
เป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะเคยเห็น หรือได้ยินมาก่อน จากภาพยนตร์ หรือเรื่องเล่าหลอน ๆ ว่า "หากคนเราใกล้ตาย ความทรงจำทั้งหมดที่ผ่านมาในชีวิต จะแว่บเข้ามาในสมอง" ซึ่งเรื่องที่กล่าวมานี้ มันอาจจะดูเกินจริงไปหน่อย เพราะบางเรื่องตอนที่เรามีชีวิตอยู่ นึกยังไงก็ยังนึกไม่ออกเลย
แต่ทว่าล่าสุดนักวิทยาศาสตร์เค้าค้นพบว่า "มันมีโอกาสเป็นไปได้สูง" เลยล่ะครับที่จะเป็นความจริง!?
งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Frontiers in Aging Neuroscience (แนวทางการศึกษาใหม่ของระบบประสาทวิทยาศาสตร์ผู้สูงอายุ) เมื่อช่วงต้นปี 2022 ที่ผ่านมานี้เอง
ต้องขออธิบายก่อนว่างานวิจัยนี้เป็นการค้นพบโดยบังเอิญ จากการวัดกิจกรรมทางสมองของหญิงสูงวัยอายุ 87 ปี เนื่องจากว่าเธอลื่นล้มจนทำให้เลือดคั่งในสมอง จึงต้องพาตัวมาส่งที่โรงพยาบาล แพทย์จึงสั่งให้บันทึกคลื่นในสมองเพื่อตรวจสอบถึงความผิดปกติ จนทราบว่าเธอป่วยเป็นโรคลมชัก แต่ขณะที่กำลังบันทึกอยู่นั้น ผู้ป่วยก็เกิดอาการหัวใจวาย และเสียชีวิต
ผลของการบันทึกคลื่นในสมองของผู้ป่วยรายดังกล่าว 30 วินาที ก่อนและหลังจากที่หัวใจของเธอหยุดเต้นนั้น คลื่นสมองถูกส่งออกมาในรูปแบบที่คล้ายกับเวลาที่กำลัง "ฝัน, หวนคิดถึงความทรงจำ, หรือทำสมาธิ"
จากนั้นทีมนักวิจัยก็เอาคลื่นสมองช่วงดังกล่าวมาศึกษากันต่อ ก็ได้ข้อสรุปออกมาว่า "ในชั่วขณะของความตาย หรือแม้แต่ตอนที่หัวใจหยุดเต้นไปแล้ว สมองยังคงทำงานอยู่ โดยส่งคลื่นสมองออกมา"
และระบบประสาทที่ทำงานอยู่ก็คือ อัลฟา และแกมมา ที่มีส่วนในการทำงานของการระลึกถึงความทรงจำ นักวิจัยจึงเชื่อว่า คลื่นสมองที่ส่งออกมาในชั่วขณะก่อนที่จะตายนั้น เป็นปรากฏการณ์ Life Recall หรือ การระลึกเห็นภาพความทรงจำทั้งหมดที่ผ่านมาของชั่วชีวิต
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นผลการเก็บคลื่นสมองของคนเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น จึงสรุปอะไรมากไม่ได้ว่าปรากฏการณ์หวนระลึกถึงความทรงจำนี้จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกคน
ข้อมูล : https://blog.frontiersin.org/.../what-happens-in-our.../
https://www.bloomberg.com/.../first-ever-recording-of...
https://www.theguardian.com/.../does-life-flash-before...
