สมาชิกเข้าสู่ระบบ

คุก 18 ปี อดีตนายก อบต. คดีทุจริตสอบบรรจุ พนง.สารคาม

เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายเกริกฤทธิ์ อามาตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การส่วนตำบล (อบต.) เลิงใต้ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม กับพวกรวม 25 ราย ทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็น พนักงานส่วนตำบลในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เมื่อ ปีพ.ศ. 2557 โดยแก้ไขเปลี่ยนแปลงผลคะแนนสอบ 

ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 151 , 157 , 161 และ 162 (1) ,(4) ประกอบมาตรา 83 มาตรา 86 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช.พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2544 มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 192 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562 

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2565 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค มีคำพิพากษาว่า นายเกริกฤทธิ์ อามาตร จำเลยที่ 1 มีความผิดตามกฎหมาย ลงโทษจำคุก นายเกริกฤทธิ์ อามาตร มีกำหนดกระทงละ 6 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 18 ปี สำหรับจำเลยรายอื่นๆ ที่ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกด้วย ในเว็บไซต์ ป.ป.ช. ยังไม่ได้แสดงรายชื่อว่ามีใครบ้าง  

เบื้องต้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 มีมติไม่เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ในส่วนที่ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ตามฟ้องข้อ 2.4 เห็นควรที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว  

อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต 

มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า เกี่ยวกับคดีทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็น พนักงานส่วนตำบลในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เมื่อ ปีพ.ศ. 2557 โดยแก้ไขเปลี่ยนแปลงผลคะแนนสอบ ในส่วนคดีความของ นายเกริกฤทธิ์ อามาตร อดีตนายกอบต.เลิงใต้ กับพวกรวม 25 ราย ถือเป็นบุคคลกลุ่มที่ 10 ต่อจาก นายยุทธภูมิ กุรัตน์ อดีตนายก อบต. แพง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม กับพวกรวม 14 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ ที่ถูกศาลฯ พิพากษาตัดสินลงโทษจำคุกไปก่อน 

เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา 'เกริกฤทธิ์ อามาตร' อดีตนายก อบต.เลิงใต้ มหาสารคาม คดีทุจริตสอบบรรจุพนง. ปี 57  ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 4 พิพากษาลงโทษ จำคุก 3 กระทง 18 ปี ไม่รอลงอาญา และพวกอีก 24 คน โดนด้วยแต่ยังไม่มีข้อมูลรายชื่อ 

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันพุธ ที่ 29 มีนาคม 2566 

ข่าวเกี่ยวกัน

กลุ่ม9! คดีสอบบรรจุพนง.สารคาม คุกอดีตนายก อบต.แพง -พวก หน.ภาควิชาจุฬาฯ โดนอีก 5 ปี

กรณีทุจริตการเรียกรับเงินและแก้ไขเปลี่ยนแปลงผลคะแนนเพื่อช่วยเหลือผู้สมัครสอบบางรายให้เป็นผู้สอบได้ในการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนตำบลในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม พ.ศ.2557 ซึ่งนับเป็นคดีทุจริตครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ศาลมีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยจำนวนมากนับสิบราย บทลงโทษจำคุกนับร้อยนับสิบปี ที่สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.orgนำข้อมูลมาเสนอให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องไปก่อนหน้านี้นั้น 

ล่าสุด นายยุทธภูมิ กุรัตน์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แพง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม กับพวกรวม 14 ราย  นับเป็นบุคคลกลุ่มที่ 9  ที่ศาลมีคำพิพากษาตัดสินลงโทษในคดีนี้เป็นทางการแล้ว 

โดย นายยุทธภูมิ กุรัตน์  ถูกตัดสินลงโทษเป็นเวลา 5 ปี ขณะที่นายอร่าม ศิริพันธุ์ อดีตอดีตหัวหน้าภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำเลยที่ 2 ในคดีนี้  ถูกพิพากษาลงโทษจำคุกเพิ่มอีก 10 ปี แต่ลดเหลือ 5 ปี หลังรับสารภาพ หลังจากถูกศาลลงโทษจำคุกไปแล้วหลายสิบปีในคดีก่อนหน้านี้  

มีรายละเอียดสำคัญดังต่อไปนี้

รายชื่อผู้ถูกกล่าวหา

นายยุทธภูมิ กุรัตน์ จำเลยที่ 1 อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แพง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม และพวก 14 ราย

