแนะดังกล่าว
ง. ชะลอการดำเนินการจนกว่าจะมีงบประมาณเพียงพอ
ข้อที่ 9
กรณีศึกษา
ผู้บริหารได้รับข้อเสนอแนะจากผู้ประเมินว่าการจัดการเรียนการสอนยังไม่เชื่อมโยงกับบริบทเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
การตัดสินใจใดสะท้อนการใช้ผลการประเมินได้ตรงตามเจตนารมณ์ของ สมศ.
ก. จัดทำรายงานชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อรักษาภาพลักษณ์โรงเรียน
ข. ปรับแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยบูรณาการทักษะแห่งอนาคต
ค. ขอประเมินซ้ำในปีถัดไปเมื่อมีความพร้อม
ง. มอบหมายให้ครูแก้ไขเฉพาะในแผนการสอนบางรายวิชา
กรณีศึกษา
โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลได้รับการประเมินจากผู้ประเมินที่เป็นคนในจังหวัดเดียวกัน ทำให้เข้าใจปัญหาเชิงบริบทได้ดี และให้ข้อเสนอแนะที่ปฏิบัติได้จริง
สถานการณ์นี้สอดคล้องกับนโยบายใดของ สมศ. มากที่สุด
ก. การลดภาระการเดินทางของผู้ประเมิน
ข. การกระจายอำนาจการประเมินสู่ท้องถิ่น
ค. การคัดเลือกผู้ประเมินจากพื้นที่ที่ขาดแคลนเพื่อเข้าใจบริบท
ง. การเพิ่มจำนวนผู้ประเมินให้ครบตามแผน
คลิกเฉลย >>>