
Multi-Tasking คือ การทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน (เช็คเมลล์ คุยโทรศัพท์ พิมพ์ไลน์) ส่วน Multi-Tasking Employee คือการที่พนักงาน 1 คน สามารถทำงานได้มากกว่า 1 ทักษะในเวลาเดียวกัน พบเจอได้ในหลายสายงาน (เช่น สาย Digital Marketing ตามเทรนด์ วางแผน วิเคราะห์ ออกแบบ) เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายองค์กรมองหาในตัว Candidate เพราะทำให้องค์กรลดต้นทุนในการจ้างพนักงานเพิ่ม และเชื่อว่ามัลติ ทาสกิ้ง เป็นคุณสมบัติที่ดี ยิ่งยุคนี้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย อะไรๆ ก็ง่ายขึ้น คิดผิวเผินเหมือนทำให้พนักงานทำงานได้มากขึ้นในเวลาเท่าเดิม แต่ ผลวิจัยกลับชี้ว่า มันทำให้ช้าลง หนำซ้ำอาจเป็นอุปสรรคในการทำงานซะอีก
เกิดอะไรขึ้นกับสมองของคนที่ทำงานเชิง มัลติ ทาสกิ้ง
คิดเร็ว ประมวลเร็ว ทนได้กับสภาวะซับซ้อนหนักๆ สมองจะเหนื่อยล้ามากกว่าคนปกติ เพราะต้องคิดหลายชั้น สมองกลีบหน้าจะมีความต้องการให้เลือดไหลเวียนมากขึ้น คนที่ใช้สมองทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันจะรู้สึกอ่อนเพลียง่ายเป็นพิเศษ เหมือนเวลาเราออกกำลังกายแหละ เวลาที่ออกกำลังหนักๆ กล้ามเนื้อก็อ่อนล้า
นักวิจัยพบด้วยว่า มัลติ ทาสกิ้ง ทำให้ระดับ IQ ลดลงได้ถึง 15 จุดหรือเทียบเท่ากับการสูบกัญชา หรือการอดนอนมาทั้งคืน เพราะสมองของคนเราทำงานได้ดีกว่าหากมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มัลติ ทาร์กกิ้ง มีผลต่อความหนาแน่นของเซลล์ประสาทในสมองส่วนที่ควบคุมการหยั่งรู้เข้าใจความรู้สึก และการควบคุมอารมณ์ของตนเองด้วย
ใครเป็น MULTI-TASKING EMPLOYEE ตัวจริง?
คนที่ทำงานมัลติ ทาสกิ้ง ได้ดีจริงๆ ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ และความสามารถเชิงนี้ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกอาชีพ คนที่ทำได้ดีจริงๆ เกิดจากนิสัยพื้นฐาน การถูกฝึกและปรับสมองให้สามารถรองรับการทำงานแบบนี้ ลักษณะที่ชัดเจน คือมีความ Independent สูงปรี๊ด จัดสรรลำดับงานเก่ง เรียงความสำคัญเป็นคือหัวใจหลัก และรู้จักตัวเอง เข้าใจว่าตัวเองทำงานได้ดีในสภาวะแบบไหน เงียบๆ เปิดเพลงคลอ หรือต้องหาข้อมูลที่ไหนที่ทำให้งานไปถึงฝั่ง ซึ่งเรามักเจอในคนรุ่นใหม่วัย Gen Y
ข้อดี – ข้อเสีย
สรุป มัลติ ทาสกิ้ง ดีหรือเปล่า?
ต้องกลับมามองตัวเองว่ามันจำเป็นต่ออาชีพของเราไหม เพราะบางอาชีพก็เหมาะกับการใช้สมาธิสูงมากกว่า (เช่น โปรแกรมเมอร์ การเขียนโค้ดต่างๆ) ขณะเดียวกัน เราเองต้องปรับตัว สภาพแวดล้อม Information Overwhelmingในที่ทำงาน มีข้อจำกัดต่างๆ เรื่องเวลา เรื่อง Manpower น้อย หล่อหลอมให้เราต้องทำงานหลายสิ่งพร้อมกัน หากมันจำเป็นก็ต้องหาทางฝึกฝน ให้งานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ทำให้สมองทำงานหนักเกินไป
ที่มา ; skillsolved