
ทุกข์เมื่อต้องไปติดต่อราชการ เริ่มจากการเตรียมเอกสารมากและหยุมหยิม ต้องเดินเรื่องผ่านหลายโต๊ะ ไปหลายหน่วยงาน เทียวไปเทียวมาส่งเอกสารเพิ่มเติม สับสนไปด้วยเงื่อนไข กฎระเบียบและดุลยพินิจ
หลายคนแก้ปัญหาด้วยการจ่ายใต้โต๊ะเป็น ‘ค่าเร่งเวลา’ ใครเงินมากก็ตัดรำคาญโดยจ้างนายหน้าไปเดินเรื่อง การพัฒนาเพื่อขจัดปัญหา ลดอุปสรรค ลดขั้นตอน..
มีความพยายามแก้ที่รากเหง้าของปัญหา โดยหวังว่า เมื่อทุกหน่วยงานเข้าระบบแล้ว ต่อไปเวลาประชาชนติดต่อใช้บริการ ก็ไม่จำเป็นต้องไปที่หน่วยราชการก็ได้ การใช้เทคโนโลยี่ที่ดียังเกิดประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย ช่วยให้งานเร็ว ประหยัดในระยะยาว แม่นยำผิดพลาดน้อย เป็นธรรม ลดการใช้ดุลยพินิจ ลดคอร์รัปชัน ลดความขัดแย้ง
โดยแบ่งภารกิจแก้ไขปัญหาเป็นสองกลุ่ม คือ
กลุ่มแรก : เปลี่ยนรัฐบาลให้ทันสมัย มุ่งเป้าวางระบบและวางโครงสร้างพื้นฐาน ให้ภาครัฐในแต่ละกรม กระทรวง หรือหน่วยปกครองท้องถิ่น ได้ลงทุนพัฒนาระบบ Information Technology (IT) และก่อตั้งหน่วยงานใหม่หลายแห่ง เพื่อก้าวสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่เชื่อมโยง วิเคราะห์และบูรณาการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ของรัฐ
ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงและนำไปใช้ได้ง่าย เข้ากับวิถีชีวิตและความต้องการของคนรุ่นใหม่ มีการเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนผู้มาใช้บริการและเปิดเผยต่อสาธารณชน (Open Data Government) เพื่อประโยชน์ร่วมกัน
สภาพปัจจุบัน กล่าวได้ว่า ‘การลงทุน’ เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ ‘ผลที่ได้’ หลายอย่างถือว่าต่ำอยู่ในเกณฑ์วิกฤต เป็นต้นว่า ‘ความพึงพอใจ’ ของประชาชนต่อบริการของรัฐปี 2565 แย่ลงเมื่อเทียบกับสี่ปีก่อนหน้า
เนื่องมาจากความพร้อมหน่วยงานระดับกรมซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการยังต่ำอยู่ การปรับเปลี่ยนการทำงานให้เป็นดิจิทัลได้จริง บุคลากรยึดมั่นการทำงานแบบมืออาชีพ ขาดเจตจำนงค์เพื่อบริการประชาชนล้วนอยู่ในเกณฑ์วิกฤตเช่นกัน (รายงานสรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ 2565, สภาพัฒน์ฯ, น. 802 – 810)
เกิดข้อขัดข้องจากการที่แต่ละหน่วยงานต่างฝ่ายต่างจัดการ ไม่มีมาตรฐานเดียวกัน ทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลเป็นไปได้ยาก อีกทั้งหน่วยงานหลายแห่งมีข้อจำกัดตามกฎหมายในการเปิดเผยข้อมูลหรือให้ผู้อื่นนำไปใช้
กลุ่มที่สอง : รื้อระบบบริการประชาชนใหม่ เริ่มด้วยการออก พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตฯ พ.ศ. 2558 ประกอบกับคำสั่ง คสช. และมติ ครม. มี ก.พ.ร. เป็นแม่งานรวบรวม ศึกษา เสนอแนะ และติดตามการปฏิรูปการให้บริการประชาชน เพื่อขจัดความยุ่งยาก ลดขั้นตอน ลดเอกสาร ลดภาระประชาชนและพ่อค้านักธุรกิจ
เป็นต้นว่า ส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐแต่ละแห่งมี e – Service, e – Payment, e – License, ศูนย์บริการ One stop service เปิดรับจองคิวทางออนไลน์ ประชาชนรู้โดยง่ายว่า ต้องใช้เอกสารอะไร มีขั้นตอนอย่างไร จะเสร็จในกี่นาที กี่วัน ติดตามได้ว่าเรื่องของตนไปถึงไหนแล้ว ไม่เรียกเก็บค่าคำร้อง/ค่าธรรมเนียมพร่ำเพรื่อ
วางระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานจะได้ไม่ต้องเรียกสำเนาจากผู้มาติดต่อ ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ลดขั้นตอนและลดเอกสารลงให้ได้ 35% – 50% ที่สำคัญคือเงื่อนไขกฎระเบียบที่ล้าสมัยก็ต้องยกเลิกหรือแก้ไขเสีย เป็นต้น
สภาพปัจจุบัน นักการเมืองและผู้บริหารขาดความเข้าใจเป้าหมายของชาติ ไม่พยายามทำสิ่งใหม่ พัฒนาให้ดีขึ้น แต่กลับตีกรอบสร้างข้อยกเว้นให้ตนเอง ขาดการทบทวนแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบภายในหน่วยงาน
บทสรุป
เราหมดงบประมาณไปมาก แต่ผลสำเร็จที่ได้ยังน้อยเกินไป เพราะหน่วยงานส่วนใหญ่ยัง ‘หวงอำนาจและผลประโยชน์’ อยู่กันแบบเคยชิน รอแต่คำสั่งว่าต้องทำอะไร ไม่กระตือรือร้นปรับปรุงตัวเอง
ปฏิเสธการทำงานอย่างโปร่งใสโดยอ้าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ อ้างสิทธิส่วนบุคคล ความลับราชการหรือความลับทางการค้า ที่เพิ่มความงุนงงสงสัยให้ประชาชนทุกข์หนักไปอีก
การรื้อแล้ววางระบบใหม่ในการบริหารราชการและบริการประชาชน จะยกระดับประเทศไทยให้ทันโลก ช่วยลดคอร์รัปชันได้ตรงจุดและยั่งยืน
แต่การขับเคลื่อนโดยภาครัฐเพียงลำพังนั้นเป็นไปได้ยาก จำต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนและภาคเอกชนช่วยกันเสนอแนะ ตรวจสอบ กระตุ้นหน่วยงานรัฐเดินหน้าอย่างถูกต้อง เปิดเผยกว่าที่เป็นอยู่
ขอจบบทความนี้ด้วยข้อเรียกร้องขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ที่ยื่นต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อ 6 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา
ข้อแรกและเร่งด่วน คือ ‘กำหนดให้การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการที่มีตัวแทนทุกภาคส่วน มีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน พร้อมมี War Room เพื่อการทำงานอย่างทันเหตุการณ์’ มิเช่นนั้นประเทศไทยจะไม่มีทางหยุดยั้งคอร์รัปชันที่กำลังวิกฤตได้เลย
บทความโดย ดร.มานะ นิมิตรมงคล
เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
1 พฤศจิกายน 2566
ที่มา ; edunewssiam 12 November 2023
บทความกล่าวถึงปัญหาการติดต่อราชการของประชาชนที่มีความยุ่งยาก ซับซ้อน ต้องเตรียมเอกสารจำนวนมาก ผ่านหลายขั้นตอน หลายหน่วยงาน ทำให้เกิดความล่าช้า สับสน และเปิดช่องให้เกิดการใช้เงินใต้โต๊ะหรือการจ้างนายหน้าเพื่ออำนวยความสะดวก ปัญหาดังกล่าวนำไปสู่ความพยายามปฏิรูประบบราชการเพื่อลดขั้นตอน ลดเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
การพัฒนารัฐบาลดิจิทัลมุ่งเน้นการลงทุนด้าน IT การเชื่อมโยงข้อมูล Big Data และการเปิดเผยข้อมูล (Open Data) เพื่อให้บริการประชาชนได้รวดเร็ว โปร่งใส แม่นยำ ลดการใช้ดุลยพินิจและลดการทุจริต แต่ผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากหน่วยงานระดับปฏิบัติยังขาดความพร้อม ระบบไม่เชื่อมโยงกัน และมีข้อจำกัดทางกฎหมาย
อีกแนวทางคือการปฏิรูประบบบริการประชาชน เช่น e-Service, e-Payment, e-Licensing และ One Stop Service เพื่อลดขั้นตอนและเอกสารลง 35–50% พร้อมปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนยังติดปัญหาความคิดแบบเดิม การหวงอำนาจ และการขาดเจตจำนงในการเปลี่ยนแปลง
