
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 9 ในฐานะโฆษกสำนักงานป.ป.ช. ภาค 9 แถลงข่าวมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหา นาย...เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 16 กับพวก จัดอบรมสัมมนาเท็จจัดทำโครงการและเบิกจ่ายค่าอบรมสัมมนาและทัศนศึกษาดูงานของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัด สพม.16 จำนวน 54 โรง โดยคดีนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด 57 รายและให้ส่งผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามมาตรา 64 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯจำนวน 7 ราย และให้ข้อกล่าวหาตกไปจำนวน 5 ราย เรื่องนี้สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับเรื่องจากสำนักงาน ป.ป.ท. จากนั้นจึงได้ดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องมีมูล จึงเสนอคณะกรรมการป.ป.ช. เห็นชอบให้เข้าสู่ชั้นไต่สวน ในปี พ.ศ.2565 จากการไต่สวนของคณะไต่สวนได้ความดังนี้
1. สพม.16 จัดทำโครงการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา สพม.16 มีผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วยผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการและบุคลากรของ สพม.16 รวมทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัด สพม.16 รวมประมาณ 60 คน โดยได้รับอนุมัติงบประมาณจำนวน 380,000 บาทโครงการกำหนดจัดเป็น 2 ระยะคือระยะที่ 1 อบรม 2 วัน ณ โรงแรมในจังหวัดสงขลา และระยะที่ 2 ศึกษาดูงานจำนวน 4 วันในภาคตะวันออก ซึ่ง ผอ.สพม.16 ได้อนุมัติโครงการและแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการ จากนั้น สพม.16 ได้มีหนังสือแจ้งผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัด สพม.16 ทุกโรงเข้ารับการพัฒนาและศึกษาดูงานโดยระยะที่ 1 เป็นการพัฒนาเชิงปฏิบัติการวันที่ 14-16 สิงหาคม 2558 ณ โรงแรมไดอิชิ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระยะที่ 2 พัฒนาและศึกษาดูงานวันที่ 23-26 สิงหาคม 2558 ณ จังหวัดชลบุรี และสระแก้ว ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของผู้อำนวยการโรงเรียนทุกคนและรองผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกษียณหรือจะเกษียณอายุราชการ ให้เบิกจ่ายจากโรงเรียนต้นสังกัด
2. วันที่ 3 สิงหาคม 2558 ผอ.สพม.16 ได้ยื่นลาพักผ่อนและขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศ (กัมพูชา) เพื่อศึกษาดูงานระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคม 2558 โดยไม่ผูกพันงบประมาณของราชการ
3. วันที่ 7 สิงหาคม 2558 ได้มีการทำบันทึกเสนอ ผอ.สพม.16 เพื่อขออนุญาตให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สพม.16 เดินทางไปประเทศกัมพูชาระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคม 2558 โดยไม่ผูกพันงบประมาณของราชการจำนวน 62 ราย โดย รองผอ.สพม.16 ปฏิบัติราชการแทน ผอ.สพม.16 ลงนามอนุมัติ
4. วันที่ 10 สิงหาคม 2558 สพม.16 มีหนังสือถึง ผอ.สพม.7 ขอเชิญเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องการบริหารจัดการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่อาเซียนของจังหวัดชายแดนสระแก้ว ในวันที่ 23 สิงหาคม 2558 ณ โรงแรมอินโดจีน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
5. ในวันเดียวกันได้มีการขออนุมัติยืมเงินงบประมาณเพื่อใช้สำหรับการจัดโครงการระยะที่ 1 วันที่ 14-16 สิงหาคม 2558 ณ โรงแรมไดอิชิ ทั้งนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าไม่มีการดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าวแต่มีการนำเอกสารในบัญชีลงเวลาเข้าร่วมโครงการมาให้ผู้มีรายชื่อเข้าร่วมโครงการลงลายมือชื่อเข้าร่วมโครงการทั้งที่ไม่มีการจัดกิจกรรมระยะที่ 1 ดังกล่าว