https://www.bbc.com/news/world-us-canada-60495730
ที่มา ; CatDumb
เนื้อหาเกี่ยวกัน
ความเสื่อมของร่างกายและการเตรียมตัวในชีวิตครับ
หลายวันนี้ได้ยินคนชราหลายท่านที่ผมเคารพกำลังประสพปัญหาในการดำรงชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมเลยอยากเขียนเรื่องนี้สักครั้งที่ผมสนใจมานานเกี่ยวกับเรื่อง ความชรา เพื่อการเตรียมตัวต่อการดำรงชีพครับ
มนุษย์ไม่ได้เริ่มมีความเสื่อมลงของร่างกายไปเริ่มในวัยชราอย่างที่เราคิดกัน ผิวหนัง ความยืดหยุ่นของร่างกายในระดับสูง เราเริ่มสูญเสียไปตั้งแต่ช่วงอายุ 20-30 ปีแล้ว ดังนั้น อาชีพดารานักร้องที่ต้องการหน้าใสตึงเป๊ะ แค่เข้าใกล้เลข 3 ปัญหาจะเริ่มมามาก maintenance ความงามไว้ เพื่อให้มีอาชีพคงที่ มักมีต้นทุนที่สูง เช่นเดียวกับนักกีฬาที่ใช้กำลังกายหนัก ความเร็วสูง
พอเข้าอายุ 30-39 ปี ความเสื่อมที่น่ากลัวในวัยนี้คืองานที่ต้องการสร้างสรรค์แปลกใหม่ในระดับสูง แล้วพอเข้า 38 ปี คือ จุดเริ่มต้นของสายตาเสื่อม ทำให้ความสามารถการใช้สายตาทำงานละเอียดมากๆ เช่น การผ่าตัดละเอียดเล็กขั้นเทพๆ จะเริ่มไม่ได้ดั่งใจ
พออายุ 40-49 ปีมักเป็นจุดพีคของงานใช้สติปัญญาจำนวนมาก แต่พอหลัง 45 ปี งานใดใช้ทักษะมือและตามาก ประสิทธิภาพจะเริ่มลดลง วัยหญิงถือเป็นจุดสุดท้ายที่มีโอกาสมีบุตรแบบไม่มีผลเสียรุนแรงมาก ในทางการเงิน วัยนี้เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่จะมีโอกาสเตรียมเกษียณอย่างมั่นคง
พออายุ 50-59 ปี จุดสูงสุดของประสิทธิภาพหลายงานมักอยู่ที่อายุ 50-54 ปี และหลัง 55 ปี ประสิทธิภาพของมือมักลดลง การตอบสนองต่อการขับรถ ช้าลง สายตาเริ่มมีปัญหากับหลายกิจกรรมแม้แต่การขับรถ และในคนที่ไม่ได้สควอทจริงจัง จะเป็นจุดสุดท้ายที่สามารถลุกนั่ง ยืนเดินได้ใกล้เคียงปกติ
พออายุ 60-69 ปี การขับรถหรือยานพาหนะอื่น มีการตอบสนองลดลงชัด คนที่ไม่มีบุตรหลาน จะเริ่มไปไหนมาไหนไกลลดลง แต่โดยรวมยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุหรือวูบง่ายนัก งานหนักแบกของหนักยังพอไหวบ้าง ปีนป่ายขึ้นที่สูง ต้องระวัง ในคนที่ไม่มีบุตรหลานอยู่ใกล้ การจ้างคนเพื่อมาดูแลใกล้ชิดในวัยนี้ อาจจะสร้างความสิ้นเปลืองมากไป
พออายุ 70-79 ปี มักไม่ต้องการใช้ชีวิตนอกบ้าน แต่ถ้าจะออกไปมักต้องการผู้ช่วยเหลือบ่อย แต่การใช้ชีวิตในบ้าน ถ้าเป็นพื้นราบยังอยู่ได้ มักไม่สามารถปีนป่ายหรือแบกของหนักได้แล้ว บนพื้นราบจะมีปัญหาล้มหรือวูบได้บ้าง ควรมีบุตรหลานหรือเพื่อนอยู่ด้วยห่างๆ แต่การจ้างคนมาดูแลใกล้ชิดอาจไม่มีประโยชน์คุ้มค่า การขายบ้านทิ้งย้ายไปอยู่สถานที่พักอาศัยที่ดูแลผู้สูงอายุ ดูจะได้ประโยชน์
พออายุเกิน 80 ปี ส่วนใหญ่ต้องการคนช่วยเหลือใกล้ตัวตลอดเวลา การว่าจ้างคนมาดูแลใกล้ชิดในกรณีที่ไม่มีลูกหลานอยู่ด้วยมักมีความจำเป็นครับ ยกเว้นแต่คนที่มีการออกกำลังกายหนักถูกต้องจริงจัง จะสามารถเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงคนอายุ 60-79 ปีได้
ที่มา ; FB Stapnavatr Vajira