บทสรุปชี้ว่าการแก้ปัญหาคอร์รัปชันและระบบราชการต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และประชาชน พร้อมผลักดันให้การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้การปฏิรูประบบราชการเกิดผลอย่างยั่งยืนและทันสมัย
ปัญหาหลักของการติดต่อราชการตามบทความคือข้อใด
ก. ขาดงบประมาณ
ข. ขั้นตอนยุ่งยากและเอกสารมาก
ค. ไม่มีเจ้าหน้าที่เพียงพอ
ง. ประชาชนไม่สนใจบริการรัฐ
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุชัดว่าปัญหาหลักคือความซับซ้อน หลายขั้นตอน และเอกสารจำนวนมาก
พฤติกรรมใดสะท้อนปัญหาคอร์รัปชันในบทความ
ก. ใช้บริการออนไลน์
ข. จ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อความรวดเร็ว
ค. ยื่นเอกสารครบถ้วน
ง. ติดตามสถานะออนไลน์
เฉลย: ข
เหตุผล: การจ่ายเงินใต้โต๊ะถูกกล่าวว่าเป็น “ค่าเร่งเวลา” แสดงถึงคอร์รัปชัน
เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลดิจิทัลคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนข้าราชการ
ข. เพิ่มรายได้รัฐ
ค. ลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพบริการ
ง. ลดจำนวนประชาชนผู้ใช้บริการ
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นความเร็ว โปร่งใส ลดขั้นตอน และลดความผิดพลาด
เหตุใดผลลัพธ์การพัฒนารัฐบาลดิจิทัลยังไม่สำเร็จเท่าที่ควร
ก. ขาดเครื่องมือเทคโนโลยี
ข. ประชาชนไม่ใช้บริการ
ค. หน่วยงานไม่พร้อมและไม่เชื่อมโยงข้อมูล
ง. ไม่มีนโยบายจากรัฐบาล
เฉลย: ค
เหตุผล: ปัญหาคือความพร้อมของหน่วยงานต่ำและระบบไม่เชื่อมโยงกัน
แนวคิด Open Data หมายถึงข้อใด
ก. ข้อมูลลับของรัฐ
ข. การเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนใช้ได้
ค. การเก็บข้อมูลในหน่วยงานเดียว
ง. การลดข้อมูลของรัฐ
เฉลย: ข
เหตุผล: Open Data คือการเปิดข้อมูลเพื่อประโยชน์สาธารณะ
One Stop Service มีเป้าหมายหลักเพื่ออะไร
ก. เพิ่มขั้นตอนราชการ
ข. รวมบริการไว้จุดเดียว
ค. เพิ่มเอกสารประกอบ
ง. ลดการใช้เทคโนโลยี
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการรวมบริการเพื่อลดความยุ่งยากของประชาชน
การลดเอกสารในระบบราชการตั้งเป้าไว้เท่าใด
ก. 10–20%
ข. 20–30%
ค. 35–50%
ง. 60–70%
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุชัดว่าต้องลดเอกสาร 35–50%
อุปสรรคสำคัญในการปฏิรูปคือข้อใด
ก. ความร่วมมือจากเอกชน
ข. ความหวงอำนาจของหน่วยงาน
ค. เทคโนโลยีล้าสมัย
ง. ประชาชนไม่เข้าใจ
เฉลย: ข
เหตุผล: หน่วยงานยังหวงอำนาจและผลประโยชน์ ทำให้การเปลี่ยนแปลงช้า
ข้อใดเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุด
ก. เพิ่มงบประมาณ
ข. เพิ่มเจ้าหน้าที่
ค. ปรับโครงสร้างและใช้เทคโนโลยี
ง. ลดจำนวนประชาชน
เฉลย: ค
เหตุผล: การรื้อระบบและใช้เทคโนโลยีช่วยลดคอร์รัปชันและเพิ่มประสิทธิภาพ
การต่อต้านคอร์รัปชันให้ได้ผลต้องอาศัยอะไร
ก. ภาครัฐเท่านั้น
ข. เอกชนเท่านั้น
ค. ประชาชนเท่านั้น
ง. ความร่วมมือทุกภาคส่วน
เฉลย: ง
เหตุผล: บทความเน้นว่าต้องร่วมมือรัฐ เอกชน และประชาชนร่วมกัน