สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ความบิดเบี้ยวของหลักสูตรอาชีวศึกษา : คุณภาพที่ต้องพัฒนา

ที่มาของ ความบิดเบี้ยวของหลักสูตรอาชีวศึกษา ๔ ประการ และคุณภาพที่ต้องพัฒนา ๑ ประการ มีดังนี้ครับ

๑.ปรัชญาอาชีวศึกษา

ปรัชญา = ความเชื่อ หลักการ แนวคิด หลักการที่บุคคลมีต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และจะยึดปรัชญานั้นไปสู่การวางวัตถุประสงค์ และดำเนินการให้บรรลุ

อาชีวศึกษา สัมพันธ์กับปรัชญาพิพัฒนาการนิยม (Progressive) ที่มุ่งเน้นการศึกษาตลอดชีพ ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เรียนรู้จากประสบการณ์ ผู้เรียนผู้สอนสัมพันธ์กัน

John Dewey เป็นผู้ริเริ่มให้แนวคิดการศึกษาคือการสร้างความเจริญงอกงาม (Education is growth) ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมประสบการณ์ตรงให้แก่บุคคล เพื่อบุคคลจะได้เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ให้ตนเอง

ปรัชญาของอาชีวศึกษาได้รับอิทธิพลอย่างมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าการจัดการศึกษาจะมีการมุ่งเน้นให้เกิดการปฏิบัติจริง และมีการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจนเกิดเป็นทักษะ ซึ่งก็คือการเรียนรู้โดยการกระทำ (Learning by doing) ซึ่งเป็นประโยคที่ติดหู และเป็นสัญลักษณ์ของการอาชีวศึกษาไปแล้ว (วิทยาลัยอาชีวศึกษา Google Sites)

ช่วงต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีนักการศึกษาคนสำคัญ เช่น William Jones และJohn Dewey เป็นต้นแบบของแนวความคิดในกลุ่ม Pragmatism และ Instrumentalism หรือ Experimentalism กลุ่มนักการศึกษาที่นิยมใน Pragmatism และทำให้อเมริกาเปลี่ยนแปลงแนวคิดได้แก่ William Jemes, Boyd H. Bode, John Dewey และWilliamH. Kilpatrick กระบวนการของการศึกษาเริ่มพัฒนาเป็นวิทยาศาสตร์เป็นระบบที่มีขั้นตอนตรวจสอบได้มากกว่ามาตรฐานตามความรู้สึกซึ่งบางครั้งไม่เคยได้ถึงมาตรฐานนั้นเลย

JohnDewey ได้เสนอสาระสำคัญทางด้านการอาชีวศึกษาไว้มาก สังคมอาชีวศึกษาเป็นการศึกษาที่ทำให้เกิดความต่อเนื่องของภาคทฤษฎีและปฏิบัติเข้าด้วยกันในปรัชญาและความคิดทางการศึกษาที่ว่า เรียนโดยการกระทำ (Learning by Doing) ได้รับการยอมรับและตระหนักว่าการจะเป็นผู้รู้และเรียนรู้ต้องมีการทำจริงปฏิบัติจริง นอกจากนั้นยังส่งผลถึงแนวทางการสอนและการประเมินผลโดยยึดจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรมและวัดผลตามพฤติกรรมที่ปรากฏสิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากปรัชญาการศึกษาในกลุ่มนี้และความเชื่อเรื่อง Learningby Doing ทั้งนั้น (รองศาสตราจารย์ ดร. กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์:ไทยรัฐออนไลน์,11 มิ.ย. 2556)

โดยสรุป หลักการและความเชื่อของการจัดการการอาชีวศึกษา คือ การเรียนรู้โดยการกระทำ (Learning by Doing) ที่ปัจจุบันนี้พัฒนาไปสู่ การเรียนรู้เชิงบูรณาการกับการทำงาน (Work intregrated Learning: WIL) และ การศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Cooperative Work Intregrated Education:CWIE)

สิ่งที่การอาชีวศึกษาแตกต่างกับการศึกษาทั่วไป คือ อาชีวศึกษาเน้นการปฏิบัติบนฐานทฤษฎีจึงต้องเรียนปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี ส่วน การศึกษาทั่วไปเน้นทฤษฎีบนฐานการปฏิบัติจึงต้องเรียนทฤษฎีมากกว่าการปฏิบัติ

 

๒.อาชีวศึกษาก้าวไกลด้วยหลักสูตรปริญญาตรีอาชีวศึกษาจริงหรือ?

