สมาชิกเข้าสู่ระบบ

สุดปลื้มไทยคว้าอันดับ 42 ของโลกในการจัดอันดับ B2C

 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด (UNCTAD) เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้ประกาศผลการจัดอันดับ B2C หรือ Business-to-Customer e-Commerce ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นการวัดความพร้อมทางเศรษฐกิจเพื่อตอบโจทย์การค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Commerce จาก 152 ประเทศทั่วโลก โดยประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความพร้อมทาง e-Commerce สูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง คือ สวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 42 ของโลก ติด Top 10 ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ และ มาเลเซีย

ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก้าวต่อไปนับจากนี้ รัฐบาลจะนำผลการจัดอันดับดังกล่าวไปออกแบบนโยบาย เพื่อรองรับประเทศไปสู่การเปลี่ยนผ่านเป็นสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลที่สร้างประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วน รวมถึงพัฒนากฎระเบียบ แพลตฟอร์ม ให้รองรับ e-Commerce และระบบต่าง ๆ รองรับธุรกรรม e-Commerce ผลักดันสินค้าชุมชนเข้าสู่ตลาดออนไลน์ ตลอดจนสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้ประกอบการและประชาชน ในการก้าวเข้าสู่ e-Commerce อย่างสมบูรณ์

นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเดินหน้ามาถูกทางแล้ว และมีทิศทางการพัฒนา e-Commerce ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมแสดงความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าในปีหน้าประเทศไทยจะได้รับคะแนนที่ดีขึ้นทั้งในเชิงมูลค่าและประสิทธิภาพของ e-Commerce ซึ่งจะทำให้การจัดอันดับของประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นอันดับสองของอาเซียนได้ไม่ไกลเกินฝันโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า จากการจัดอันดับของประเทศไทย พบว่า ประเทศไทยโดดเด่นในด้านความเชื่อมั่นการขนส่งไปรษณีย์ (Postal Reliability Index) โดยได้คะแนนสูงถึง 97 คะแนน เท่ากับคะแนนของสวิตเซอร์แลนด์ที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่มีความพร้อมทาง e-Commerce สูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง นอกจากนี้ ประเทศไทยยังโดดเด่นในด้านจำนวนการเปิดบัญชีธนาคาร หรือมีบัญชีธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ  ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญพื้นฐานของการเติบโตของ e-Commerce ด้วย

ที่มา ; ไทยโพสต์ 20 มีนาคม พ.ศ. 2564

สรุปสาระสำคัญ 

รายงาน ของ องค์การ การ ประชุม สหประชาชาติ ว่าด้วย การค้า และ การ พัฒนา (UNCTAD) ปี 2563 ได้ จัด อันดับ ความ พร้อม ด้าน e-Commerce แบบ B2C จาก 152 ประเทศ ทั่วโลก โดย สวิตเซอร์แลนด์ อยู่ ใน อันดับ 1 ขณะที่ ประเทศไทย อยู่ ใน อันดับ 42 ของ โลก เป็น หนึ่ง ใน สิบ ของ ประเทศ กำลัง พัฒนา และ อยู่ ใน อันดับ 3 ของ อาเซียน รอง จาก สิงคโปร์ และ มาเลเซีย

ความ สำเร็จ ดังกล่าว เกิด จาก ความ ร่วมมือ ของ หน่วยงาน ภาครัฐ หลาย ฝ่าย ทั้ง กรม พาณิชย์ และ สำนักงาน พัฒนา ธุรกรรม อิเล็กทรอนิกส์ กระทรวง ดิจิทัล เพื่อ เศรษฐกิจ และ สังคม รวม ภาค ส่วน เกี่ยวข้อง รัฐบาล นำ ผล การ จัด อันดับ ไป ใช้ กำหนด นโยบาย เพื่อ ขับเคลื่อน ประเทศ สู่ เศรษฐกิจ ดิจิทัล กฎหมาย และ กฎ ระเบียบ ระบบ ธุรกรรม อิเล็กทรอนิกส์ ส่งเสริม สินค้า และ สินค้า ชุมชน เข้า ตลาด ออนไลน์ เพิ่ม การ เข้าถึง เทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต เพื่อ สร้าง ความ เชื่อมั่น ผู้ ประกอบการ และ ประชาชน

รัฐบาล คาดหวัง ประเทศไทย มี อันดับ ดี ขึ้น อาจ ก้าว ขึ้น เป็น อันดับ สอง อาเซียน และ ศักยภาพ แข่งขัน ดิจิทัล เพิ่ม ขึ้น ต่อเนื่อง