นอกจากนี้ สพม.16 ได้ติดต่อผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัท ซี เอส โบว์ล เซ็นเตอร์เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (โรงแรมไดอิชิ) เพื่อออกใบเสร็จรับเงินปลอมและมีข้อความ อันเป็นเท็จเป็นค่าอาหารกลางวัน ค่าอาหารเย็น ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ค่าห้องพัก โดยที่เจ้าของโรงแรมไม่ได้มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด
6. วันที่ 23-26 สิงหาคม 2558 เป็นช่วงดำเนินการระยะที่ 2 มีการดูงานจำนวน 4 วันนั้น สพม.16 ได้ว่าจ้าง หจก.หาดใหญ่ สไมล์ทัวร์ เป็นผู้จัดรถโดยสารสำหรับบริการคณะและการนำเที่ยว - 23 สิงหาคม 2558 ช่วงเช้า คณะเดินทางจากสนามบินหาดใหญ่ถึงสนามบินดอนเมืองแล้วนั่งรถบัส 2 คันไปดูงานพื้นที่จังหวัดชลบุรีและสระแก้ว แล้วเข้าที่พักโรงแรมอินโดจีน จังหวัดสระแก้ว
- 24 สิงหาคม 2558 คณะเยี่ยมชมตลาดโรงเกลือ จากนั้นผ่านด่าน ตม.สระแก้วไปประเทศกัมพูชา โดย 24-26 สิงหาคม 2558 ทัศนศึกษาเรียนรู้แหล่งโบราณสถานและศิลปวัฒนธรรมกัมพูชาและมีการจัดงานเลี้ยงแก่ผู้เกษียณอายุราชการในโรงแรมที่กัมพูชา
- 26 สิงหาคม 2558 เดินทางผ่านตม.สระแก้วกลับประเทศไทยและเดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองและกลับถึงสนามบินหาดใหญ่ช่วงค่ำ
ในการนี้ สพม.16 ร่วมกับหุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.หาดใหญ่ สไมล์ทัวร์ได้ปลอมใบเสร็จของโรงแรมอินโดจีนที่โรงแรมออกให้จริงคือ 1 ห้องพัก 2 คน จำนวน 1 คืน ปลอมเป็น 1 ห้องพัก 1 คน จำนวน 3 คืน
7. ต่อมา สพม.16 จัดประชุมสรุปผลตามโครงการ ณ ห้องพักรายวัน-รายเดือน “บ้านนิตา” อำเภอหาดใหญ่ ในวันที่ 28-30 สิงหาคม 2558 (ซึ่งไม่ได้เขียนกิจกรรมนี้ในการขออนุมัติดำเนินโครงการ) แต่ข้อเท็จจริงพบว่ามีการประชุมเพียง 1 วัน บริเวณห้องโถงของสถานที่ดังกล่าว โดยไม่มีการเข้าพักไม่มีอาหารกลางวัน ไม่มีอาหารเย็นสำหรับผู้เข้าประชุม มีเพียงอาหารว่างเท่านั้น แต่มีการทำเอกสารการลงเวลาเข้าร่วมประชุมทั้ง 3 วัน และให้ห้องพักบ้านนิตาออกใบเสร็จรับเงินให้เป็นค่าอาหารกลางวัน 2 มื้อ อาหารเย็น 2 มื้อ อาหารว่างและเครื่องดื่ม 4 มื้อค่าที่พัก 2 คืน 16 ห้องโดยกรณีนี้เจ้าหน้าที่ห้องพักบ้านนิตา ให้การเป็นประโยชน์ จึงได้รับการกันไว้เป็นพยานตามหลักเกณฑ์
8. ต่อมาเดือนกันยายน 2558 ผู้อำนวยการโรงเรียนและรองผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งได้ เข้าร่วมโครงการ ได้นำใบเสร็จปลอมและเท็จดังกล่าว ไปใช้ในการเบิกจ่ายกับโรงเรียนต้นสังกัดย่อมต้องรู้หรือควรรู้ ว่าไม่ได้มีการจัดกิจกรรมจริงหรือจัดบางวันหรือไม่มีการเข้าพักจริง เนื่องจากเป็นผู้เข้าร่วมโครงการตลอด
สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 ได้แจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 70 ราย มีการแก้ข้อกล่าวหาและได้สรุปสำนวนเสนอต่อคณะกรรมการป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติชี้มูลความผิด 57 รายและให้ส่งผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามมาตรา 64 ตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯจำนวน 7 ราย และให้ข้อกล่าวหาตกไปจำนวน 5 ราย
สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 9 แถลงมติคกก.ชุดใหญ่ ชี้มูล อดีตผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 16 กับพวก คดีจัดอบรมสัมมนาเท็จผู้บริหารโรงเรียนในสังกัด 54 โรง สร้างเอกสาร-ใบเสร็จปลอมเบิกงบหลวง ฟันอาญากราวรูด 57 ราย ส่งเชือดวินัยเพิ่มอีก 7 ราย ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลได้อีก
ที่มา ; Next News TH
เกี่ยวข้องกัน
คดีฟันกราวรูด 57 คน สำนวนถึงสพฐ.แล้ว พบ ครู-ผอ.ร.ร. ลาออก-เกษียณเพียบ
คืบหน้า! กรณี ป.ป.ช.ฟันกราวรูด อดีต สพม.-จนท.-ผอ.ร.ร. 57 คน คดีจัดอบรมสัมมนาเท็จ ล่าสุดสำนวนไต่สวนถึง สพฐ.อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด พฤติการณ์การกระทำความผิด รายชื่อ-สถานะปัจจุบันผู้ถูกกล่าวหา ก่อนเสนอเรื่องให้ผู้บริหารพิจารณาเป็นทางการ