ข้อกล่าวหา

นายยุทธภูมิ กุรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แพง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม กับพวกรวม 14 ราย ทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบลเมื่อปี พ.ศ. 2557  

ความคืบหน้าคดีล่าสุด

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2565  ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาดังนี้

นายยุทธภูมิ กุรัตน์ จำเลยที่ มีความผิดตามกฎหมาย ลงโทษจำคุก 5 ปี  

นายอร่าม ศิริพันธุ์ จำเลยที่ มีความผิดตามกฎหมาย ลงโทษจำคุก 10 ปี ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือ 5 ปี  (คดีเก่าโดนไปแล้ว 50 ปี , 3 ปี) 

นายชัยพจน์ คชโคตร จำเลยที่ 3  มีความผิดตามกฎหมาย  รวมลงโทษ จำคุก 3 ปี 12 เดือน (คดีเก่าโดนไปแล้ว 50 ปี) 

นายวสันต์ ปะกิสังข์ จำเลยที่ มีความผิดตามกฎหมาย  รวมลงโทษ จำคุก 3 ปี 12 เดือน 

พันจ่าเอก คมสันต์ บุญศร จำเลยที่ 5  มีความผิดตามกฎหมาย  รวมลงโทษ จำคุก 5 ปี 4 เดือน  (คดีเก่าโดนไปแล้ว  50 ปี )

นายสมบรูณ์ นาเพีย จำเลยที่ 6  อดีตนายก อบต.เขวาไร่ อ.นาเชือก  มีความผิดตามกฎหมาย  รวมลงโทษ จำคุก 1 ปี 8 เดือน  (คดีเก่าโดนไปแล้ว 39 ปี , 6ปี 8เดือน )

นายจิรศักดิ์ ศรีจันทร์โท จำเลยที่ มีความผิดตามกฎหมาย  รวมลงโทษ จำคุก 2 ปี 

ส่วน นางสาวภัทราภรณ์ ปอกเพชร จำเลยที่ 8 , นายอำพร ดวงพลจันทร์ จำเลยที่ 9 , นายเอกวิทย์ ศิริขันธ์แสง จำเลยที่ 10 , นายพิชิต คำมุลนา จำเลยที่ 11 , นายยุรศักดิ์ เฉลิมแสน จำเลยที่ 12 , นายบัณฑิต เบ้าผิ้ง จำเลยที่ 13 ,นางสมจิตร บุญศร หรือรัตนพล จำเลยที่ 14 ให้ยกฟ้อง  

ผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566 พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบกรณีที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค  

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต 

มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับคำพิพากษาศาลฯที่ตัดสินลงโทษผู้เกี่ยวข้อง กรณีการเรียกรับเงินและแก้ไขเปลี่ยนแปลงผลคะแนนเพื่อช่วยเหลือผู้สมัครสอบบางรายให้เป็นผู้สอบได้ในการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนตำบลในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม พ.ศ.2557 จำนวน 8 กลุ่มแรก ที่สำนักข่าวอิศรา เสนอให้สาธารณชนได้รับทราบไปแล้ว ประกอบไปด้วย 

กลุ่มหนึ่ง : เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 พิพากษาลงโทษจำคุก กลุ่มนายวรวิทย์ ปักกาโล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม และพวก จำนวนนับสิบราย ที่นายวรวิทย์ ปักกาโล และนายอร่าม ศิริพันธุ์ หัวหน้าภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดนโทษจำคุก คนละ 140 ปี แต่ติดจริง 50 ปี 

กลุ่มสอง :  เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2564 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก ในส่วนของกลุ่ม นายทองใบ บาระพรม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ลาดพัฒนา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม และพวก จำนวน 28 ราย  โดย นายทองใบ บาระพรม อดีตนายก อบต. ลาดพัฒนา ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลา 21 ปี 6 เดือน , นายสมคิด มะธิปะโน จำเลยที่ 2 ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนแก่งนาจารย์พิทยาคม จ.กาฬสินธุ์ ถูกศาลตัดสินลงโทษ จำคุก 10 ปี , นายสิทธิ์ พิพัฒน์ชัยกร อดีตนายอำเภอเมืองมหาสารคาม ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุก เป็นเวลา 4 ปี 4 เดือน 

