
การก่อสร้างอาคารเรียนเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ ชีวิตของเด็กนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนที่ใช้ เงินบริจาค (ผ้าป่า) ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ โดยไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และ ไม่ดำเนินการตามกฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมายวิศวกร และกฎหมายสถาปนิก อาจมีความผิดร้ายแรง และผู้เกี่ยวข้องอาจต้องรับผิดทางอาญา
โรงเรียนต้องเข้าใจว่า “เงินบริจาค” ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะดำเนินการอย่างไรก็ได้!
1. โรงเรียนไม่สามารถใช้ข้ออ้างเรื่องเงินบริจาคเพื่อเลี่ยงกฎหมายได้
1.1 โรงเรียนไม่ได้รับการยกเว้นจาก พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ แม้จะเป็น เงินบริจาค แต่โรงเรียน ไม่ใช่สถาบันอุดมศึกษา หรือสถานพยาบาลของรัฐ ที่ได้รับการยกเว้นจากการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ ดังนั้น โรงเรียนต้องปฏิบัติตามระเบียบทุกขั้นตอน ไม่สามารถดำเนินโครงการโดยไม่ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกต้อง
1.2 ถ้าโรงเรียนละเลยกฎหมาย อาจมีโทษอะไรบ้าง?
• ผิด พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ อาจถูกสอบสวน และดำเนินคดีอาญา
• หากใช้วิธีจัดจ้างที่ไม่โปร่งใส อาจเข้าข่ายทุจริต มีโทษทั้งวินัยและอาญา
• หน่วยงานตรวจสอบ เช่น สตง. อาจเข้ามาตรวจสอบ และอาจต้องคืนเงิน หรือถูกดำเนินคดี
• หากเกิดอุบัติเหตุหรืออาคารพัง ผู้รับผิดชอบอาจต้องถูกดำเนินคดีอาญาข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ โรงเรียนต้องหยุดดำเนินการ และปฏิบัติตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างให้ถูกต้อง มิฉะนั้น เสี่ยงติดคุกแน่นอน!
2. อาคารเรียนเป็นอาคารสาธารณะ ต้องออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาต
วิศวกรและสถาปนิกที่สามารถออกแบบและรับรองแบบก่อสร้างได้
โครงสร้างของอาคารเรียน
• ต้องได้รับการออกแบบโดย วิศวกรโยธาระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป
• ต้องมี วิศวกรเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ตลอดโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าอาคารก่อสร้างตามมาตรฐาน
สถาปนิกผู้ออกแบบอาคาร
• เนื่องจาก พื้นที่อาคารไม่ถึง 1,000 ตารางเมตร และความสูงไม่ถึง 15 เมตร จึงอยู่ในขอบข่ายที่ สถาปนิกระดับภาคีสถาปนิกสามารถออกแบบได้
• ต้องมีลายเซ็นของสถาปนิกในแบบสถาปัตยกรรม ไม่เช่นนั้นถือว่าผิดกฎหมาย
การควบคุมงานก่อสร้าง
• ต้องมีวิศวกรที่มีใบอนุญาตควบคุมงานก่อสร้างตลอดโครงการ
• หากไม่มีวิศวกรควบคุมงาน เท่ากับการสร้างอาคารโดยไม่มีการตรวจสอบความปลอดภัย
แบบก่อสร้างที่ไม่มีลายเซ็นของวิศวกรและสถาปนิกที่ได้รับใบอนุญาต ถือว่า “ผิดกฎหมาย” และ “ไม่สามารถใช้ในการก่อสร้างได้”
3. อย่ามองว่าเป็นเงินบริจาคแล้วทำอะไรก็ได้ เพราะถ้าเกิดอันตราย ใครจะรับผิดชอบ?
อาคารเรียนไม่ใช่แค่ก้อนอิฐและปูน แต่เป็นสถานที่ที่เด็กต้องใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ใครจะรับผิดชอบ?
• ถ้าอาคารถล่มแล้วมีเด็กเสียชีวิต ใครจะรับผิดแทน?
• ถ้าเกิดเพลิงไหม้หรืออาคารทรุดตัว แล้วมีนักเรียนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ใครจะต้องติดคุก?
• ถ้าไม่มีวิศวกรควบคุมแล้วอาคารสร้างผิดพลาด ใครจะรับผิดชอบค่าเสียหาย?
การปล่อยให้มีการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน เท่ากับการเอาชีวิตเด็กนักเรียนมาเสี่ยง! โรงเรียนต้องหยุดการก่อสร้างทันที!
4. ข้อเสนอแนะ: โรงเรียนต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย และหยุดก่อสร้างทันที!
1. โรงเรียนต้องหยุดก่อสร้างทันที และให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารก่อนดำเนินการต่อ
2. แบบก่อสร้างต้องได้รับการรับรองโดย “วิศวกรโยธาระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป” และ “สถาปนิกระดับภาคีสถาปนิกขึ้นไป”
3. ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ อย่างเคร่งครัด หากไม่สามารถทำได้ ควรหารือกับคณะกรรมการวินิจฉัย
4. หากโรงเรียนยังเดินหน้าก่อสร้างโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย อาจมีความผิดทางอาญา และเป็นอันตรายต่อชีวิตของเด็กนักเรียน
หยุดก่อนเถอะ! อย่าคิดว่าเป็นเงินบริจาคแล้วทำอะไรก็ได้ เพราะถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ?
“กฎหมายไม่ได้มีไว้แค่ให้ปฏิบัติตาม แต่มีไว้เพื่อปกป้องชีวิตของผู้บริสุทธิ์ อย่ามองข้ามกฎหมายเพียงเพราะคิดว่าเป็นเงินบริจาค!”
ที่มา ; FB โยธาไทย