การอาชีวศึกษาได้รับการยกระดับการศึกษาจากมีการเรียนแค่หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปว.ช.) และหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปว.ส.) ให้สามารถจัดการศึกษาสูงกว่าระดับ ปว.ส.ได้ โดยพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ๙ การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพตามมาตรา ๖ มาตรา ๗ และ มาตรา ๘ ให้จัดตามหลักสูตรที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษากําหนด ดังต่อไปนี้

(๑) ประกาศนียบัตรวิชาชีพ

(๒) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง

(๓) ปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ

กฎหมายข้างต้น เป็นการเปิดโอกาสให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาโดยสถาบันการอาชีวศึกษา เปิดสอนได้ถึงระดับปริญญาตรี โดยกำหนดให้เป็นสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการด้วย ทั้งนี้คงมีเจตนารมย์ไม่ให้มีการผลิตบัณฑิตด้านอาชีวศึกษา ทับซ้อนกับการผลิตบัณฑิตด้านอาชีวศึกษาที่มีการผลิตในสถาบันอุดมศึกษาอื่น

ข้อสังเกต แม้ว่าจะเป็นเจตนารมย์อันดี ที่กำหนดให้สถานศึกษาอาชีวศึกษา ผลิตได้เฉพาะสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายคุมกำเนิด ไม่ให้สายวิชาชีพทางอาชีวศึกษาโดยตรง ผลิตบัณฑิตสูงกว่าปริญญาตรี

 

๓.กฏหมายกำหนดหลักสูตรปริญญาตรีอาชีวศึกษาชัดเจนหรือคลุมเครือ?

ประเด็นคำถามข้างต้นเกิดจากสงสัยเกี่ยวกับมาตรฐานวุฒิการศึกษากับโครงสร้างหลักสูตรที่ต้องจัดการศึกษาตามระดับคุณวุฒิ เนื่องจาก

๓.๑ ประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดีบอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๒ กำหนดดังนี้

๔.โครงสร้างและองค์ประกอบของกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ

    ๔.๑ ระดับคุณวุฒิ (Levels of Qualifications)

คุณวุฒิระดับอุดมศึกษาเริ่มต้นที่ระดับ ๑ อนุปริญญา (๓ ปี) และสิ้นสุดที่ระดับที่ ๖ ปริญญาเอก ดังนี้

ระดับที่ ๑ อนุปริญญา (๓ ปี). ระดับที่ ๒ ปริญญาตรี

ระดับที่ ๓ ประกาศนียบัตรบัณฑิต. . ระดับที่ ๔ ปริญญาโท

ระดับที่ ๕ ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง. ระดับที่ ๖ ปริญญาเอก

    ๔.๒ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรีพ.ศ.๒๕๕๘ กำหนดว่า

        ข้อ ๕.๒ หลักสูตรปริญญาตรีทางวิชาชีพหรือปฏิบัติการ แบ่งเป็น ๒ แบบ ได้แก่

              ๕.๒.๑ หลักสูตรปริญญาตรีทางวิชาชีพหรือปฏิบัติการ หลักสูตรแบบนี้เท่านั้น ที่จัดหลักสูตรปริญญาตรี (ต่อเนื่อง)ได้ เพราะมุ่งผลิตบัณฑิตที่มีทักษะการปฏิบัติการอยู่แล้ว ให้มีความรู้ด้านวิชาการมากย่ิงข้ึน รวมทั้งได้รับการฝึกปฏิบัติขั้นสูงเพิ่มเติม

หลักสูตรปริญญาตรี(ต่อเนื่อง)ถือเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรปริญญาตรี และจะต้องสะท้อนปรัชญาและเนื้อหาสาระของหลักสูตรปริญญาตรีน้ัน ๆ โดยครบถ้วน และให้ระบุคําว่า ต่อเนื่องในวงเล็บต่อท้ายชื่อ