ส่วนความเคลื่อนไหว ผู้ถูกกล่าวหาในพื้นที่ หลายรายลาออก-เกษียณอายุราชการไปแล้ว ขณะที่ ผอ.โรงเรียนสตูลวิทยา ยังทำงานอยู่ ตอบสั้น ๆ แค่ "ก็ทราบนะครับ"
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด นาย... เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 16 (สพม.16) พร้อมพวกรวม 57 ราย กรณีจัดอบรมสัมมนาและทัศนศึกษาดูงานของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัด 54 โรงเรียน โดยมิชอบ
ล่าสุด แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า ขณะนี้ สพฐ. ได้รับสำนวนการไต่สวนคดีนี้จาก ป.ป.ช. แล้ว เบื้องต้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดในสำนวนการไต่สวนอยู่ ทั้งพฤติการณ์การกระทำความผิด รายชื่อและสถานะของผู้ถูกกล่าวหาในปัจจุบัน จากนั้นจะมีการเสนอเรื่องให้ผู้บริหารพิจารณาเป็นทางการอีกครั้ง
สำนักข่าว Next News รายงานเพิ่มเติมว่า ในขั้นตอนการไต่สวนคดีนี้ของ ป.ป.ช. ในส่วนคดีอาญาได้มีการส่งสำนวนอัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินการทางขั้นตอนทางกฎหมายไปแล้ว ส่วนการดำเนินการทางวินัย เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยแก่เจ้าพนักงานของรัฐ จะเข้าสู่กระบวนการส่งเรื่องเพื่อดำเนินการทางวินัย โดยมีขั้นตอนหลักตามแนวทางกฎหมาย พ.ร.บ.ป.ป.ช. 2561 มาตรา 136 และมาตรา 137 โดย ป.ป.ช.จะส่งสำนวนการไต่สวนไปให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งดำเนินการทางวินัยภายในเวลาที่กำหนด ผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการทางวินัย ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำนวน และต้องรายงานผลให้ ป.ป.ช. ทราบตามมาตรา 136
โดยในการพิจารณาโทษ กรณีทุจริตต่อหน้าที่วินัยร้ายแรง ผู้บังคับบัญชาต้องสั่งลงโทษ ปลดออก หรือ ไล่ออก ภายใน 30 วัน โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอีก กรณีชี้มูลความผิดวินัยฐานอื่นๆ ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยตามกฎหมายของหน่วยงานนั้นๆ โดยต้องลงโทษตามฐานความผิดที่ ป.ป.ช. ชี้มูล หากผู้บังคับบัญชาไม่ดำเนินการทางวินัยภายในกำหนดเวลา (30 วัน) โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ถือว่ามีความผิดทางวินัยหรืออาญาฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนผู้ถูกลงโทษทางวินัยจากมติ ป.ป.ช. หากไม่เห็นด้วย ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ อุทธรณ์ภายในหน่วยงาน แต่สามารถฟ้องคดีต่อ ศาลปกครอง ได้เลย
รายงานข่าวแจ้งว่า เกี่ยวกับคดีนี้ นอกจากการชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัย ผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 57 ราย แล้ว คณะกรรมการ ปป.ช. ยังได้มีการส่งเรื่องผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามมาตรา 64 ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ. 2561 ผู้ถูกกล่าวหาบางส่วนด้วย ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเห็นว่าเรื่องที่มีการกล่าวหาเรื่องใด มิใช่เป็นความผิดร้ายแรง หรือกล่าวหาในเรื่องที่มิได้อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งนี้ เมื่อได้รับหนังสือแจ้งจาก ป.ป.ช. ให้ดำเนินการตามมาตรา 64 แล้ว ผู้บังคับบัญชา (หรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง) มีหน้าที่รับเรื่องมาดำเนินการสอบสวนทางวินัยตามขั้นตอนของกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการประเภทนั้นๆ รายงานแจ้งให้ ป.ป.ช. ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ออกคำสั่งดำเนินการ และรายงานความคืบหน้าการสอบสวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ผู้บังคับบัญชาออกคำสั่ง
ที่มา : nextnewsth 31 มี.ค. 2569