
22 ธันวาคม 2565 / นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ครั้งที่ 3/2565 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Cisco WebEx Meeting โดยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการสภาการศึกษา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)
นายวิษณุ กล่าวว่า ที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 6 คณะ และสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของการศึกษาในประเทศ เพื่อให้ได้รับทราบการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา พร้อมพิจารณาความสอดคล้องกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการฯ ตาม พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 เพื่อวิเคราะห์ภารกิจให้ครอบคลุมตามอำนาจหน้าที่ สามารถบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันได้
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบความร่วมมือในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับ สกศ. จัดทำเว็บไซต์ของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยในชื่อ “เว็บไซต์ปฐมวัยไทยแลนด์” เพื่อนำเสนอและสรุปข้อมูลสำคัญของเด็กปฐมวัยในมิติต่างๆ ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ปรับกระบวนการเรียนแบบท่องจำเป็นการลงมือปฏิบัติ วิเคราะห์ ประเมิน ออกแบบ ตัดสินใจ นำไปใช้ได้ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผลการดำเนินงานและองค์ความรู้ในอนาคต
รวมถึงพิจารณาสิทธิการเข้าถึงการใช้ชุดข้อมูล ของคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย ร่วมกับ สกศ. ซึ่งจัดจัดทำระบบบัญชีข้อมูลตัวสมบูรณ์ และต้นแบบระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ที่เอื้อต่อการบริหารจัดการและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ ในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 4 กระทรวงหลัก (กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย)
ที่ประชุมยังได้เห็นชอบข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการฟื้นฟูพัฒนาการเด็กปฐมวัยหลังสถานการณ์โควิด 19 โดยคณะอนุกรรมการด้านสื่อสารเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้จัดทำมาตรการเชิงนโยบาย 3 ลด 3 เพิ่ม 3 เร่ง เพื่อการฟื้นฟูพัฒนาเด็กปฐมวัยหลังสถานการณ์โควิด 19
· 3 ลด = ลดการใช้สื่อจอใส ลดความเครียดในเด็ก ลดการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก
· 3 เพิ่ม = เพิ่มกิจกรรมฟื้นฟูพัฒนาการที่ขาดหาย เพิ่มสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า เพิ่มศักยภาพบุคลากร
· 3 เร่ง = เร่งกำหนดการฟื้นฟูเด็กปฐมวัยเป็นวาระแห่งชาติ เร่งให้ความรู้ผู้ปกครอง เร่งค้นหาเยียวยาและพัฒนาในเด็กเปราะบาง
รองนายกฯ “วิษณุ” ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย แนะ ศธ. เน้นสร้างการเรียนรู้ทุกระดับของสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมเปิดเว็บไซต์ “ปฐมวัยไทยแลนด์” รวมข้อมูลสำคัญเด็กปฐมวัยในมิติต่างๆ และเห็นชอบแนวทางฟื้นฟูพัฒนาการเด็กปฐมวัย หลังสถานการณ์โควิด 19 ด้วยมาตรการเชิงนโยบาย “3 ลด 3 เพิ่ม 3 เร่ง”
ที่มา ; ศธ 360 องศา
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ครั้งที่ 3/2565 มีเป้าหมายสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการทั้ง 6 คณะ และวิเคราะห์ความสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 เพื่อให้การดำเนินงานครอบคลุมภารกิจและบูรณาการระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบ
