สมาชิกเข้าสู่ระบบ

พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติจะเข้าสู่การพิจารณาสภาผู้แทนฯ

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 68 ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ ซึ่งเป็นฉบับที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว เพื่อนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาในวาระของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป 

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับนี้ ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและประชาชน และได้มีการปรับปรุงมาตราต่าง ๆ ให้เป็นไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 7 หมวด และบทเฉพาะกาล รวม 110 มาตรา มีสาระสำคัญรายหมวด ได้แก่

  • หมวด 1 วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการจัดการศึกษา มุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตประจำวันและบูรณาการในการทำงาน พร้อมกำหนดรายละเอียดแต่ละช่วงวัยเป็น 7 ช่วงวัย
  • หมวด 2 สถานศึกษา กำหนดหลักการเรื่องสภาพแวดล้อมทางการศึกษา ความปลอดภัย อุปกรณ์ ครูและบุคลากรที่เพียงพอ ตลอดจนการกำหนดมาตรฐานชั้นต้นของงบประมาณที่เพียงพอต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
  • หมวด 3 ครูและบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษา โดยกำหนดหน้าที่ของครู ให้เป็นผู้เอื้ออำนวย (facilitator) เพื่อให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะตามช่วงวัย การหล่อหลอมการผลิตครูในรูปแบบสมรรถนะ ตลอดจนระบบการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ครูต่อผลลัพธ์ทางการศึกษาของผู้เรียน
  • หมวด 4 การจัดการศึกษา สิ่งสำคัญคือ จะปรับระบบการศึกษาให้มีความยืดหยุ่นตามความต้องการผู้เรียนและเท่าทันโลก ปรับให้เป็นไปตามเป้าหมายของผู้เรียน ทั้งการศึกษาเพื่อคุณวุฒิตามระดับ การศึกษาเพื่อการพัฒนาตนเอง การศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งมีระบบเทียบเคียง/เทียบโอนการศึกษา การสะสมหน่วยการเรียน และจัดตั้งสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ด้วย
  • หมวด 5 หน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ ที่จะต้องเอื้อต่อการจัดการศึกษาแต่ละช่วงวัยให้มีการบูรณาการกัน ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานสายสามัญ การศึกษาขั้นพื้นฐานสายอาชีพ โดยเฉพาะสายอาชีพ ที่ต้องจัดการศึกษาให้ตอบสนองภาคแรงงาน พร้อมมีหลักการบริหารจัดการข้อมูลทางการศึกษาขนาดใหญ่ (big data)
  • หมวด 6 แผนการศึกษาแห่งชาติและทรัพยากรเพื่อการศึกษา ที่เกิดจากการสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดทำแผน กำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล
  • หมวด 7 คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ เพื่อยกระดับเรื่องการศึกษา เป็นเรื่องระดับชาติ” รมว.ศธ.กล่าว 

ศ.ดร.นฤมล กล่าวทิ้งท้ายว่า เชื่อมั่นว่าการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ เข้าสู่การพิจารณาในวาระของสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นการเดินหน้าปฏิรูปประเทศที่สำคัญด้านการศึกษา ผ่าน พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับนี้ 

ที่มา ; เดลินิวส์ออนไลน์

เกี่ยวข้องกัน

‘นฤมล’ห่วงยุบสภาการศึกษาสะดุด แก้กฎหมาย-หนี้ครูติดหล่ม 

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา นั้น ตนในฐานะของรัฐมนตรีว่าการศธ.ได้รับคำสั่งให้ปฎิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ ฉะนั้นจึงส่งผลให้การดำเนินการนโยบายต่างๆในส่วนที่ต้องใช้การพิจารณาของรัฐสภา ก็อาจจะมีการสะดุดหรือไม่ได้ไปต่อ เช่น การผลักดันร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ที่เพิ่งผ่านการพิจารณาของครม.ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และกำลังอยู่ในขั้นตอนของการนำไปบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เมื่อมีการยุบสภาจึงทำให้ขั้นตอนนี้หยุดชะงักและต้องรอการประชุมสภาในวาระหน้าต่อไป อย่างไรก็ตามนโยบายและเรื่องอื่นๆที่เคยได้มีการพูดคุยกับหน่วยงานในศธ. ตนได้มีการลงชื่อเพื่อนำเรื่องเหล่านั้นเข้าสู่ครม.ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

นางนฤมล กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามนโยบายต่างๆภายในศธ.ที่สามารถดำเนินการต่อได้ทันทีก็คือ การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะและการโยกย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษา เนื่องจากเป็นสิ่งการดำเนินการที่อยู่ภายใต้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคาลกรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ก็จะได้เห็นความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในรูปแบบคู่มือการขอวิทยฐานะที่มีการปรับปรุงแล้ว 

