
24 เมษายน 2566 -นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์แบบเรียน “ภาษาพาที” ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
รมว.ศธ. กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ ยินดีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และ ตนได้มอบหมายให้ สพฐ.ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแบบเรียนดังกล่าว และนำเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแบบเรียนในอนาคตให้ได้แบบเรียนที่มีคุณภาพ
ในฐานะ รมว.ศธ. ได้ให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และภาวะทุพโภชาการในเด็ก จึงได้ผลักดันให้เพิ่มงบประมาณที่เกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก เยาวชน และนโยบายด้านต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลเห็นความสำคัญเรื่องโภชนาการที่ดีของเด็ก จึงได้อนุมัติให้เพิ่มงบประมาณค่าอาหารกลางวันของนักเรียนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็ก ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศ จากที่ได้รับ 21 บาทต่อคนต่อวัน เป็นปรับเพิ่มให้ตามขนาดของโรงเรียน โดยโรงเรียนขนาดเล็กได้ปรับเพิ่มสูงสุดที่ 36 บาทต่อคนต่อวัน และได้เริ่มจัดสรรงบประมาณลงไปแล้ว โดยได้เน้นย้ำไปว่าโรงเรียนต้องจัดอาหารให้เด็กได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน มีสุขภาพกายที่พร้อมต่อการเรียนรู้
รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลเข้าใจภาระค่าครองชีพของประชาชนที่สูงขึ้น จึงได้เพิ่มเงินงบประมาณการจัดการศึกษา ในส่วนของเงินอุดหนุนรายหัวการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน โดยจัดงบประมาณส่งตรงถึงโรงเรียน เพื่อสนับสนุนค่าจัดการเรียนการสอน ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และโรงเรียนส่งเงินส่วนหนึ่งให้ผู้ปกครองนักเรียนซื้อเครื่องแบบนักเรียน และค่าอุปกรณ์การเรียนด้วยตนเอง ทำให้ในภาพรวมมีงบประมาณรายหัวเพื่อการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 8,000 ล้านบาท
พร้อมกันนี้มีการยกระดับคุณภาพการอาชีวศึกษา ให้ตอบโจทย์ความต้องการกำลังคนของประเทศ มีการพัฒนาคนทุกช่วงวัย ทั้งกลุ่มที่อยู่ในและนอกระบบโรงเรียน กลุ่มเปราะบางให้สามารถได้เรียนและมีอาชีพติดตัว รวมถึงลดภาระงานครู ลดการประเมินต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสอนของครูให้มากขึ้น
“ตั้งแต่ดิฉันเข้ารับตำแหน่ง รมว.ศธ. ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานของ ศธ.ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็ประสบผลสำเร็จและได้รับการชื่นชมจากนานาชาติ สามารถพาเด็กตกหล่นและหลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลับเข้ามามีโอกาสเรียนอีกครั้ง ซึ่งล่าสุดมีเด็กที่หลุดออกจากระบบกลับเข้ามาเรียนมากถึง 79,318 คน และถึงแม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงแล้ว แต่ ศธ.ก็ยังดำเนินการติดตามเด็กที่ยังไม่กลับมาให้กลับเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้ผลักดันนโยบายความปลอดภัยในสถานศึกษา ให้ทั้งส่วนกลางและทุกสถานศึกษาตื่นตัวมีความตระหนักถึงความสำคัญ ซึ่งผลงานที่ปรากฏออกมาก็ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้จริง“ รมว.ศธ.กล่าว
การปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวัน จะช่วยเพิ่มความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำ โดยการเพิ่มมื้ออาหารคุณภาพให้เด็กไทยในครั้งนี้ ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น 3,500 ล้านบาท เพื่อให้นักเรียนชั้นเด็กเล็ก – ป.6 ทุกสังกัด ได้ทานอาหารครบ 5 หมู่ โดยปรับตามขนาดของโรงเรียน ดังนี้
นักเรียน 1 – 40 คน อัตรา 36 บาท/คน/วัน
นักเรียน 41 – 100 คน อัตรา 27 บาท/คน/วัน
นักเรียน 101 – 120 คน อัตรา 24 บาท/คน/วัน
นักเรียน 121 คน ขึ้นไป อัตรา 22 บาท/คน/วัน
ที่มา : ศธ 360 องศา
สรุปสาระสำคัญ
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่ากระทรวงฯ รับฟังข้อวิจารณ์แบบเรียน “ภาษาพาที” และมอบให้ สพฐ. พิจารณาปรับปรุงข้อมูลเพื่อพัฒนาแบบเรียนที่มีคุณภาพในอนาคต พร้อมเดินหน้านโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยรัฐบาลอนุมัติเพิ่มงบอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กถึง ป.6 ตามขนาดโรงเรียนสูงสุด 36 บาทต่อคนต่อวัน เพื่อแก้ปัญหาทุพโภชาการและสร้างความพร้อมในการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้ปกครอง และสนับสนุนค่าเครื่องแบบ–อุปกรณ์การเรียนตรงถึงโรงเรียน ส่งผลให้งบรายหัวเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 8,000 ล้านบาท กระทรวงฯ ยังขับเคลื่อนการยกระดับอาชีวศึกษา พัฒนาคนทุกช่วงวัย ลดภาระงานครู และดูแลเด็กตกหล่นให้กลับเข้าสู่ระบบ พบมีผู้กลับมาเรียนแล้วกว่า 79,318 คน รวมถึงผลักดันความปลอดภัยในสถานศึกษา นโยบายทั้งหมดมุ่งลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อสอบ
ก. ความรับผิดชอบเชิงนิติบัญญัติ
ข. การบริหารเชิงกำกับและพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
ค. การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
ง. การจัดสรรงบประมาณรายหัว
2. หลักคิดสำคัญเบื้องหลังการเพิ่มงบอาหารกลางวันตามขนาดโรงเรียนคืออะไร?
ก. ลดจำนวนครูที่รับภาระงานโภชนาการ
ข. ส่งเสริมการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ค. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรตามบริบทโรงเรียน
ง. ลดการพึ่งพางบอุดหนุนจากผู้ปกครอง
3. การเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวและส่งตรงถึงโรงเรียน ช่วยลดภาระประชาชนด้วยกลไกใด?
ก. ลดขั้นตอนการเบิกจ่ายของกระทรวง
ข. หลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายแฝงและเพิ่มความยืดหยุ่นการใช้เงิน
ค. ทำให้โรงเรียนสามารถใช้งบประมาณทดแทนครูได้
ง. ส่งเสริมให้ผู้ปกครองร่วมสมทบงบการศึกษา
4. การติดตามเด็กตกหล่นกลับเข้าสู่ระบบกว่า 79,318 คน สะท้อนประสิทธิภาพนโยบายด้านใดมากที่สุด?
ก. การจัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะ
ข. ระบบข้อมูลสารสนเทศและการประสานงานพื้นที่
ค. ความเข้มงวดด้านวินัยของสถานศึกษา
ง. การเพิ่มอัตราค่าอาหารกลางวัน
5. หากโรงเรียนขนาด 35 คนได้รับงบอาหารกลางวัน 36 บาทต่อคนต่อวัน นโยบายนี้สะท้อนหลักการทำงานเชิงนโยบายใดของ ศธ.?
ก. ความเสมอภาคทางการศึกษา
ข. การเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ
ค. การประหยัดงบประมาณภาครัฐ
ง. การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
คลิกเฉลย >>>