จุดเด่น ของ ประเทศไทย คือ ความ เชื่อมั่น บริการ ไปรษณีย์ คะแนน สูง เทียบเท่า สวิตเซอร์แลนด์ รวม การ เติบโต การ ใช้ บัญชี ธนาคาร และ บริการ การ เงิน ผ่าน โทรศัพท์ มือถือ ซึ่ง เป็น ฐาน สำคัญ การ ขยาย ตัว e-Commerce ใน ประเทศ

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

ประเทศที่มีความพร้อม e-Commerce สูงสุดตาม UNCTAD ปี 2563 คือข้อใด
ก. สิงคโปร์
ข. สวิตเซอร์แลนด์
ค. มาเลเซีย
ง. ไทย

เฉลย: ข
เหตุผล: รายงานระบุชัดว่าสวิตเซอร์แลนด์เป็นอันดับ 1 ของโลกด้านความพร้อม e-Commerce

 

ข้อ 2

ประเทศไทยมีอันดับ B2C e-Commerce อยู่ที่เท่าใด
ก. อันดับ 3 โลก
ข. อันดับ 42 โลก
ค. อันดับ 10 โลก
ง. อันดับ 1 โลก

เฉลย: ข
เหตุผล: ไทยอยู่ในอันดับที่ 42 ของโลกตามผลการจัดอันดับ

 

ข้อ 3

ประเทศไทยอยู่ในอันดับใดของอาเซียน
ก. อันดับ 1
ข. อันดับ 2
ค. อันดับ 3
ง. อันดับ 4

เฉลย: ค
เหตุผล: ไทยอยู่รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย จึงเป็นอันดับ 3

 

ข้อ 4

ปัจจัยสำคัญที่รัฐบาลใช้ผลการจัดอันดับเพื่อพัฒนาประเทศคือข้อใด
ก. การท่องเที่ยว
ข. การเกษตร
ค. อุตสาหกรรมหนัก
ง. เศรษฐกิจดิจิทัล

เฉลย: ง
เหตุผล: รัฐบาลมุ่งใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

 

ข้อ 5

หน่วยงานใดมีบทบาทสำคัญด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ก. สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ข. กระทรวงศึกษาธิการ
ค. กระทรวงเกษตร
ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เฉลย: ก
เหตุผล: เป็นหน่วยงานหลักร่วมขับเคลื่อน e-Commerce ของประเทศ

 

ข้อ 6

จุดเด่นของไทยด้าน e-Commerce คือข้อใด
ก. ราคาสินค้าต่ำ
ข. ความเชื่อมั่นบริการไปรษณีย์สูง
ค. ไม่มีการแข่งขัน
ง. ภาษีต่ำที่สุดในโลก

เฉลย: ข
เหตุผล: ไทยได้คะแนน Postal Reliability สูงเทียบเท่าสวิตเซอร์แลนด์

 

ข้อ 7

ปัจจัยพื้นฐานสำคัญต่อการเติบโต e-Commerce คือข้อใด
ก. การท่องเที่ยว
ข. การผลิตสินค้า
ค. บัญชีธนาคารและมือถือ
ง. การขนส่งทางเรือ

เฉลย: ค
เหตุผล: การเงินผ่านมือถือและบัญชีธนาคารเป็นฐานสำคัญของระบบ

 

ข้อ 8

แนวทางสำคัญของรัฐในการพัฒนา e-Commerce คือข้อใด
ก. ลดการใช้เทคโนโลยี
ข. ปิดตลาดออนไลน์
ค. จำกัดอินเทอร์เน็ต
ง. ส่งเสริมสินค้าออนไลน์

เฉลย: ง
เหตุผล: รัฐส่งเสริมสินค้าและสินค้าชุมชนเข้าสู่ตลาดออนไลน์

 

ข้อ 9

ความคาดหวังของรัฐบาลต่ออันดับประเทศไทยคือข้อใด
ก. ลดลงต่ำกว่าอันดับ 50
ข. อยู่อันดับท้ายอาเซียน
ค. เป็นอันดับ 1 โลก
ง. ขึ้นเป็นอันดับ 2 อาเซียน

เฉลย: ง
เหตุผล: คาดหวังให้ไทยก้าวขึ้นเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน

 

ข้อ 10

หน่วยงานใดเกี่ยวข้องกับการจัดอันดับนี้โดยตรง
ก. UNCTAD
ข. WHO
ค. IMF
ง. UNESCO

เฉลย: ก
เหตุผล: UNCTAD เป็นองค์กรที่จัดทำดัชนีความพร้อม e-Commerce B2C

 
 

ความเห็นของผู้ชม