ในส่วนของการเยียวยาสถานศึกษาที่ประสบปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ และ ประสบปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ก็ถือเป็นเรื่องที่มีงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาจากครม. แต่กรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่มีความเร่งด่วน เชื่อว่าทางสลค.จะนำเรียนเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้รับทราบเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.ต่อไป เพราะถือเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ส่วนเรื่องใดที่ไม่มีความเร่งด่วนก็คงต้องรอการตัดสินใจของสลค.อีกครั้ง ซึ่งในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ดิฉันจะทำการหาข้อสรุปกับสลค.ว่าเรื่องที่ค้างคาอยู่เรื่องใดบ้างที่สามารถดำเนินการต่อได้”นางนฤมล กล่าว. 

นางนฤมล กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในตอนนี้ทุกหน่วยงานในศธ.ก็ยังสามารถทำหน้าที่ของตนเองได้ตามปกติและเดินหน้าต่อตามนโยบายที่ได้มอบหมายไปบางส่วน ทั้งนี้ในเรื่องของอนาคตหลังการเลือกตั้งตนไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องกลับมาที่ศธ.อย่างเฉพาะเจาะจง แต่ขอให้ดูผลของการเลือกตั้งว่าจะเป็นอย่างไร รวมไปถึงการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลหลังการเลือกตั้งว่าจะเป็นอย่างไร และคงจะไม่สามารถไปกำหนดล่วงหน้าได้ว่าจะเลือกอยู่กระทรวงไหนเป็นพิเศษ 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ 

เกี่ยวข้องกัน

ชยพงศ์-ไทยก้าวใหม่” ติง “อนุทิน” เร่งยุบสภาฉุดอนาคตการศึกษา ทำพ.ร.บ.การศึกษาสะดุด ปล่อยเด็กไทยเสียโอกาสตกเป็นเหยื่อเกมการเมือง 

ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้ประกาศยุบสภาฯ ไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ไม่เพียงก่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบการศึกษาของประเทศ เมื่อร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นกฎหมายสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา และเป็นความหวังที่สังคมไทยรอคอยมากว่า 26 ปี รวมถึงร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ซึ่งถือเป็นหัวใจของการปฏิรูปการศึกษาเอกชนที่รอคอยมากว่า 18 ปี ต้องหยุดชะงักและตกไปพร้อมกับเกมการเมืองในสภา 

นายชยพงศ์ สายฟ้า รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ในฐานะนักบริหารการศึกษา แสดงความเห็นต่อประเด็นนี้ว่า การยุบสภาครั้งนี้ถือเป็นการตัดตอนความพยายามในการปฏิรูปการศึกษาและการยกระดับการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนอย่างสิ้นเชิง นโยบายด้านการศึกษาที่ควรตอบโจทย์โลกยุคดิจิทัลถูกหยุดไว้ทันที ขณะที่ปัญหาเชิงโครงสร้างทางการศึกษาซึ่งสะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คุณภาพครูที่ไม่สอดคล้องกับบริบทโลกอนาคต หลักสูตรที่ล้าสมัย และปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม 

นายชยพงศ์ ยังกล่าวต่อด้วยว่า ความล้มเหลวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความไม่จริงใจของฝ่ายการเมืองต่ออนาคตการศึกษาของประเทศ เด็กนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา กลายเป็นเหยื่อของความขัดแย้งทางการเมือง ต้องเผชิญกับปัญหาเพียงลำพัง และเป็นผู้แบกรับต้นทุนของความล่าช้า รวมถึงการสูญเสียโอกาสในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ส่งผลให้ระบบการศึกษาไทยยังคงล้าหลัง และไม่สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้อย่างแท้จริง 

ขณะเดียวกัน ท่ามกลางกระแสการปิดตัวลงของโรงเรียนเอกชน การเกิดสุญญากาศทางนโยบายในลักษณะนี้ยิ่งซ้ำเติมให้การบริหารจัดการของโรงเรียนเอกชนเป็นไปอย่างยากลำบาก น่าเสียดายที่รัฐปล่อยให้ระบบการศึกษาดำเนินไปอย่างไร้ทิศทาง และมีแนวโน้มว่าโรงเรียนเอกชนจะต้องปิดตัวลงเพิ่มขึ้นอีก หากภาครัฐยังขาดความเอาใจใส่และการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง 

ตราบใดที่นักการเมืองมองเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประเทศชาติ ทำการเมืองแบบปราศจากความรับผิดชอบ ถือเป็นการบั่นทอนอนาคตของชาติอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อการศึกษาถูกลดทอนให้เป็นเพียงผลพวงของการต่อรองทางอำนาจ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความจริงใจและความรับผิดชอบต่อเด็กไทยและครูไทย ก่อนที่ประเทศจะสูญเสียโอกาสในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไปมากกว่านี้” นายชยพงศ์ ย้ำในช่วงท้าย 

