สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M515_ศธ.จัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ (พ.ศ. 2566 -2570)

20 มีนาคม 2567 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2566 -2570) ครั้งที่ 1/2567 โดย ว่าที่ร้อยเอก วิสาร ปัญญชุณห์ นายชัยพัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ นายคมกฤช จันทร์ขจร รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วม ณ ห้องประชุมจันทรเกษม 

ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. ร่าง ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2567 – 2570)

มีมติเห็นชอบ ปรับชื่อ ร่าง ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2566 – 2570) เป็น ร่าง ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2567 -2570)

มีมติเห็นชอบ ทบทวนประเด็นสาระสำคัญเพื่อเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณา โดยมีข้อปรับปรุงวิสัยทัศน์จากเดิมคือ ระบบบริหารจัดการและการบริการด้านการศึกษาที่ทันสมัย ตามหลักธรรมาภิบาล มุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัล เป็น องค์กรที่ทันสมัย เปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนเรียนรู้อย่างดีและมีความสุข

มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการติดตามมติ ครม. เรื่อง ร่าง ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ(พ.ศ. 2567 – 2570) ของสำนักงาน กพร. เพื่อแจ้งให้กรรมการทราบ พร้อมทั้งแนบแผนฯ ดังกล่าว เพื่อพิจารณาและให้ความเห็นเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป 

2. แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานเครือข่ายเพื่อการพัฒนาระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ

มีมติเห็นชอบ เปลี่ยนชื่อคณะกรรมการอำนวยการเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2566 – 2570) ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 417/2565 ลงวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เป็น “คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ” และให้กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ ปรับปรุงขอบเขตอำนาจหน้าที่ให้เหมาะสมเสนอการปรับปรุงตามลำดับ เพื่อปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

แต่งตั้งอนุกรรมการเพิ่มเติมจำนวน 1 คณะ คือ คณะอนุกรรมการดำเนินงานเครือข่ายเพื่อการพัฒนาระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ อีก 1 ชุด 

3. การขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

ที่ประชุมร่วมกันพิจารณา การจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กรของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้องค์กรมีกรอบแนวทางในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงการทำงานโดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (Digital Transformation) มาใช้ในการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย

1. สถาปัตยกรรมของการบริการตามภารกิจ (Business Architecture)

2. สถาปัตยกรรมข้อมูลสารสนเทศ(Data/Information Architecture)

3. สถาปัตยกรรมระบบงานสารสนเทศ (Application Architecture) และ

4. สถาปัตยกรรมโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี (Technology Infrastructure Architecture) 

ทั้งนี้ หลังจากที่ประชุมอนุมัติหลักการให้ฝ่ายเลขานุการฯ แล้ว จะดำเนินการเสนอปลัดกระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบ เพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาลงนามประกาศยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2567 – 2570) ให้ทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกัน โดยจะมีการประชุมครั้งต่อไปในเดือนพฤษภาคม 2567

ที่มา : ศธ.360 องศา 

สรุปสาระสำคัญ 

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดทำ ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2567–2570) ณ ห้องประชุมจันทรเกษม โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วม ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับชื่อยุทธศาสตร์เดิมจาก “พ.ศ. 2566–2570” เป็น “พ.ศ. 2567–2570” และปรับ วิสัยทัศน์ใหม่เป็น “องค์กรที่ทันสมัย เปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนเรียนรู้อย่างดีและมีความสุข” 

ที่ประชุมยังเห็นชอบ เปลี่ยนชื่อคณะกรรมการอำนวยการฯ เป็น “คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ” พร้อมแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการดำเนินงานเครือข่าย เพิ่มอีก 1 ชุด เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานเชิงบูรณาการ 

นอกจากนี้ มีการพิจารณาแนวทาง Digital Transformation ในการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร 4 ด้าน ได้แก่ การบริการ ข้อมูล ระบบงาน และโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี โดยจะเสนอปลัด ศธ. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาลงนามประกาศยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ให้หน่วยงานถือปฏิบัติต่อไป 

ข้อสอบ 

การปรับวิสัยทัศน์ของยุทธศาสตร์ใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการมีจุดมุ่งหมายสำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าราชการ
ข. การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชนได้รับการเรียนรู้อย่างมีความสุข
ค. การสร้างเครือข่ายราชการแนวดิ่งในทุกหน่วยงาน
ง. การลดขั้นตอนการบริหารงานของภาครัฐ

2 เหตุผลที่ต้องปรับชื่อยุทธศาสตร์จาก “พ.ศ. 2566–2570” เป็น “พ.ศ. 2567–2570” สะท้อนหลักการบริหารใดของหน่วยงานราชการ
ก. การประสานงานแบบมีส่วนร่วม
ข. การบริหารจัดการที่ยึดหลักธรรมาภิบาล
ค. การปรับแผนตามสถานการณ์และบริบทปัจจุบัน
ง. การเพิ่มอำนาจการตัดสินใจให้ผู้บริหาร

3 “การจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร 4 ด้าน” มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาระบบราชการ
ก. เป็นกลไกกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนบุคลากร
ข. เป็นกรอบแนวทางในการปรับการทำงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเป็นระบบ
ค. เป็นระบบตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของรัฐ
ง. เป็นแผนปฏิบัติการด้านโครงสร้างองค์กรระดับจังหวัด

 4 การแต่งตั้ง “คณะอนุกรรมการดำเนินงานเครือข่ายฯ” เพิ่มขึ้นมีเจตนารมณ์สำคัญในด้านใด
ก. การกระจายอำนาจการตัดสินใจสู่ระดับพื้นที่
ข. การสร้างความร่วมมือและบูรณาการงานพัฒนาระบบราชการ
ค. การตรวจสอบและประเมินผลยุทธศาสตร์อย่างเข้มงวด
ง. การขยายขอบเขตภารกิจไปยังต่างประเทศ

5 หากผู้บริหารสถานศึกษาจะนำนโยบาย “Digital Transformation” ไปใช้ ควรดำเนินการในลำดับแรกอย่างไร
ก. ปรับระบบการบริหารงบประมาณก่อนพัฒนาเทคโนโลยี
ข. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีและระบบข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียน
ค. จัดอบรมครูเรื่องธรรมาภิบาลก่อนใช้เทคโนโลยี
ง. ยุบหน่วยงานเดิมเพื่อสร้างโครงสร้างใหม่
เฉลย: ข.

คลิกเฉลย >>>