กลุ่มที่สาม : เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาลงโทษ นายรัชพล ณะโธสง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม และพวกรวมจำนวน 20 ราย โดยจำเลยคนสำคัญอย่าง นายรัชพล ณะโธสง ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลา 100 ปี แต่ติดจริง 50 ปี ขณะที่นายสมบูรณ์ นาเพีย  อดีตนายก อบต.เขวาไร่ อ.นาเชือก ถูกตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน และนับโทษต่อจากคดีอื่นด้วย  

กลุ่มที่สี่ : นายบัวลา ทัศไพร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนงัว อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม กับพวก 24 ราย ในคดีเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบและทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนตำบลของ อบต.ดอนงัว โดยนายบัวลา ทัศไพร จำเลยที่ 1 ถูกตัดสินลงโทษจำคุกเป็นระยะเวลารวมกว่า 33 ปี 

กลุ่มที่ห้า : นายสุรัชฐ์ จันทะรัง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ( อบต.) ยางสีสุราช อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม และพวกรวม 25 ราย โดยนายสุรัชฐ์ จันทะรัง ถูกตัดสินลงโทษจำคุกมากที่สุดถึง 36 ปี ส่วนนายสิทธิชัย โยปัดทุม อดีตประธานสภาและสมาชิกสภาอบต.หนองกุง อ.แกดํา จ.มหาสารคาม , นายวุฒิศาสตร์ เทียบดอกไม้ อดีต ปลัด อบต.ยางสีสุราช อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม , นายปัญญา ปักกาสี อดีตรองปลัด อบต.ยางสีสุราช อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม ถูกตัดสินลงโทษจำคุกคนละ 24 ปี 

กลุ่มที่หก นายสมบูรณ์ คำสอนทา อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ( อบต.) ห้วยแอ่ง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม และพวกรวม 13 ราย โดยนายสมบูรณ์ คำสอนทา ที่ตัดสินลงโทษจำคุกมากที่สุด เป็นเวลา 9 ปี  ส่วน นางสาวอรัญญา แคนหนอง  ปลัด อบต.ห้วยแอ่ง นางสาวเจนจิรา ใจจุลละ  รองปลัด อบต.ห้วยแอ่ง ศาลฯ พิพากษาให้ยกฟ้อง 

กลุ่มที่เจ็ด นายสุภาพ ผาบพุทธา อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เขวาไร่ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม กับพวก รวม 21 คน ถูกตัดสินลงโทษมากที่สุดเป็นเวลา 78 ปี แต่ให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 50 ปี ส่วน นายอร่าม ศิริพันธ์ อดีตหัวหน้าภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกลงโทษจำคุกเพิ่มอีก 3 ปี หลังจากโดนโทษในคดีอื่นไปแล้ว 50 ปี 

กลุ่มที่แปด : นายหมั่น แสงสิทธิ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)หนองแวง อำเภอกุตรัง จังหวัดมหาสารคาม กับพวกรวม 20 คน นับเป็นบุคคลกลุ่มที่ 8 ที่ศาลมีคำพิพากษาตัดสินลงโทษในคดีนี้เป็นทางการแล้ว โดย นายหมั่น แสงสิทธิ์ ถูกตัดสินลงโทษมากที่สุดเป็นเวลา  48 ปี ขณะที่จำเลยหลายคน โดนลงโทษจำคุกเฉลี่ยคนละ 2 ปี , 1 ปี เป็นต้น 

อย่างไรก็ดี คดียังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งหมด มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

แต่ไม่ว่าผลการพิจารณาคดีของศาลจะออกมาเป็นอย่างไร กรณีทุจริตในการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนตำบล นับเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาและบทเรียนสำคัญของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้ใครเดินซ้ำรอยเอาเป็นเยี่ยงอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น 

ขณะที่กระบวนการทุจริตสอบแข่งขันบรรจุพนักงานส่วนตำบลในพื้นที่ จ.มหาสารคาม เมื่อปี 2557 ถูกระบุว่ามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่กว่า 31 แห่งถูกร้องเรียนตรวจสอบ นับจากนี้ ยังจะมี อปท. และผู้เกี่ยวข้อง ที่จะต้องถูกศาลพิพากษาตัดสินอีกหรือไม่ คอยจับตาดูกันต่อไป 

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น