จากข้อกำหนดข้างต้นสามารถอธิบายได้ว่า

(๑)คุณวุฒิของแต่ละระดับแยกออกจากกัน แต่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ซึ่งกันและกันได้ โดยหลักสูตรปริญญาตรี สามารถจัดการศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี(ต่อเนื่อง)ได้

(๒)หลักสูตรปริญญาตรี กำหนด เงื่อนไขไว้ ดังนี้

ข้อ ๘. จํานวนหน่วยกิตรวมและระยะเวลาการศึกษา

๘.๑ หลักสูตรปริญญาตรี (๔ ปี) ให้มีจํานวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า ๑๒๐ หน่วยกิต

๘.๔ หลักสูตรปริญญาตรี (ต่อเนื่อง) ให้มีจํานวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า ๗๒ หน่วยกิต

หากพิจารณาตามเจตนารมย์ที่ พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ.๒๕๕๑ กำหนด ข้อ (๓) ปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ ควรต้องตีความว่า (๓) เป็นหลักสูตรปริญญาตรี ตามข้อ ๘.๑ คือหลักสูตรปริญญาตรี ๔ ปี มีจำนวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า ๑๒๐ หน่วยกิต และสามารถที่จะทำหลักสูตรปริญญาตรี(ต่อเนื่อง) โดยมีจำนวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า ๗๒ หน่วยกิต ได้

แต่ เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษา ระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนด

ข้อ ๘ จำนวนหน่วยกิตรวมและระยะเวลาการศึกษา ให้มีจำนวนหน่วยกิตรวมระหว่าง ๗๒ ๘๒ หน่วยกิตใช้ระยะเวลาการศึกษา ๔ ภาคเรียน (๒ ปีการศึกษา) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรปริญญาตรี(ต่อเนื่อง) มิใช่เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรปริญญาตรี (๔ ปีการศึกษา)

 

๔.เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาสอดคล้องกับปรัชญาการอาชีวศึกษาหรือไม่?

๔.๑ ประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษา ระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ พ.ศ. ๒๕๖๒ (เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๓๐ ง ราชกิจจานุเบกษา)

ข้อ ๘ จำนวนหน่วยกิตรวมและระยะเวลาการศึกษา ให้มีจานวนหน่วยกิตรวมระหว่าง ๗๒ ๘๒ หน่วยกิต ใช้ระยะเวลาการศึกษา ๔ ภาคเรียน (๒ ปีการศึกษา)

ข้อ ๙ โครงสร้างหลักสูตร

(๑) หมวดวิชาศึกษาทั่วไป ไม่น้อยกว่า ๑๘ หน่วยกิต

ท้ังน้ี จำนวนหน่วยกิตรวมของหมวดวิชาศึกษาทั่วไปเมื่อนับรวมกับรายวิชาท่ีได้ศึกษามาแล้ว ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ต้องไม่น้อยกว่า ๓๐ หน่วยกิต

(๒) หมวดวิชาเฉพาะ ไม่น้อยกว่า ๔๘ หน่วยกิต โดยเป็นวิชาทางปฏิบัติการไม่น้อยกว่า ๑๘ หน่วยกิต และทางทฤษฎีไม่น้อยกว่า ๑๘ หน่วยกิต

(๓) หมวดวิชาเลือกเสรี รวมไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต

ข้อ ๑๐ การจัดอัตราส่วนของเวลาการเรียนรู้ภาคทฤษฎีต่อภาคปฏิบัติในหมวดวิชาเฉพาะ

ประมาณ ๔๐ ต่อ ๖๐ ทั้งน้ี ข้ึนอยู่กับลักษณะหรือกระบวนการจัดการเรียนรู้ของแต่ละสาขาวิชา

๔.๒ ประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง พ.ศ. ๒๕๖๒

ข้อ ๘ จำนวนหน่วยกิตรวมและระยะเวลาการศึกษา ให้มีจำนวนหน่วยกิตรวมระหว่าง ๘๐ - ๙๐ หน่วยกิต ใช้ระยะเวลาการศึกษา ๔ ภาคเรียน (๒ ปีการศึกษา)

