
นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกมว.เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้พิจารณาผลการดำเนินงานของกมว.ชุดนี้ ซึ่งเริ่มทำงานตั้งแต่ปี 2561 ทั้งนี้ถือว่าการทำงานด้านจรรยาบรรณของ กมว.ชุดนี้ ทำได้มากกว่าที่ผ่านมาถึง80% จากข้อมูลพบว่า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้รับเรื่องกล่าวหาหรือเรื่องกล่าวโทษกรณีผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ประพฤติผิดจรรยาบรรณไว้เพื่อดำเนินการ ตั้งแต่ปี 2549 – 2564 รวม 1,747 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 470 เรื่อง และเรื่องอยู่ในกระบวนการพิจารณา 1,277 เรื่อง กมว.มีคำวินิจฉัยกำหนดระดับความผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวม 107 เรื่อง แบ่งออกเป็น ตักเตือน 8 เรื่อง ภาคทัณฑ์ 28 เรื่อง พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 42 เรื่อง และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 29 เรื่อง ทั้งนี้ กมว.มีคำวินิจฉัยกำหนดระดับความผิด รวม 86 เรื่อง แบ่งออกเป็น ตักเตือน 7 เรื่อง ภาคทัณฑ์ 22 เรื่อง พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 32 เรื่อง และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 25 เรื่อง
“ส่วนประเภทความผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ พบว่า ประเภทความผิดที่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ตีเด็กเกินกว่าเหตุ 37 เรื่อง 2.ความผิดเกี่ยวกับเพศ 21 เรื่อง และ 3.ทำร้ายร่างกาย 15 เรื่อง ประเภทผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ ตั้งแต่ปี 2549 – 2564 มากที่สุด ได้แก่ ครู 69 คน รองลงมาเป็นผู้บริหารสถานศึกษา 16 คน ผู้บริหารการศึกษา 1 คน” นายเอกชัยกล่าว
นายเอกชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังพิจารณาร่าง ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู (ฉบับที่ 2) พ.ศ. …. ตามที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเสนอ ซึ่งพบว่า ในร่างฉบับนี้ระบุเพียงว่าการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาต จะต้องสอบ 4 หมวดวิชา คือ
1. วิชาการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร
2. วิชาการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
3. วิชาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา และ
4. วิชาชีพครู แต่ไม่ได้ระบุให้สอบวิชาเอกไปด้วย
ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่รับร่างประกาศฉบับดังกล่าว เพราะมองว่าการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาขีพ ควรจะต้องสอบวิชาเอกด้วย อีกทั้งคณะกรรมการคุรุสภา ได้มอบมหายให้ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)รับฟังความคิดเห็นการสอบวิชาเอก เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากหลายฝ่าย เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภา ที่มีน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการศธ. เป็นประธานพิจารณา ดังนั้นต้องรอมติคณะกรรมการคุรุสภาก่อนถึงจะสามารถพิจารณาร่างประกาศฉบับดังกล่าวได้
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 15 ตุลาคม 2564