ชยพงศ์-ไทยก้าวใหม่” ติง “อนุทิน” เร่งยุบสภาฉุดอนาคตการศึกษา ทำพ.ร.บ.การศึกษาสะดุด ปล่อยเด็กไทยเสียโอกาสตกเป็นเหยื่อเกมการเมือง 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ 19 ธันวาคม 2568

สรุปสาระสำคัญ

ทความสะท้อนสถานการณ์การปฏิรูปการศึกษาครั้งสำคัญของประเทศ ผ่านการผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการ โดยปรับปรุงให้เท่าทันบริบทสังคมโลกและความต้องการผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 แม้จะเผชิญความไม่แน่นอนทางการเมืองจากการยุบสภา

หลักการสำคัญคือการยกระดับการศึกษาเป็น วาระแห่งชาติ เน้นผลลัพธ์ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง พัฒนาผู้เรียนตลอดช่วงชีวิต 7 ช่วงวัย สร้างสมรรถนะ การประยุกต์ใช้ความรู้ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ครูถูกกำหนดบทบาทใหม่เป็น ผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) มากกว่าผู้ถ่ายทอดความรู้ พร้อมระบบประเมินที่เชื่อมโยงผลการปฏิบัติงานกับผลลัพธ์ผู้เรียน

แนวคิดเชิงระบบ ได้แก่ ความยืดหยุ่นของการจัดการศึกษา การเทียบโอนและสะสมหน่วยการเรียน การเชื่อมการศึกษาสายสามัญ–สายอาชีพกับตลาดแรงงาน การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ แม้กฎหมายอาจชะลอจากปัจจัยการเมือง แต่นโยบายที่ไม่ต้องผ่านสภา เช่น การประเมินวิทยฐานะครู ยังเดินหน้าต่อ สะท้อนความพยายามรักษาความต่อเนื่องของการปฏิรูปการศึกษา

แนวข้อสอบ

ข้อที่ 1 สาระเชิงโครงสร้างที่แตกต่างจาก พ.ร.บ.การศึกษาเดิมอย่างชัดเจนคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนหน่วยงานกำกับการศึกษา
ข. กำหนดบทบาทครูเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้
ค. เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ผู้เรียนตามช่วงวัย
ง. เพิ่มชั่วโมงเรียนในหลักสูตรชาติ

เฉลย: ค
เหตุผล: กฎหมายใหม่มุ่งผลลัพธ์เชิงสมรรถนะและการใช้ความรู้ มากกว่าปริมาณเนื้อหา

ข้อที่ 2 บทบาท “ครูเป็น Facilitator” ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้มากที่สุดในข้อใด
ก. ครูสอนตามคู่มือกลางอย่างเคร่งครัด
ข. ผู้เรียนมีส่วนร่วมและสร้างการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ค. ลดความรับผิดชอบของครูในห้องเรียน
ง. ประเมินครูจากเอกสารเป็นหลัก

เฉลย: ข
เหตุผล: Facilitator เน้นการออกแบบประสบการณ์เรียนรู้และการมีส่วนร่วมของผู้เรียน

 

ข้อที่ 3 หากสถานศึกษาต้องปรับตัวตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ การดำเนินการใดเหมาะสมที่สุด
ก. เพิ่มวิชาใหม่ให้ครบทุกด้าน
ข. เน้นการสอนเพื่อสอบปลายภาค
ค. พัฒนาระบบเทียบโอนและสะสมหน่วยการเรียน
ง. ลดการใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย

เฉลย: ค
เหตุผล: ความยืดหยุ่นและการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นหัวใจของกฎหมายฉบับใหม่

ข้อที่ 4 การกำหนด Big Data ทางการศึกษา มีเป้าหมายเชิงนโยบายใด
ก. ควบคุมการทำงานของครูรายบุคคล
ข. เพิ่มภาระรายงานให้สถานศึกษา
ค. สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างแม่นยำ
ง. ลดบทบาทผู้บริหารสถานศึกษา

เฉลย: ค
เหตุผล: ข้อมูลขนาดใหญ่ใช้เพื่อวางแผนและบริหารจัดการเชิงระบบ

ข้อที่ 5 หากร่าง พ.ร.บ. ชะงักจากการยุบสภา ผู้บริหารการศึกษาควรตัดสินใจอย่างไร
ก. ชะลอการพัฒนาทั้งหมด
ข. เดินหน้านโยบายที่ไม่ต้องใช้กฎหมายใหม่
ค. รอรัฐบาลใหม่ก่อนดำเนินการใด ๆ
ง. ยกเลิกการปรับปรุงระบบครู

 

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ว่าหลายนโยบายยังดำเนินต่อได้เพื่อรักษาความต่อเนื่องของระบบ