ข้อ ๙ โครงสร้างหลักสูตร

(๑) หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง รวมไม่น้อยกว่า ๑๘ หน่วยกิต

(๒) หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า ๕๖ หน่วยกิต

(๓) หมวดวิชาเลือกเสรี ไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต

หากนำจำนวนหน่วยกิตของทั้งสองหลักสูตร คือหลักสูตรระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ (ทล.บ.) กับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปว.ส.)มารวมกันเพื่อวิเคราะห์ จะได้จำนวนหน่วยกิตรวม ดังนี้

(๑)หมวดวิชาศึกษาทั่วไป/หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง ๑๘+๑๘ = ๓๖ หน่วยกิต

(๒)หมวดวิชาเฉพาะ/หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ ๔๘+๕๖ = ๑๐๔ หน่วยกิต

(๓)หมวดวิชาเลือกเสรี/หมวดวิชาเลือกเสรี ๖+๖ = ๑๒ หน่วยกิต

จำนวนหน่วยกิตรวม ๒ หลักสูตร เท่ากับ ๑๕๒ หน่วยกิต

๔.๓ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๘

๘. จํานวนหน่วยกิตรวมและระยะเวลาการศึกษา

๘.๑ หลักสูตรปริญญาตรี (๔ ปี) ให้มีจําานวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า ๑๒๐ หน่วยกิต

๙. โครงสร้างหลักสูตร ประกอบด้วย

๙.๑ หมวดวิชาศึกษาทั่วไป ไม่น้อยกว่า ๓๐ หน่วยกิต

๙.๒ หมวดวิชาเฉพาะ

๙.๒.๒ หลักสูตรปริญญาตรี (๔ ปี) ทางวิชาชีพหรือปฏิบัติการ ให้มีจํานวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า ๘๔ หน่วยกิต โดยต้องเรียนวิชา ทางปฏิบัติการตามที่มาตรฐานวิชาชีพกำหนด หากไม่มีมาตรฐานวิชาชีพ ต้องเรียนวิชาทางปฏิบัติการไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกิต และทางทฤษฎีไม่น้อยกว่า ๒๔ หน่วยกิต

๙.๓ หมวดวิชาเลือกเสรี ไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต

เปรียบเทียบจำนวนหน่วยกิต ระหว่าง ปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ (ทล.บ.+ปว.ส.=๔ ปี) กับหลักสูตรปริญญาตรีทั่วไป (ป.ตรี ๔ ปี)จะพบว่า

(๑)จำนวนหน่วยกิตรวม ทล.บ.+ปว.ส.=๔ ปี เรียนมากกว่าป.ตรี ๔ ปี ๑๕๒-๑๒๐ = ๓๒ หน่วยกิต

(๒)หมวดวิชาศึกษาทั่วไป ทล.บ.+ปว.ส.=๔ ปี เรียนมากกว่าป.ตรี ๔ ปี ๓๖-๓๐ = ๖ หน่วยกิต

(๓)หมวดวิชาเฉพาะ ทล.บ.+ปว.ส.=๔ ปี เรียนมากกว่าป.ตรี ๔ ปี ๑๐๔-๘๔ = ๒๐ หน่วยกิต

(๔)หมวดวิชาเลือกเสรี ทล.บ.+ปว.ส.=๔ ปี เรียนมากกว่าป.ตรี ๔ ปี ๑๒-๖ = ๖ หน่วยกิต

จึงนำมาสู่คำถามที่ว่า เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาสอดคล้องกับปรัชญาการอาชีวศึกษาหรือไม่? “

๕.การพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษาสู่คุณภาพทำอย่างไร?

๕.๑ ควรต้องมีการตีความกฎหมายให้เกิดความชัดเจนว่า

(๑)การที่พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนด (๓) ปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ หมายถึง วุฒิปริญญาตรีทั่วไป หลักสูตร ๔ ปี หรือไม่?