ที่ประชุมเห็นชอบการพัฒนา “เว็บไซต์ปฐมวัยไทยแลนด์” เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลเด็กปฐมวัยในหลายมิติ สนับสนุนการออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติ คิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และนำไปใช้ได้จริง แทนการเรียนแบบท่องจำ อีกทั้งยังพัฒนาระบบฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแบบบูรณาการ เชื่อมโยงข้อมูลจาก 4 กระทรวงหลัก เพื่อใช้ในการกำหนดนโยบายและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแนวทางฟื้นฟูพัฒนาการเด็กปฐมวัยหลังโควิด-19 ด้วยมาตรการ “3 ลด 3 เพิ่ม 3 เร่ง” ได้แก่ ลดการใช้สื่อหน้าจอ ความเครียด และความรุนแรง เพิ่มกิจกรรมพัฒนา สวัสดิการ และศักยภาพบุคลากร พร้อมเร่งกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ สร้างความรู้ผู้ปกครอง และดูแลเด็กเปราะบางอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมและเท่าเทียม
ข้อ 1 เป้าหมายสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
ข. บูรณาการการทำงานตาม พ.ร.บ.เด็กปฐมวัย
ค. ปรับหลักสูตรมัธยมศึกษา
ง. ลดจำนวนครูในระบบ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นวิเคราะห์ภารกิจให้สอดคล้องกฎหมายและบูรณาการหน่วยงาน
ข้อ 2 เว็บไซต์ “ปฐมวัยไทยแลนด์” มีวัตถุประสงค์หลักคืออะไร
ก. ใช้เก็บคะแนนนักเรียน
ข. เป็นแหล่งข้อมูลและองค์ความรู้เด็กปฐมวัย
ค. ใช้สอบออนไลน์
ง. ใช้สื่อสารเฉพาะครู
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นศูนย์กลางข้อมูลเพื่อการพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้
ข้อ 3 แนวคิดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมในบทความคือข้อใด
ก. ท่องจำ
ข. ฟังบรรยาย
ค. ลงมือปฏิบัติและคิดวิเคราะห์
ง. ทำแบบฝึกหัดซ้ำ
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้น Active Learning และทักษะคิดขั้นสูง
ข้อ 4 ระบบฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยมีประโยชน์หลักคืออะไร
ก. ลดจำนวนเด็ก
ข. ใช้กำหนดนโยบายและบริหารจัดการ
ค. เพิ่มการสอบ
ง. ใช้เฉพาะโรงเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้ข้อมูลเชิงระบบในการตัดสินใจเชิงนโยบาย
ข้อ 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลักในการเชื่อมโยงข้อมูลมีกี่กระทรวง
ก. 2
ข. 3
ค. 4
ง. 5
เฉลย: ค
เหตุผล: มี 4 กระทรวงหลัก
ข้อ 6 “3 ลด” ไม่รวมข้อใด
ก. ลดสื่อหน้าจอ
ข. ลดความเครียด
ค. ลดความเหลื่อมล้ำ
ง. ลดความรุนแรง
เฉลย: ค
เหตุผล: ความเหลื่อมล้ำไม่อยู่ใน 3 ลด
ข้อ 7 “3 เพิ่ม” มุ่งเน้นด้านใดมากที่สุด
ก. โครงสร้างอาคาร
ข. พัฒนาคุณภาพเด็กและบุคลากร
ค. เทคโนโลยีขั้นสูง
ง. การแข่งขัน
เฉลย: ข
เหตุผล: เพิ่มกิจกรรม สวัสดิการ และศักยภาพบุคลากร
ข้อ 8 “3 เร่ง” ข้อใดสะท้อนนโยบายระดับชาติ
ก. เร่งเรียนพิเศษ
ข. เร่งกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ
ค. เร่งสอบแข่งขัน
ง. เร่งลดครู
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการผลักดันเชิงนโยบายระดับประเทศ
ข้อ 9 หากผู้บริหารนำแนวคิดนี้ไปใช้ ควรทำสิ่งใดก่อน
ก. ซื้อแท็บเล็ต
ข. จัดทำฐานข้อมูลและวิเคราะห์ผู้เรียน
ค. เพิ่มการสอบ
ง. ลดกิจกรรม
เฉลย: ข
เหตุผล: การใช้ข้อมูลเป็นฐานสำคัญในการพัฒนา
ข้อ 10 แนวทางทั้งหมดมุ่งแก้ปัญหาใดมากที่สุด
ก. งบประมาณไม่พอ
ข. ความเหลื่อมล้ำและพัฒนาการเด็กถดถอย
ค. ครูขาดแคลน
ง. อาคารเรียนเก่า
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นลดความเหลื่อมล้ำและฟื้นฟูเด็กหลังโควิด