(๒)การที่เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษา ระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ พ.ศ. ๒๕๖๒ ไม่ได้ระบุว่าต่อเนื่องเป็นการตีความกฎหมายคลาดเคลื่อนหรือไม่?

ไม่ว่าการตีความกฎหมายตามข้อ (๑) และ ข้อ (๒) จะพบว่ามีความคลาดเคลื่อนหรือไม่ก็ตาม ควรมีการสร้างเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ (ทล.บ.) หลักสูตร ๔ ปี ควบคู่กับระบบการศึกษาแบบเดิม คือ ปว.ช., ปว.ส. และ ทล.บ.(ต่อเนื่อง) เพื่อเป็นทางเลือกของผู้เรียน ๒ เส้นทาง (๒ tracks)

๕.๒ ควรต้องปรับปรุงจำนวนหน่วยกิตทุกหมวดวิชาให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานปริญญาตรีทั่วไป เพื่อลดภาระชั่วโมงการเรียนมาเน้นเรื่องการปฏิบัติการตามปรัชญาอาชีวศึกษา

๕.๓ ควรปรับสัดส่วนเวลาการเรียนรู้ภาคทฤษฎีต่อภาคปฏิบัติในหมวดวิชาเฉพาะตามเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่กำหนดใน ข้อ ๑๐ การจัดอัตราส่วนของเวลาการเรียนรู้ภาคทฤษฎีต่อภาคปฏิบัติในหมวดวิชาเฉพาะ ประมาณ ๔๐ ต่อ ๖๐ ทั้งน้ี ข้ึนอยู่กับลักษณะหรือกระบวนการจัดการเรียนรู้ของแต่ละสาขาวิชา เป็น ๓๐ ต่อ ๗๐ เพื่อคุณภาพของสายปฏิบัติการ

 

เขียนโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ นพรัก

- กรรมการการอาชีวศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการอาชีวศึกษาภาครัฐ

- ประธานคณะทำงานยกร่างข้อเสนอการปฏิรูปกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษา อนุกรรมการสภาการศึกษา คณะที่ ๓

- ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย

 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความวิเคราะห์ “ความบิดเบี้ยวของหลักสูตรอาชีวศึกษา” จาก 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) ปรัชญาอาชีวศึกษา ที่ยึดแนวคิดพิพัฒนาการนิยมของ John Dewey เน้น “Learning by Doing” และพัฒนาสู่ WIL/CWIE ซึ่งควรให้ความสำคัญกับการปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี (2) การยกระดับสู่ปริญญาตรีตาม พ.ร.บ.อาชีวศึกษา 2551 แม้เปิดโอกาสให้จัดการเรียนระดับสูงขึ้น แต่จำกัดเฉพาะสายเทคโนโลยี/ปฏิบัติการ อาจก่อข้อถกเถียงเรื่องความจำเป็น (3) ความคลุมเครือของกฎหมาย เนื่องจากเกณฑ์คุณวุฒิอาชีวศึกษา (2562) กำหนดหน่วยกิต 72–82 หน่วยกิต (ลักษณะต่อเนื่อง) ขัดกับเกณฑ์ปริญญาตรีทั่วไป (120 หน่วยกิต) ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในการตีความ (4) ความไม่สอดคล้องกับปรัชญา เมื่อรวมหน่วยกิต ปวส.+ปริญญาตรี พบว่ามากกว่าปริญญาตรีทั่วไปถึง 32 หน่วยกิต สะท้อนภาระเรียนสูงและอาจลดทอนการเน้นปฏิบัติ

ข้อเสนอเพื่อพัฒนาคุณภาพ ได้แก่ การตีความกฎหมายให้ชัดเจน สร้างหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปีควบคู่แบบต่อเนื่อง (2 tracks) ปรับหน่วยกิตให้เหมาะสม และเพิ่มสัดส่วนปฏิบัติเป็น 30:70 เพื่อสอดคล้องปรัชญาอาชีวศึกษา

 

ข้อสอบปรนัย

ข้อ 1 แนวคิด “Learning by Doing” สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
ก. เน้นทฤษฎีเป็นหลัก
ข. เรียนรู้จากประสบการณ์จริง
ค. เน้นการท่องจำ
ง. เรียนรู้ผ่านสื่อเทคโนโลยี
เฉลย: ข เหตุผล: เป็นหัวใจของพิพัฒนาการนิยม เน้นปฏิบัติจริง

 

ข้อ 2 ความแตกต่างหลักระหว่างอาชีวศึกษากับการศึกษาทั่วไปคือข้อใด
ก. อาชีวเน้นทฤษฎี
ข. ทั่วไปเน้นปฏิบัติ
ค. อาชีวเน้นปฏิบัติบนฐานทฤษฎี
ง. ไม่มีความแตกต่าง
เฉลย: ค เหตุผล: อาชีวเน้น “ปฏิบัติ” มากกว่าทฤษฎี

 

ข้อ 3 ปัญหาหลักของหลักสูตรปริญญาตรีอาชีวศึกษาคือข้อใด
ก. ขาดครู
ข. กฎหมายไม่รองรับ
ค. ความคลุมเครือของเกณฑ์หน่วยกิต
ง. ผู้เรียนไม่สนใจ
เฉลย: ค เหตุผล: หน่วยกิตไม่สอดคล้องมาตรฐานปริญญาตรี

 

ข้อ 4 เกณฑ์คุณวุฒิอาชีวศึกษา 2562 มีลักษณะใกล้เคียงกับหลักสูตรใด
ก. ปริญญาตรี 4 ปี
ข. ปริญญาโท
ค. ปริญญาตรีต่อเนื่อง
ง. อนุปริญญา
เฉลย: ค เหตุผล: หน่วยกิต 72–82 เทียบเท่าต่อเนื่อง

 

ข้อ 5 หากผู้บริหารต้องการยกระดับคุณภาพ ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เพิ่มหน่วยกิต
ข. ลดการปฏิบัติ
ค. ปรับสัดส่วนทฤษฎี:ปฏิบัติเป็น 30:70
ง. ยกเลิกหลักสูตร
เฉลย: ค เหตุผล: สอดคล้องปรัชญาอาชีวศึกษา

 

ข้อ 6 ปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่าง ปวส.+ปริญญาตรี สะท้อนอะไร
ก. หลักสูตรสั้นเกินไป
ข. ภาระหน่วยกิตสูงเกิน
ค. ขาดมาตรฐาน
ง. ขาดงบประมาณ
เฉลย: ข เหตุผล: รวมแล้วมากกว่าปริญญาตรีทั่วไป

 

ข้อ 7 ข้อเสนอ “2 tracks” หมายถึงอะไร
ก. แยกครู-นักเรียน
ข. แยกทฤษฎี-ปฏิบัติ
ค. มีทั้งหลักสูตร 4 ปี และต่อเนื่อง
ง. แยกสายวิชา
เฉลย: ค เหตุผล: เพิ่มทางเลือกผู้เรียน

 

ข้อ 8 หากกฎหมายไม่ชัดเจน จะส่งผลอย่างไร
ก. การเรียนสนุกขึ้น
ข. การตีความหลากหลาย
ค. คุณภาพสูงขึ้น
ง. ไม่มีผล
เฉลย: ข เหตุผล: เกิดความคลาดเคลื่อนในการปฏิบัติ

 

ข้อ 9 แนวคิด WIL/CWIE มีเป้าหมายหลักคือข้อใด
ก. เพิ่มทฤษฎี
ข. เชื่อมการเรียนกับการทำงาน
ค. ลดเวลาเรียน
ง. เพิ่มการสอบ
เฉลย: ข เหตุผล: บูรณาการการเรียนกับงานจริง

 

ข้อ 10 ผู้บริหารควรใช้ข้อมูลบทความนี้ในการตัดสินใจเรื่องใด
ก. การจัดซื้ออุปกรณ์
ข. การปรับโครงสร้างหลักสูตร
ค. การรับนักเรียน
ง. การสอบปลายภาค
เฉลย: ข เหตุผล: เนื้อหามุ่งวิเคราะห์หลักสูตรและคุณภาพ

ความเห็นของผู้ชม